ข่าวต่างประเทศ

อัปเดตคดีอำมหิต! ชี้สาวเกาหลีวัย 21 ลวงหนุ่มปลิดชีพม่านรูด เป็น “ไซโคพาธ”

ความคืบหน้าคดีสะเทือนขวัญที่หญิงวัย 21 ปี นามสมมติ “คิม” ถูกตั้งข้อหาฆาตกรรมชาย 2 รายด้วยการวางยาผสมแอลกอฮอล์ ล่าสุดเมื่อวันพุธที่ 4 มีนาคม 2569 ตำรวจสถานีคังบุกยืนยันผลการตรวจทางจิตวิทยาพบว่าเธอเป็น “ไซโคพาธ” ด้านสังคมออนไลน์แดนกิมจิเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์หนัก ประเด็นพฤติกรรมสุดมั่นฆาตกรสาวที่โพสต์เซลฟี่ในวันเกิดเหตุ

น.ส.คิม ถูกจับกุมตัวเมื่อวันที่ 11 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยตำรวจเกาหลีใต้ได้ใช้แบบประเมิน PCL-R (Hare Psychopathy Checklist-Revised) ซึ่งมีคะแนนเต็ม 40 จุด เพื่อวัดลักษณะนิสัยความเย็นชา การขาดความเห็นอกเห็นใจ และความหุนหันพลันแล่นซึ่งในเกาหลีใต้ผู้ที่ได้คะแนน 25 คะแนนขึ้นไปจะถูกจัดว่าเป็นไซโคพาธ ซึ่ง น.ส.คิม มีคะแนนทะลุเกณฑ์ดังกล่าวอย่างชัดเจน

ตำรวจได้ส่งผลการประเมินนี้ให้ทางอัยการเพื่อใช้ประกอบการพิจารณาคดีในฐานะหลักฐานสำคัญด้านสภาพจิตใจของผู้ต้องหา

ขณะที่ลำดับเหตุการณ์เหยื่อ 2 รายในม่านรูด และความพยายามครั้งแรก ตำรวจระบุว่า น.ส.คิม เริ่มต้นพฤติกรรมอำมหิตมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว ก่อนจะยกระดับความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ

ธันวาคม 2568 (ครั้งแรก) แอบวางยาแฟนหนุ่มในลานจอดรถคาเฟ่แห่งหนึ่งในเมืองนัมยางจู จนเหยื่อหมดสติไป แต่ครั้งนั้นเหยื่อรอดชีวิตมาได้

28 มกราคม 2569 (ศพแรก) เข้าม่านรูดในย่านซูยูเขตคังบุกกับชายวัย 20 ปีเศษ ก่อนจะเดินออกมาคนเดียวในอีก 2 ชั่วโมงต่อมา พบเหยื่อเป็นศพในวันรุ่งขึ้น

9 กุมภาพันธ์ 2569 (ศพที่สอง) ลงมือด้วยวิธีเดิมกับชายวัย 20 ปีเศษอีกรายในม่านรูดต่างแห่งกัน พบเหยื่อเสียชีวิตในเวลาต่อมา

ข้อสังเกตที่น่ากลัว คือ หลังจากเหยื่อรายแรก (แฟนหนุ่ม) รอดชีวิตมาได้ ตำรวจพบว่า น.ส.คิมได้สั่งสมประสบการณ์และเริ่มใช้ “ยาในปริมาณที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ” ในการลงมือครั้งต่อๆ มาเพื่อให้มั่นใจว่าเหยื่อจะไม่ฟื้นขึ้นมาอีก

แฟ้มภาพ

พฤติกรรมสุดช็อก โพสต์เซลฟี่เรียกยอดฟอลในวันที่เหยื่อตาย

สิ่งที่ทำให้ชาวเน็ตเกาหลีโกรธแค้นที่สุดคือพฤติกรรมบนโลกโซเชียลของเธอ โดยมีรายงานว่า ในวันที่เหยื่อรายที่ 2 เสียชีวิต น.ส.คิม ได้อัปโหลดรูปเซลฟี่ของตัวเองขณะนอนพักผ่อน พร้อมใส่แฮชแท็ก #welcomefollowers และ #followforfollow อย่างไม่สะทกสะท้าน

แฟ้มภาพ

บัญชีอินสตราแกมที่คาดว่า เป็นของเธอมียอดผู้ติดตามพุ่งจาก 200 คน เป็นเกือบ 10,000 คน ภายในเวลาไม่กี่วันหลังจากข่าวแพร่ออกไป ซึ่งกระแสในโซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะใน X และไอจี แตกออกเป็นสองฝ่ายอย่างน่าตกใจ

ฝ่ายอวยมีคอมเมนต์น่าตกใจ เช่น “สวยขนาดนี้ไม่น่าผิด”, “ควรได้รับการลดโทษ” หรือ “ฉันอยู่ข้างเธอนะ” ซึ่งทำให้เกิดการถกเถียงเรื่องค่านิยม ความสวยเท่ากับความบริสุทธิ์ (Beauty equals Innocence) ที่เคยเกิดขึ้นในคดีจอมโจรสาวสวย อีมีฮเย เมื่อปี 2003

ขณะที่ฝ่ายรุมสาปแช่งมองว่า พฤติกรรมนี้ไร้มนุษยธรรมและเป็นการตอกย้ำว่าเธอเป็น “ไซโคพาธ” ที่โหยหาแสงจากโซเชียลโดยไม่สนความตายของเพื่อนมนุษย์

ทั้งนี้ตำรวจเกาหลีใต้สั่งฟ้อง น.ส.คิม วัย 21 ปี ในข้อหาฆาตกรรม หลังผลการสืบสวนพบหลักฐานชิ้นสำคัญในโทรศัพท์มือถือว่าเธอใช้เอไออัจฉริยะอย่าง “ChatGPT” ในการสอบถามข้อมูลเชิงลึก เพื่อวางแผนวางยาพิษสังหารเหยื่ออย่างใจเย็น โดยเน้นไปที่อันตรายของการผสมยากลุ่มยานอนหลับเข้ากับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

จากการตรวจสอบข้อมูลในมือถือของ น.ส.คิม เจ้าหน้าที่พบว่า มีการตั้งคำถามกับ “ChatGPT” ซ้ำหลายครั้งในประเด็นที่น่าขนลุก ดังนี้

“จะเกิดอะไรขึ้นถ้ากินยานอนหลับพร้อมกับเหล้า ?”

“ต้องกินปริมาณเท่าไหร่ถึงจะเข้าขั้นอันตราย”

“มันสามารถฆ่าคนได้จริงไหม”

แม้ก่อนหน้านี้เธออ้างกับตำรวจว่า แอบผสมยากลุ่มเบนโซไดอะเซพีน (Benzodiazepines) ลงในเครื่องดื่มจริง แต่ไม่รู้ว่าจะทำให้ถึงแก่ความตาย ทว่าหลักฐานการค้นหาใน ChatGPT บ่งชี้ชัดเจนว่าเธอรู้อยู่เต็มอกว่า การกระทำดังกล่าวส่งผลถึงชีวิต

ล่าสุดอัยการได้เปิดเผยภาพถ่ายและชื่อจริงของเธอคือ “คิม โซ-ยอง” (Kim So-young) เพื่อประโยชน์ต่อสาธารณะ ขณะนี้เธอกำลังอยู่ระหว่างการควบคุมตัวเพื่อรอการพิจารณาคดี.

ภาพ @kbs

ที่มา : BBC , theonlinecitizen , KBS

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตาม The Thaiger บน Google News:

Pachara

นักเขียนประจำที่ Thaiger จบการศึกษาด้านศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา เคยผ่านประสบการณ์ผู้สื่อข่าวกีฬา เริ่มเขียนบทความกับ Thaiger ตั้งแต่ปี 2021 วิ่งกับการอ่านหนังสือ คือ กิจกรรมที่สนใจเป็นพิเศษ ช่องทางติดต่อ pachara@thethaiger.com

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to top button