ข่าว

โรงพยาบาล แจงลำดับเหตุการณ์ละเอียด ชี้แจงกรณี “สัปเหร่อ” ถูกตัวคุ่นกัดดับ

โรงพยาบาลวังเหนือ ออกแถลงแจงลำดับเหตุการณ์ละเอียด ชี้แจงกรณี สัปเหร่อ วัย 68 ปี ถูกตัวคุ่นกัด ชี้ไม่ได้เกิดจากตัวคุ่น

เพจเฟซบุ๊ก โรงพยาบาลวังเหนือ จังหวัดลำปาง ออกแถลงชี้แจง กรณีข่าวผู้เสียชีวิตซึ่งเป็นสัปเหร่อที่สงสัยว่าเกิดจากตัวคุ่น (ริ้นดำ) กัด โดยระบุว่า “ตามที่มีการเผยแพร่ข้อมูลในสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับกรณีผู้ป่วยเสียชีวิต โดยมีการระบุว่าสาเหตุ เกิดจากการถูกตัวคุ่น (รื้นดำ) กัดนั้น โรงพยาบาลวังเหนือขอชี้แจงลำดับเหตุการณ์และข้อเท็จจริงทางการแพทย์ เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องและลดความตื่นตระหนก ดังนี้ :

1. สรุปเหตุการณ์และอาการผู้ป่วย

วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้ป่วยชาย อายุ 68 ปี เข้ารับการรักษาด้วยอาการปวดน่อง เบื้องต้นตรวจ ไม่พบอาการผิดปกติรุนแรงอื่น ๆ แพทย์จึงวินิจฉัยเป็นกล้ามเนื้ออักเสบและให้ยากลับไปสังเกตอาการที่บ้าน ต่อมา ช่วงเย็นวันเดียวกัน ผู้ป่วยกลับมาอีกครั้งด้วยอาการปวดน่องรุนแรงจนเดินไม่ได้ มีอาการชาน่อง และเริ่มพบผิวหนัง เปลี่ยนเป็นสีม่วงบริเวณใบหน้าและติ่งหู ญาติจึงให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าสงสัยว่าผู้ป่วยอาจถูกตัวคุ่นกัด ทีมแพทย์ตรวจ พบภาวะ “ติดเชื้อในกระแสเลือดอย่างรุนแรง” (Sepsis) และมีภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ จึงเร่งให้สารน้ำ ยา ปฏิชีวนะ และส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลลำปางทันที วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้ป่วยได้เสียชีวิตลงด้วยภาวะ ติดเชื้อในกระแสเลือดและระบบหายใจล้มเหลว

2. ข้อควรรู้เพื่อลดความตื่นตระหนก

เล็กน้อยเท่านั้น ไม่ได้ทำให้เสียชีวิตโดยตรงในทันที ตัวตุ่นไม่ใช่แมลงพิษร้ายแรง : โดยปกติการถูกตัวคุ่นกัตจะส่งผลเพียงอาการคัน หรือเป็นตุ่มเลือด

สาเหตุการเสียชีวิต : กรณีนี้เกิดจาก ภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด (Sepsis) ซึ่งอาจเกิดจากปัจจัย เฉพาะบุคคล หรือมีการติดเชื้อแทรกซ้อนที่รุนแรง ไม่ใช่ผลจากพิษของตัวตุ่นโดยลำพัง

แนวทางปฏิบัติ : หากถูกแมลงกัดให้ทำความสะอาดด้วยน้ำสะอาด ประคบเย็นเพื่อลดบวม ทายาลด คัน สิ่งสำคัญคือห้ามเกา ถ้ามีอาการผิดปกติ เช่น อาการแพ้รุนแรง มีไข้ หายใจหอบเหนื่อย หรือผิวหนังเปลี่ยนสี ควรรีบพบแพทย์และแจ้งประวัติการถูกกัดทันที

พื้นที่เสียง การป้องกัน : หลีกเลี่ยงพื้นที่ชื้นแฉะหรือป่าเขา สวมเสื้อผ้ามิดชิด และทายากันแมลงเมื่อต้องเข้าใน

โรงพยาบาลวังเหนือขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งกับครอบครัวผู้เสียชีวิต และขอให้ประชาชนมั่นใจใน มาตรฐานการคัดกรองและการรักษาของโรงพยาบาล”

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ติดตาม The Thaiger บน Google News:

Nateetorn S.

ทำงานกับ Thaiger มาตั้งแต่ปี 2020 จบการศึกษาจากคณะวารสารศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสคร์ เคยทำงานกับสถานีโทรทัศน์อันดับ 1 ของประเทศ ทำให้มีประสบการณ์ความเชี่ยวชาญ เจาะประเด็นข่าวการเมืองอาชญากรรม ข่าวแปลกๆ เรื่องน่าสนใจจากต่างประเทศ ช่องทางติดต่อ tee@thethaiger.com

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to top button