คณะนิติศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ แจงปมเพิกถอน ปริญญาเอก อดีตนักการเมืองดัง

คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ออกแถลงการณ์ชี้แจงปมเพิกถอน ปริญญาเอก อดีตนักการเมืองดัง ประเด็นคัดลอกผลงาน
คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ออกแถลงการณ์ กรณีการรายงานข่าวเกี่ยวกับการเพิกถอนปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารกระบวนการยุติธรรม เนื้อหาระบุว่า
ตามที่สื่อมวลชนบางสำนักได้รายงานข่าวเกี่ยวกับมติของสภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ให้เพิกถอนปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารกระบวนการยุติธรรม ของผู้ถูกร้องซึ่งเป็นผู้สำเร็จการศึกษาในหลักสูตรดังกล่าวของคณะนิติศาสตร์ ดังที่ได้เผยแพร่ต่อสาธารณชนอย่างกว้างขวางนั้น
คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ขอชี้แจงข้อเท็จจริงและการดำเนินการของคณะนิติศาสตร์ในกรณีดังกล่าว เพื่อให้สาธารณชนได้รับทราบข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นธรรม โดยมีสาระสำคัญดังต่อไปนี้
1. กระบวนการสอบดุษฎีนิพนธ์
คณะนิติศาสตร์ได้ดำเนินการแต่งตั้งอาจารย์ที่ปรึกษาและคณะกรรมการสอบดุษฎีนิพนธ์ตามข้อบังคับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ว่าด้วยการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา โดยคณะกรรมการสอบประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญในสาขาวิชาและหัวข้อที่เกี่ยวข้อง
คณะกรรมการสอบมีหน้าที่ประเมินความรู้ ความเข้าใจในประเด็นที่ศึกษา ความถูกต้องของเนื้อหาทางวิชาการ การวิเคราะห์และสังเคราะห์ข้อมูล ตลอดจนความเหมาะสมของระเบียบวิธีวิจัย โดยมีฝ่ายธุรการบัณฑิตศึกษาทำหน้าที่ตรวจสอบรูปแบบการจัดพิมพ์ดุษฎีนิพนธ์ ส่วนนักศึกษามีหน้าที่ในการจัดทำดุษฎีนิพนธ์ให้เป็นไปตามมาตรฐานและจริยธรรมทางวิชาการอย่างเคร่งครัด รวมทั้งมีหน้าที่ในการตรวจสอบการคัดลอกผลงานวิชาการ ซึ่งนอกจากนักศึกษาจะต้องตรวจสอบด้วยตนเองแล้ว คณะนิติศาสตร์ยังกำหนดให้นักศึกษาต้องตรวจสอบการคัดลอกก่อนยื่นขอสอบดุษฎีนิพนธ์โดยใช้ระบบ TU e-Thesis ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
เนื่องจากการตรวจสอบการคัดลอกผลงานทางวิชาการจำเป็นต้องอาศัยฐานข้อมูลงานวิชาการที่มีจำนวนมากและมีความหลากหลาย ทั้งในแง่ประเภทของเอกสาร ภาษา แหล่งที่มา และช่วงเวลาการเผยแพร่ ตลอดจนต้องใช้ระบบประมวลผลที่สามารถเปรียบเทียบข้อความเพื่อแสดงระดับความคล้ายคลึงกันระหว่างผลงานที่ตรวจสอบกับเอกสารในฐานข้อมูลดังกล่าว ทั้งนี้ แม้ระบบตรวจสอบการคัดลอกจะเป็นเครื่องมือสนับสนุนการพิจารณาทางวิชาการ นักศึกษาผู้จัดทำดุษฎีนิพนธ์ยังคงมีหน้าที่ต้องยึดถือและปฏิบัติตามหลักจริยธรรมทางวิชาการอย่างเคร่งครัด
อย่างไรก็ตาม ผลการตรวจสอบการคัดลอกของผู้ถูกร้องจากระบบ TU e-Thesis อยู่ที่ร้อยละ 1.29 ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์ที่คณะนิติศาสตร์กำหนดให้อาจารย์ที่ปรึกษาต้องพิจารณาและทำความเห็นเป็นลายลักษณ์อักษร ดังนั้น อาจารย์ที่ปรึกษาและผู้อำนวยการหลักสูตรจึงอนุญาตให้มีการสอบดุษฎีนิพนธ์ได้ และคณะกรรมการสอบได้ดำเนินการทดสอบและประเมินความรู้ของผู้ถูกร้องตามกระบวนการและมาตรฐานของหลักสูตรเช่นเดียวกับนักศึกษารายอื่น ๆ
คณะนิติศาสตร์ให้ความสำคัญกับการคัดเลือกอาจารย์ที่ปรึกษาและคณะกรรมการสอบงานวิจัยของนักศึกษาทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นดุษฎีนิพนธ์ วิทยานิพนธ์ หรือการค้นคว้าอิสระ ตลอดจนการดำเนินกระบวนการสอบป้องกันงานวิจัยให้เป็นไปตามมาตรฐานและจริยธรรมทางวิชาการ อย่างไรก็ดี คณะนิติศาสตร์ตระหนักถึงข้อจำกัดของระบบตรวจสอบการคัดลอกผลงานทางวิชาการ ซึ่งยังไม่สามารถครอบคลุมฐานข้อมูลผลงานทางวิชาการได้ทั้งหมด อันอาจทำให้การตรวจพบการคัดลอกไม่ครบถ้วน ทั้งนี้ข้อจำกัดดังกล่าวไม่อาจเป็นเหตุอ้างเพื่อหลีกเลี่ยงหรือฝ่าฝืนหลักจริยธรรมทางวิชาการของนักศึกษาได้
2. การดำเนินการสอบข้อเท็จจริง
ภายหลังจากคณะนิติศาสตร์ได้รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับดุษฎีนิพนธ์ดังกล่าวจากผู้ร้อง คณะนิติศาสตร์มิได้เพิกเฉยต่อข้อร้องเรียนและได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยรับฟังข้อเท็จจริงจากผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ได้แก่ ผู้ร้อง ผู้ถูกร้อง และคณะกรรมการสอบดุษฎีนิพนธ์
เมื่อการตรวจสอบในระดับคณะได้แล้วเสร็จ คณะนิติศาสตร์ได้ส่งเรื่องร้องเรียนดังกล่าวไปยังมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพื่อพิจารณาแต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงตามขั้นตอนและอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย ข้อบังคับ และระเบียบที่เกี่ยวข้อง จนกระทั่งเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของสภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
3. การป้องกันปัญหาการคัดลอกผลงานในอนาคต
คณะนิติศาสตร์ตระหนักถึงความสำคัญของหลักจริยธรรมทางวิชาการ จึงกำหนดมาตรการเพิ่มเติมเพื่อป้องกันปัญหาการคัดลอกผลงานทางวิชาการในอนาคต ดังนี้
(1) ยกระดับการตรวจสอบการคัดลอกผลงานวิชาการ โดยกำหนดให้ใช้เครื่องมือมาตรฐานสากล เช่น โปรแกรม Turnitin ควบคู่กับระบบ TU e-Thesis ของมหาวิทยาลัยเป็นเงื่อนไขบังคับก่อนการสอบป้องกันดุษฎีนิพนธ์ วิทยานิพนธ์ และการค้นคว้าอิสระ และมีการตรวจสอบอีกครั้งก่อนนำผลงานวิจัยเข้าสู่คลังวิทยานิพนธ์ โดยไม่ได้พิจารณาเฉพาะตัวเลขร้อยละของความซ้ำซ้อน แต่ประเมินเชิงคุณภาพประกอบด้วย
(2) เสริมบทบาทการพิจารณาด้านจริยธรรมทางวิชาการ โดยกำชับให้คณะกรรมการสอบดุษฎีนิพนธ์ วิทยานิพนธ์ และการค้นคว้าอิสระ พิจารณาผลการตรวจสอบการคัดลอกจากโปรแกรม Turnitin และระบบ TU e-Thesis ควบคู่ไปกับการพิจารณาเนื้อหาและระเบียบวิธีวิจัย โดยให้ความสำคัญกับหลักจริยธรรมทางวิชาการเป็นส่วนหนึ่งของการประเมินผลงานวิจัย
(3) พัฒนาความรู้และความตระหนักด้านมาตรฐานและจริยธรรมทางวิชาการ โดยการจัดการอบรมภาคบังคับด้านการเขียนงานวิชาการ การอ้างอิง จริยธรรมการวิจัย และการใช้เครื่องมือดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์อย่างมีความรับผิดชอบในระดับบัณฑิตศึกษา โดยกำหนดให้การผ่านการอบรมดังกล่าวเป็นเงื่อนไขก่อนการสอบป้องกันดุษฎีนิพนธ์ วิทยานิพนธ์ และการค้นคว้าอิสระ
คณะนิติศาสตร์ขอแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ในครั้งนี้ อันส่งผลกระทบต่อผู้ร้องและความเชื่อมั่นของสังคม คณะนิติศาสตร์ตระหนักถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นและขอยืนยันความมุ่งมั่นในการธำรงไว้ซึ่งมาตรฐานทางวิชาการ จริยธรรมทางวิชาการ และคุณค่าของปริญญาบัตรแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยปฏิบัติต่อทุกคนอย่างเสมอภาคกัน ทั้งนี้ คณะนิติศาสตร์เชื่อมั่นว่าการรักษามาตรฐานทางวิชาการต้องอาศัยกระบวนการที่จริงจัง โปร่งใส และการพัฒนาระบบการตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง และขอยืนยันว่าจะดำเนินการด้วยความรับผิดชอบ เพื่อธำรงความเชื่อมั่นของสังคมและเกียรติภูมิของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์สืบไป



อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
ติดตาม The Thaiger บน Google News:



