
สรุปดราม่าร้อน ครูอ้อย เข็มทิศชีวิต คัมแบ็กลุคเศรษฐินีโมนาโก แนะคบคนรวยหนีความจน “มดดำ” แฉ ทำวงแตก
ทอล์กออฟเดอะทาวน์ชั่วข้ามคืน หลังโลกออนไลน์แห่แชร์คลิปสัมภาษณ์ไวรัลของ ครูอ้อย ฐิตินาถ ณ พัทลุง หรือที่รู้จักกันในนาม ครูอ้อย เข็มทิศชีวิต อดีตไลฟ์โค้ชชื่อดังที่หายหน้าหายตาไปนาน ล่าสุดปรากฏตัวในลุคใหม่สุดหรูหราที่ประเทศโมนาโก ผ่านช่อง TikTok ต่างประเทศชื่อดัง The School of Hard Knocks
ในคลิปดังกล่าว ครูอ้อยให้สัมภาษณ์เป็นภาษาอังกฤษด้วยความมั่นใจ ว่าเธอเป็นเศรษฐีตั้งแต่อายุ 28 ปี ปัจจุบันเป็นเจ้าของธุรกิจกว่า 10 แห่งทั่วโลก รวมถึงธุรกิจ IP Licensing ที่เคยทำเงินได้สูงถึง 80 ล้านดอลลาร์ หรือราว 2,600 ล้านบาท ภายในเวลาเพียง 6 เดือน

แต่จุดที่จุดชนวนดราม่าคือคำแนะนำเมื่อถูกถามถึงวิธีหลุดพ้นจากความยากจน ครูอ้อยตอบว่า “จงเป็นเพื่อนกับคนรวยอย่างน้อย 1 คน เพราะคนรวยจะสอนวิธีหาเงินและให้โอกาส ส่วนคนจนมีแต่จะฉุดให้คุณตกต่ำลง” (The poor will only bring you down) ประโยคนี้สร้างความไม่พอใจให้กับชาวเน็ตจำนวนมากที่มองว่าเป็นการทัศนคติที่เหยียดคนจนและบูชาเงินตรา
ซึ่งสิ่งที่เชื่อมโยง ครูอ้อย กับวงการเทคโนโลยีตอนนี้ คือบทบาทใหม่ของการเป็น CEO แอปพลิเคชัน Soul (โซล) ก็คือ ‘จิตและวิญญาณ’ เป็นแอปด้าน สุขภาพจิต ที่ผสมผสาน การทำสมาธิ (Meditation), การนอนหลับ, และการดูทั้งด้าน อารมณ์, การเงิน, แล้วก็ สังคม
คำจำกัดความของแอปเนี้ย คือการไม่ได้เป็นแค่แอปทำสมาธิ… แต่เป็นแพลตฟอร์มที่มุ่งสร้าง อิสรภาพทางอารมณ์ การเงิน แล้วก็สังคม ให้ผู้ใช้ทั่วโลก”
ด้านพิธีกรฝีปากกล้า มดดำ คชาภา ได้หยิบยกเรื่องนี้มาเล่าในรายการ “แฉ” พร้อมเผยวีรกรรมสุดฮาของตัวเองสมัยที่ดาราค่อนวงการแห่ไปเรียนคอร์สเข็มทิศชีวิต มดดำเล่าว่าครั้งหนึ่งเคยถูกบังคับให้เข้าคอร์สสมาธิ ซึ่งบรรยากาศเต็มไปด้วยความซาบซึ้ง ดาราสาวอย่าง โอ๋ ภัคจีรา หรือ อาตุ่ย ต่างร้องไห้ฟูมฟายเมื่อครูอ้อยให้จินตนาการถึงวัยเด็ก

แต่เมื่อครูอ้อยถามมดดำว่า “เห็นอะไรคะ เห็นภาพใครอุ้มเราไหม” มดดำกลับตอบเสียงดังฟังชัดกลางห้องเงียบๆ ว่า “เห็นแต่ผัวครูพละค่ะ!” (เพราะตอนเด็กชอบไปแอบดูครูพละ) คำตอบนี้ทำเอาครูอ้อยถึงกับไปไม่เป็นและต้องสั่งปิดคลาสจบการสอนทันที ทำเอาพิธีกรร่วมอย่าง น็อต วรฤทธิ์ และ ปิงปอง ขำกลิ้ง
ล่าสุด ครูอ้อย ไม่นิ่งเฉย ออกมาโพสต์ข้อความร่ายยาวผ่านเฟซบุ๊ก ยืนยันว่าตนเลิกสอนคอร์สมานานเกือบ 20 ปีแล้ว ส่วนคนที่ชีวิตพังหลังจากเรียนจบไปเป็นเพราะกลับไปทำตัวเหลวไหลเอง พร้อมนิยามคำว่า “คนจน” ใหม่ว่า ไม่ได้วัดที่เงิน แต่วัดที่ใจ ใครที่ขี้อิจฉา ใส่ร้ายคนอื่น ต่อให้มีเงินก็เป็นได้แค่ “คนจนระดับ DNA”
นอกจากนี้ เธอยังอ้างว่าตนถูกขบวนการจ้องทำลายชื่อเสียงต่อเนื่องมา 20 ปี เพียงเพราะเคยพูดพาดพิงถึงผู้มีอิทธิพลคนหนึ่ง พร้อมท้าทายกลับไปยังผู้กล่าวหาว่า “กล้าพูดสิ่งเหล่านั้นต่อหน้าพระแก้วมรกตหรือไม่”

ติดตาม The Thaiger บน Google News:





