เปิดเรื่องราว “น้องบูม” ม.5 สู้ชีวิตลำพังในห้องเช่า ฝันรับใช้ชาติแต่อนาคตการศึกษายังกังวล
โซเชียลแห่ชื่นชมและส่งกำลังใจให้ “น้องบูม” เด็กหนุ่มวัย 17 ปี นักเรียนชั้น ม.5 ในจังหวัดนนทบุรี ที่ต้องใช้ชีวิตเพียงลำพังในห้องเช่ามาตั้งแต่ ม.1 หลังครอบครัวแยกทางกัน เจ้าตัวขยันสุดขีดทำงานพาร์ทไทม์ส่งตัวเองเรียน แม้ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐาน แม้ไม่ท้อโชคชะตา แต่เงินศึกษาต่อยังกังวลหนัก
โลกออนไลน์ต่างพากันแชร์เรื่องราวสุดสะเทือนใจและน่าชื่นชมของนายบรรณสรณ์ หรือ “น้องบูม” เยาวชนวัยเพียง 17 ปี นักเรียนชั้น ม.5 ของโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดนนทบุรี ที่ต้องใช้ชีวิตเพียงลำพังในห้องเช่ามาตั้งแต่อายุ 13 ปี
สำหรับเรื่องราวทั้งหมด ได้รับการเปิดเผยโดย นายปรเมศร์ มีสมภพ หรือ “เมศ” อายุ 42 ปี เจ้าหน้าที่ธุรการ สำนักงานปลัดบัญชีทหารอากาศ ซึ่งเป็นพลเมืองดีได้ลงพื้นที่ไปหยิบยื่นความช่วยเหลือให้กับน้องม.5 ในเบื้องต้น โดยเรื่องราวดังกล่าวน้องบูมเป็นผู้ถ่ายทอดและระหว่างพูดคุยมีจนท.บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดนนทบุรี ดูแลทุกอย่าง และได้รับขออนุญาตจากเด็กและหน่วยงานให้ลงรูปและรายละเอียดทั้งหมด เพื่อเป็นสื่อกลางในความช่วยเหลือ
ทั้งนี้ปูมหลังชีวิตจริงของเด็กหนุ่มม. 5 คนนี้ ต้องยอมรับว่า เป็นชีวิตจริงๆ ของเด็กหนุ่มวัยเพียง 17 ปี ที่ต้องใช้ชีวิตเพียงลำพัง เมื่อพ่อและแม่ตัดสินใจแยกทางกันตั้งแต่น้องเรียนอยู่ชั้น ม.1
ในตอนแรกบูมมีพี่ชาย 1 คน ทั้งคู่ไปอยู่กับพ่อ แต่ต่อมาเกิดปัญหาขัดแย้งรุนแรงจนต้องย้ายออกมาอยู่กับแม่
ทว่าโชคชะตายังคงทดสอบน้องอย่างต่อเนื่อง เมื่อแม่ต้องไปทำงานต่างจังหวัดและขาดการติดต่อ รวมถึงไม่ได้ส่งเสียค่าใช้จ่ายให้เหมือนเก่า ด้วยความเกรงใจและอยากพึ่งพาตนเอง น้องบูมจึงตัดสินใจกัดฟันหางานทำเพื่อเลี้ยงชีพและส่งตัวเองเรียนตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

ตารางชีวิตในแต่ละวัน สาหัสเกินเด็กวัยเดียวกัน “จะแบกรับ”
โดยในเวลา 07.30 น. น้องจะตื่นนอนเพื่อเตรียมตัวไปเรียนหนังสือตามปกติ และทันทีที่เลิกเรียนในเวลา 15.30 น. น้องจะต้องรีบเดินทางไปทำงานพาร์ทไทม์ที่ร้านพิซซ่าแห่งหนึ่ง รับหน้าที่ทั้งทำอาหารและขี่รถจัดส่งจนถึงเวลา 23.30 น. กว่าจะกลับถึงห้องพักและได้นั่งทำการบ้านหรือรายงานก็ล่วงเลยไปจนถึงเวลา 01.00 – 02.00 น. ของอีกวัน เป็นวงจรชีวิตที่วนเวียนอยู่อย่างนี้ทุกวันโดยไม่มีวันหยุดพัก
สำหรับสภาพความเป็นอยู่นั้น น้องบูมอาศัยอยู่ในห้องเช่าขนาดเล็ก ราคาเดือนละ 2,500 บาท
รายได้รวมจากการทำงานประมาณ 6,000 บาทต่อเดือน ภายในห้องมีเพียงที่นอนขนาด 3 ฟุต พัดลมหนึ่งตัว และ “กระทะไฟฟ้าขนาดเล็ก” ราคาหลัก 100 บาท ที่ใช้เป็นทั้งหม้อหุงข้าวและอุปกรณ์ทำกับข้าวประทังชีวิตไปวันๆ
โดยน้องมักจะซื้อข้าวสารแบ่งขายถุงละ 1 กิโลกรัมมาหุงกินคู่กับไข่ทอดหรือบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เนื่องจากในห้องไม่มีทั้งหม้อหุงข้าวและตู้เย็นสำหรับเก็บถนอมอาหาร แม้จะมีความมานะพยายามและตั้งใจเรียนอย่างมาก แต่น้องบูมยังคงมีความกังวลถึงเส้นทางในอนาคตว่าจะมีโอกาสได้เรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัยหรือไม่ เนื่องจากลำพังเงินจากการทำงานรายวันแทบไม่เพียงพอต่อการสะสมเป็นทุนการศึกษา
ล่าสุดเริ่มมีหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับเด็กและเยาวชนเข้ามาให้คำแนะนำและดูแลในเบื้องต้นแล้ว พร้อมกับอาสาสมัครที่นำสิ่งของจำเป็นไปมอบให้เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน
สำหรับผู้ที่ต้องการหยิบยื่นโอกาสและช่วยเหลือเด็กหนุ่มม.5 นักสู้ชีวิต สามารถร่วมสมทบทุนการศึกษาได้โดยตรงที่บัญชีธนาคารกสิกรไทย ชื่อบัญชี นายบรรณสรณ์ ยืนยงค์ เลขที่บัญชี 164-390-1494 ซึ่งเป็นบัญชีของน้องโดยตรงและมีการกำกับดูแลจากหน่วยงานรัฐเพื่อให้เงินทุกบาทถูกใช้เพื่อการศึกษาอย่างแท้จริง
โดยตอนนี้สิ่งของที่อยากได้ คือ “ตู้เย็น” กับ “หม้อหุงข้าว”
“นี่ละครับชีวิตจริงกับชีวิตของเด็กที่เรียนชั้น ม.5 ตั้งที่ไม่ยอมแพ้กับสิ่งที่ตัวเองเผชิญ กับลุกขึ้นดิ้นรนเพื่อให้ตัวเองเอาชีวิตรอดในแต่ละวัน ความอดทนจะให้พลัง พี่ชื่นชมเรานะ คนเก่ง” ปรเมศร์ มีสมภพ พลเมืองดีวัย 42 ปี ทิ้งท้าย พร้อมกับระบุความฝันของน้องผ่านการพูดคุยกับ “The Thaiger” คือ การได้โตขึ้นไปรับใช้ชาติเป็น “ทหาร”.


อ่านข่าวเพิ่มเติม
- ชื่นชม 2 พี่น้องสู้ชีวิต แม้ยากจนก็เป็นหมอได้ เผยทริคอ่านน้อย แต่ได้ผลชัวร์
- ย้อนประวัติ น้องทีน สดายุ เด็กไร้บ้านสู้ชีวิต สู่เจ้าของร้านกะเพราชื่อดัง
- เฮลั่นรพ. ผู้ป่วยถูกรางวัลที่ 1 สองใบ 12 ล้าน พร้อมเปิดที่มาเลขเหนี่ยวทรัพย์
ติดตาม The Thaiger บน Google News:





