ศูนย์ต้านโกงฯ เจอรังสแกมเมอร์ใหม่ ผุดกลางเมืองในกัมพูชา ห่างปอยเปต 50 กม.

ACSC พบฐานสแกมเมอร์ใหม่ในกัมพูชา แฉย้ายรังหนีชายแดน พร้อมเตือนภัยกลโกง หลอกรักชวนพนัน ระบาดหนัก เล็งเป้าสาวใหญ่ฐานะดี
ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) นำโดย พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ และ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช แถลงความคืบหน้าปฏิบัติการกวาดล้างอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หลังจากที่ได้ร่วมมือกันทลายฐานปฏิบัติการใหญ่ของแก๊งสแกมเมอร์ในพื้นที่สีเทาชายแดนอย่าง “KK Park” และ “ชเวก๊กโก” จนราบคาบ ส่งผลให้เครือข่ายมิจฉาชีพเหล่านี้ต้องอพยพย้ายฐานหนีการปราบปรามเข้าสู่พื้นที่ตอนใน
จากการสืบสวนล่าสุด เจ้าหน้าที่ตรวจพบการตั้ง “Scam Compound” หรือฐานปฏิบัติการแห่งใหม่ในเมืองมาลัย จังหวัดบันเจียนเมียนเตย ประเทศกัมพูชา ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากปอยเปตประมาณ 50 กิโลเมตร ลักษณะเป็นอาคาร 2 ชั้น แยกพื้นที่ทำงานและที่พักอาศัยอย่างชัดเจน โดยทำเลที่ตั้งอยู่ใกล้อุทยานมาลัย และยังพบว่ามีการเร่งขยายสิ่งปลูกสร้างเพิ่มเติมเพื่อรองรับจำนวนพนักงานที่เพิ่มขึ้น
ภายในฐานปฏิบัติการแห่งใหม่นี้ มีการใช้แรงงานจากหลากหลายเชื้อชาติ ทั้งคนไทย อินเดีย และอินโดนีเซีย โดยมีกลุ่มชาวจีนเป็นผู้ควบคุมสั่งการอยู่เบื้องหลัง เพื่อดำเนินการหลอกลวงเหยื่อทั่วโลก สาเหตุหลักที่มีการย้ายฐานเข้ามายังพื้นที่ตอนในของกัมพูชา เนื่องจากสถานการณ์การสู้รบตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ทำให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ต้องหาพื้นที่ปลอดภัยใหม่ในการตั้งฐานเพื่อกอบโกยผลประโยชน์ต่อไป

แฉกลโกงใหม่ “หลอกรัก…ลวงเล่นพนัน”
ศูนย์ ACSC ยังได้ตรวจพบแผนประทุษกรรมรูปแบบใหม่ที่มิจฉาชีพนำมาใช้ โดยเปลี่ยนจากการหลอกลงทุนในธุรกิจทิพย์ มาเป็นการใช้ “ความรัก” เป็นเครื่องมือ (Romance Scam) แล้วชักชวนเหยื่อเข้าสู่การพนันออนไลน์ โดยมีพฤติการณ์ที่น่าจับตามอง ดังนี้:
- สร้างโปรไฟล์ปลอม: คนร้ายจะปลอมตัวตนบน Facebook หรือ TikTok อวดไลฟ์สไตล์หรูหรา โชว์รถซูเปอร์คาร์ นาฬิกาหรู และกระเป๋าแบรนด์เนม
- ล็อคเป้าหมาย: เน้นเหยื่อเป็นผู้หญิงอายุประมาณ 40 ปีขึ้นไป ที่มีฐานะทางการเงินมั่นคง
- สร้างสัมพันธ์: เร่งสานสัมพันธ์เชิงชู้สาว วาดฝันอนาคตร่วมกันจนเหยื่อตายใจและยอมเปิดเผยข้อมูลการเงิน
- ลวงเข้าบ่อนทิพย์: สร้างสถานการณ์ว่ามีงานด่วนเกี่ยวข้องกับเว็บคาสิโนชื่อ “Grand Lisboa” อ้างว่าเจอช่องโหว่ทำกำไรได้
- เชือดเหยื่อ: ให้เหยื่อลองเล่นผ่านบัญชีทดลองและใช้สลิปปลอมโชว์กำไร เมื่อเหยื่อโอนเงินจริงจะถอนไม่ได้ โดยอ้างเงื่อนไขให้เติมเงินเพิ่มไม่สิ้นสุด
เปิดสถิติภัยออนไลน์รับปีใหม่ เสียหายกว่า 222 ล้าน
สถานการณ์คดีออนไลน์ในช่วงสัปดาห์แรกของปี ตั้งแต่วันที่ 28 ธ.ค. 2568 – 3 ม.ค. 2569 มีสถิติที่น่าสนใจจากการรับแจ้งความผ่านระบบ Thaipoliceonline ดังนี้:
- มีผู้แจ้งความเข้ามาทั้งสิ้น 6,369 คดี
- มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 222,116,678 บาท (เฉลี่ยวันละประมาณ 31.73 ล้านบาท)
- แนวโน้มจำนวนคดีลดลง 530 คดี และมูลค่าความเสียหายลดลงกว่า 262,979,389 บาท เมื่อเทียบกับช่วงเทศกาลคริสต์มาส แต่คดีหลอกโอนเงินรับรางวัลเริ่มกลับมาพุ่งสูงขึ้นในช่วงต้นปี
จัดอันดับคดีที่มีจำนวนการแจ้งความสูงสุด:
- หลอกซื้อขายสินค้าออนไลน์ (80.3%) ยังคงเป็นภัยคุกคามอันดับ 1 ที่มีความถี่สูงสุด
- หลอกโอนเงินหารายได้พิเศษ แซงขึ้นมาเป็นอันดับ 2
- หลอกให้โอนเงินเพื่อรับรางวัล มีแนวโน้มสูงขึ้นรับช่วงปีใหม่
จัดอันดับคดีที่มีมูลค่าความเสียหายสูงสุด:
- หลอกลงทุนผ่านระบบคอมพิวเตอร์: ยังคงสร้างความเสียหายเป็นเม็ดเงินมากที่สุด
- หลอกซื้อขายสินค้าออนไลน์: สร้างความเสียหายรองลงมา
- หลอกโอนเงินหารายได้พิเศษ: สร้างความเสียหายเป็นอันดับ 3
ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ศูนย์ ACSC ได้ประสานงานร่วมกับตำรวจในพื้นที่ เข้าตรวจสอบและช่วยเหลือเหยื่อได้อย่างทันท่วงทีจำนวน 6 เคส สามารถระงับการโอนเงินของผู้เสียหายก่อนจะเข้าบัญชีมิจฉาชีพได้ถึง 10 ราย รวมเป็นเงินกว่า 1,213,319 บาท พร้อมทั้งจับกุมผู้กระทำผิดได้ 1 คดี
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- ปปง.-ซีไอบี ยึดเรือยอชท์ ATLAS ของเมีย เบน สมิธ แฉเส้นทางเงินสีเทาโยงสแกมเมอร์
- ปอยเปตโดนถล่ม! เปิดคลิปนาทีทัพอากาศ ปูพรมทลายดง “สแกมเมอร์เขมร”
- ชาวต่างชาติร่วมเชียร์ ไทยถล่มศูนย์สแกมเมอร์ ไม่มีสายแปลกโทรเข้ามา
ติดตาม The Thaiger บน Google News:





