ข่าวต่างประเทศ

สื่อนอก จับตาคำตัดสิน คดีแพทองธาร ชี้ ชินวัตรจบแล้ว มองไทยติดหล่ม 2 ทศวรรษ

วิเคราะห์ประเด็นสำคัญจากข่าว

สื่อต่างประเทศ จับตาคำตัดสินคดี “แพทองธาร ชินวัตร” อย่างใกล้ชิด ชี้เป็นคดีการเมือง ไม่ใช่เรื่องกฎหมาย พร้อมฟันธงชินวัตรจบสิ้นแล้ว

ในขณะที่ประเทศไทยกำลังนับถอยหลังสู่คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในคดีของนายกรัฐมนตรี น.ส.แพทองธาร ชินวัตร สื่อต่างประเทศและนักวิเคราะห์นานาชาติต่างจับตามองอย่างใกล้ชิด โดยนำเสนอแง่มุมและบทวิเคราะห์ที่เข้มข้น ชี้ว่านี่คืออีกหนึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญที่อาจส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อ “การเมืองของตระกูลชินวัตร” และอาจผลักดันให้ประเทศไทยเข้าสู่ความวุ่นวายทางการเมืองระลอกใหม่

นักวิเคราะห์ชี้ แบรนด์ชินวัตรจบแล้ว

ประเด็นที่ถูกหยิบยกขึ้นมาอย่างหนักแน่นคือสถานะของตระกูลชินวัตรในทางการเมือง ณพล จาตุศรีพิทักษ์ นักวิชาการจากสถาบัน ISEAS-Yusof Ishak ในสิงคโปร์ ให้ทรรศนะไว้อย่างน่าสนใจว่า “ผมคิดว่าแบรนด์ชินวัตรจบสิ้นแล้ว” โดยให้เหตุผลว่าความล้มเหลวของรัฐบาลพรรคเพื่อไทยในการทำตามนโยบายเศรษฐกิจ และภาวะผู้นำของ น.ส.แพทองธาร ที่ถูกมองว่า “อ่อนต่อโลก” จากกรณีคลิปเสียงที่หลุดออกมา ได้บั่นทอนมรดกทางการเมืองที่ตระกูลเคยสร้างไว้

มุมมองดังกล่าวสอดคล้องกับ ฐิตินันท์ พงษ์สุทธิรักษ์ จากคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่วิเคราะห์ว่า นายทักษิณ ชินวัตร ได้ละทิ้งจุดยืนทางศีลธรรมในฐานะผู้ที่ถูกโค่นล้มจากการเลือกตั้ง ไปแล้วนับตั้งแต่ทำข้อตกลงกับกลุ่มอำนาจเก่าเพื่อเดินทางกลับประเทศ

อดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ออกจากศาลอาญากรุงเทพมหานคร ประเทศไทย หลังศาลมีคำพิพากษายกฟ้องทักษิณในข้อหาหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ วันศุกร์ที่ 22 สิงหาคม 2568 (ภาพเอพี/ศักดิ์ชัย ลลิต)

คดีการเมือง และบทบาทขององค์กรตุลาการ

สื่อต่างชาติยังให้ความสำคัญกับบทบาทของศาลรัฐธรรมนูญไทย โดยอ้างอิงความเห็นของ เข็มทอง ต้นสกุลรุ่งเรือง นักวิชาการด้านกฎหมายรัฐธรรมนูญ ที่ชี้ว่าการแทรกแซงโดยองค์กรตุลาการได้หล่อหลอมการเมืองไทยมาอย่างยาวนาน ตั้งแต่การโค่นล้มรัฐบาลในเครือข่ายทักษิณในปี 2551 และ 2557 โดยเข็มทองมองว่าผลลัพธ์ของคดีนี้ “ไม่ได้ขึ้นอยู่กับข้อโต้แย้งทางกฎหมาย แต่ขึ้นอยู่กับคำสั่งทางการเมือง นี่เป็นคดีการเมืองมาโดยตลอด”

Squid Game การเมืองไทย ในมุมมองต่างชาติ

พรรณิการ์ วานิช อดีต สส.พรรคอนาคตใหม่ ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อต่างชาติโดยเปรียบเปรยการเมืองไทยไว้ว่าเปรียบเสมือน “เกม Squid Game ในชีวิตจริง” ที่นายกรัฐมนตรีจะถูกกำจัดออกไปทีละคน จนกว่า “ผู้ควบคุมเกม” (กลุ่มอำนาจเก่า) จะได้ผู้เล่นที่พวกเขาต้องการ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงมุมมองว่ากติกาประชาธิปไตยแบบปกติไม่สามารถใช้ได้จริงในการเมืองไทย

ฉากทัศน์อนาคต เกมต่อรองอำนาจครั้งใหม่

นักวิเคราะห์ยังมองไปถึงฉากทัศน์หลังการตัดสิน โดย ณพล จาตุศรีพิทักษ์ คาดการณ์ว่า แม้ น.ส.แพทองธาร จะถูกถอดถอน กลุ่มอำนาจเก่าอาจยังคงต้องการให้พรรคเพื่อไทยอยู่ในสมการอำนาจต่อไป แต่อาจอยู่ในฐานะ “พรรคร่วม” ภายใต้การนำของฝ่ายอนุรักษนิยม โดยมีคดีความที่เหลืออยู่ของนายทักษิณเป็น “เครื่องมือต่อรอง” บีบให้พรรคเพื่อไทยต้องยอมรับข้อตกลงที่เสียเปรียบ

บทวิเคราะห์โดยรวมจากสื่อนอกชี้ให้เห็นว่า คดีของ น.ส.แพทองธาร เป็นเพียงภาพสะท้อนของความขัดแย้งที่ดำเนินมาตลอดสองทศวรรษ ระหว่างรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งซึ่งต้องการผลักดันการปฏิรูป กับกลุ่มอำนาจอนุรักษนิยมที่พยายามรักษาสถานะเดิมไว้ ซึ่งเป็นวังวนที่ทำให้ประเทศไทย “ติดหล่ม” ทางการเมืองมาอย่างยาวนาน

ที่มา: ALJAZEERA

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ติดตาม The Thaiger บน Google News:

0 0 โหวต
Article Rating
สมัครรับข้อมูล
แจ้งเตือนเกี่ยวกับ
0 Comments
เก่าแก่ที่สุด
ใหม่ล่าสุด ถูกโหวตมากที่สุด
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด

Suriyen J.

นักเขียนบทความข่าว จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ สาขาปรัชญาและศาสนา มีประสบการณ์กับสำนักข่าวระดับประเทศ ชื่นชอบด้านสังคม การเมือง ต่างประเทศ ทำให้สามารถสร้างคุณค่าผ่านงานเขียน เพื่อให้ผู้อ่านได้ประโยชน์ครบทุกมิติ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to top button
0
เราอยากทราบความคิดเห็นของคุณ โปรดแสดงความคิดเห็นx