‘ชาไทย’ ผงาดอันดับ 7 เครื่องดื่มยอดเยี่ยมของโลก

เว็บไซต์อาหารจัด ชาไทย น้ำหวานยอดนิยม ติดอันดับ 7 เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ยอดเยี่ยม ขณะที่อันดับ 1 คือชานมฮ่องกง
เว็บไซต์ TasteAtlas เว็บไซต์ด้านอาหารชื่อดังจัดอันดับ 10 เครื่องดื่มไร้แอลกอฮอลล์ที่อร่อยที่สุด โดยใน 10 อันดับนั้นมีเครื่องยอดนิยมอย่าง ชาเย็น หรือ ชาไทย ติดอยู่ด้วย โดยอยู่ในอันดับที่ 7
ทางเว็บไซต์ระบุว่า “ชาไทยแท้ๆเป็นการผสมกันระหว่างชาดำที่เข้มข้นและน้ำตาล นมข้น และเครื่องเทศ โดยจะถูกราดบนน้ำแข็งที่ถูกบด ตามชาเย็นฉบับดั้งเดิมแล้ว เครื่องดื่มดังกล่าวถูกปรุงขึ้นด้วย ใบชาดำ และอาจจะมีเครื่องปรุงเสริมอย่าง เทียนสัตตบุษย์, มะขาม และ กระวาน
ทว่าทั้งชาตามร้านอาาหรและตามข้างถนน มักจะใช้ชาซองที่มีการผสมสีอาหาร เพื่อให้ชาเย็นมีสีโทนส้มที่ไม่เป็นธรรมชาติ ซึ่งตามแบบธรรมเนียมดั้งเดิม ชาเย็นจะมีสีอำพัน และจะถูกทำให้เย็นก่อนผสมกับน้ำแข็ง”
สำหรับชาอันดับอื่น ๆ เป็นดังนี้
อันดับ 10 Darjeeling จากอินเดีย
อันดับ 9 Ristretto จากอิตาลี
อันดับ 8 El submarino จากอาร์เจนตินา
อันดับ 6 Salep จากตุรเคีย
อันดับ 5 Horchata (Mexico) จากเม็กซิโก
อันดับ 4 Maghrebi Mint Tea จากอัลมัฆริบ
อันดับ 3 Chai masala จากอินเดีย
อันดับ 2 Aguas Frescas จากเม็กซิโก
อันดับ 1 Hong Kong-Style Milk Tea จากฮ่องกง
ทำไมชาไทย กลายเป็นเครื่องดื่มฮิตทั่วโลก
ชาไทย เครื่องดื่มสีส้มสดใส รสชาติหวานละมุนกลมกล่อมด้วยนม เครื่องดื่มที่อยู่คู่คนไทยมาอย่างยาวนาน ไม่ว่าจะร้านอาหารริมทาง หรือร้านกาแฟหรูหรา ก็มักจะมีชาไทยเป็นหนึ่งในเมนูยอดฮิตติดอันดับ แต่ปัจจุบันได้ขยายฐานความนิยมนักดื่มไปถึงต่างประเทศ ชาวต่างชาติชอบในรสชาติชาของไทยมาก เป็นเพราะอะไร
ส่วนผสม กรรมวิธี เสน่ห์ที่ลงตัว
ชาไทย มีส่วนผสมหลักๆ คือ ชา นม และน้ำตาล โดยชาที่นิยมใช้คือ ชาซีลอน ชาแดง หรือชาดำ ซึ่งชาเหล่านี้ล้วนมีต้นกำเนิดมาจากต้นชาชนิดเดียวกัน แต่ผ่านกระบวนการผลิตที่แตกต่างกัน ทำให้มีสี กลิ่น และรสชาติที่หลากหลาย
ชาไทยมีต้นกำเนิดมาจากชาจีนที่ชาวจีนนำเข้ามาขายในประเทศไทยในสมัยรัชกาลที่ 5 ในสมัยนั้นชาจีนมีราคาสูงมาก คนไทยจึงดัดแปลงสูตรโดยใช้ใบชาที่ปลูกในประเทศไทย ผสมผสานกับนม น้ำตาล เครื่องเทศต่าง ๆ และดอกคำฝอย จนเกิดเป็นชาไทยที่เรารู้จักกันในปัจจุบัน
ส่วนผสมคร่าวๆ ของการชงชานมจะประกอบด้วย
- ชา ชาซีลอน ชาแดง หรือชาดำ
- นม นมข้นหวาน นมข้นจืด นมสด
- น้ำตาล น้ำตาลทราย
- เครื่องเทศ (ไม่จำเป็น) โป๊ยกั๊ก อบเชย ใบเตย
กรรมวิธีการทำชาไทย เริ่มจากการนำใบชาไปต้มกับน้ำร้อน จากนั้นกรองเอาแต่น้ำชา แล้วเติมนมข้นหวาน นมข้นจืด และน้ำตาล คนให้เข้ากัน บางสูตรอาจเติมเครื่องเทศ เช่น โป๊ยกั๊ก หรืออบเชย เพื่อเพิ่มกลิ่นหอม และสีสันให้สวยงามน่ารับประทานยิ่งขึ้น
ในช่วงปี พ.ศ. 2436 บริษัท Nestle ได้นำนมข้นหวานเข้ามาในประเทศไทย ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของการดื่มชาไทยแบบใส่นม ใส่น้ำตาล จนเป็นที่แพร่หลายในปัจจุบัน
เสน่ห์ของชาไทยอยู่ที่รสชาติที่กลมกล่อม หอมหวาน ลงตัว ไม่หวานหรือเข้มจนเกินไป ดื่มแล้วสดชื่น กระปรี้กระเปร่า เหมาะกับอากาศร้อนๆ ของเมืองไทย นอกจากนี้ สีส้มสดใสของชาไทยยังช่วยเพิ่มความน่าดึงดูดใจ ทำให้ชาไทยเป็นเครื่องดื่มที่ครองใจคนไทยมาอย่างยาวนาน
มีการสันนิษฐานว่า ชาไทยใส่นมได้รับอิทธิพลมาจาก ‘Masala Chai’ (มาซาลา จาย) ซึ่งเป็นชาอินเดียที่เติมนมและเครื่องเทศ
ชาไทย vs ชาอื่น ๆ อะไรคือความต่าง?
แม้ชาไทยจะมีวัตถุดิบหลักมาจากใบชาเช่นเดียวกับชาชนิดอื่น ๆ แต่ก็มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่แตกต่าง ไม่ว่าจะเป็น
- ชาเขียวเป็นชาที่ไม่ผ่านการหมัก มีรสชาติอ่อนๆ หวานน้อย ให้ความรู้สึกสดชื่น ในขณะที่ชาไทยผ่านการหมัก มีรสชาติเข้มข้น หวานมัน
- ชาอู่หลงเป็นชาที่ผ่านการหมักบางส่วน มีรสชาติ ฝาด ขมเล็กน้อย กลิ่นหอมอ่อนๆ แตกต่างจากชาไทยที่เน้นรสหวานมัน ชาอู่หลงมีกลิ่นหอมคล้ายชาเขียวแต่จะแรงกว่า
- ชาแดงเป็นชาที่ผ่านการหมักเต็มที่ มีรสชาติเข้มข้น คล้ายกับชาไทย แต่ชาไทยจะมีกลิ่นหอมของเครื่องเทศ และสีส้มที่เป็นเอกลักษณ์
- ชาฝรั่งมักหมายถึงชาชนิดต่างๆ เช่น ชา Earl Grey หรือชา English Breakfast ซึ่งเป็นชาที่นิยมดื่มในแถบยุโรป มักดื่มแบบร้อน หรือใส่นมและน้ำตาลเล็กน้อย แตกต่างจากชาไทยที่นิยมดื่มแบบเย็น และมีรสชาติหวานมันกว่า
ชาไทยในแต่ละภาคเอง ยังมีรสชาติ สีสัน และเอกลักษณ์ที่แตกต่างกันไป เช่น ชาไทยภาคกลาง มีสีส้มสดใส รสชาติหวาน ดื่มง่าย ชาไทยภาคเหนือ รสชาติอ่อนนุ่ม ละมุน ชาไทยภาคใต้ รสชาติเข้มข้น มีกลิ่นหอมของสมุนไพร
ปัจจุบัน ชาไทยได้รับความนิยมไปทั่วโลก โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีร้านอาหารไทยอยู่เป็นจำนวนมาก ชาไทยมักถูกเสิร์ฟคู่กับอาหารไทย เพื่อช่วยลดความเผ็ดร้อน และเพิ่มความสดชื่น ความนิยมของชาไทยในต่างประเทศนั้น ส่วนหนึ่งมาจากสีส้มที่เป็นเอกลักษณ์ รสชาติที่ผสมผสานกันอย่างลงตัวระหว่างชา นม และเครื่องเทศ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือร้านชาตรามือ สาขาแรกในสหรัฐอเมริกา ที่ลอสแอนเจลิส ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากลูกค้าทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ