ข่าวต่างประเทศ

ระทึก! อิหร่านถล่มฐานทัพสหรัฐฯ ในซาอุฯ บาดเจ็บ 12 นาย

สถานการณ์สงครามสหรัฐฯ-อิหร่านทวีความรุนแรง หลังฐานทัพอากาศปรินซ์สุลต่านถูกโจมตีโดยตรง ส่งผลให้ยอดทหารอเมริกันบาดเจ็บสะสมพุ่งทะลุ 300 นาย ขณะที่ผู้นำสหรัฐฯ ตำหนินาโต้ (Nato) พันธมิตร ที่นิ่งเฉยต่อความขัดแย้ง

สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางก้าวเข้าสู่ภาวะวิกฤตครั้งใหม่ เมื่อเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ยืนยันกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า กองกำลังอิหร่านได้เปิดฉากโจมตีฐานทัพอากาศปรินซ์สุลต่าน ในซาอุดีอาระเบีย ส่งผลให้ทหารอเมริกันได้รับบาดเจ็บ 12 นาย โดยในจำนวนนี้มีอาการสาหัส 2 นาย

เหตุโจมตีครั้งนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ปะทุขึ้นตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ.ที่ผ่านมา ปัจจุบันมีทหารอเมริกันเสียชีวิตแล้ว 13 นาย และบาดเจ็บรวมกว่า 300 นาย อย่างไรก็ตาม กองทัพสหรัฐฯ ระบุว่า ทหารที่ได้รับบาดเจ็บส่วนใหญ่ประมาณ 273 นาย ได้รับการรักษาและกลับเข้าปฏิบัติหน้าที่ตามปกติแล้ว

ภาพถ่ายดาวเทียมเผยให้เห็นสภาพความเสียหายหลังจากการโจมตีทางอากาศของอิหร่านต่อเครื่องบินของสหรัฐฯ ที่ฐานทัพอากาศปรินซ์สุลต่าน
ภาพดาวเทียม! เครื่องบินเติมน้ำมันสหรัฐฯ พังยับ หลังอิหร่านถล่มฐานทัพในซาอุฯ บาดเจ็บเพิ่ม 10 นาย (ภาพ @X)

โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีของสหรัฐฯ กล่าวแสดงความผิดหวังอย่างรุนแรงต่อปฏิกิริยาขององค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ หรือ นาโต้ (NATO) ระหว่างการประชุมทางธุรกิจในไมอามี โดยทรัมป์ระบุว่าความผิดพลาดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของผู้นำโลกในขณะนี้คือ “การไม่รวมพลังกัน”

“ผมพูดเสมอว่านาโต้ คือเสือกระดาษ เราช่วยเหลือ นาโต้มาตลอด แต่พวกเขาไม่เคยช่วยเราเลย” ทรัมป์กล่าว พร้อมย้ำว่าองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ ทำความผิดพลาดครั้งใหญ่ที่ไม่ยอมส่งแม้กระทั่งยุทโธปกรณ์สนับสนุนเพียงเล็กน้อย หรือแม้แต่การรับรองสิ่งที่สหรัฐฯ กำลังทำเพื่อโลกในการจัดการกับอิหร่าน.

ภาพถ่ายดาวเทียมเผยให้เห็นสภาพความเสียหายหลังจากการโจมตีทางอากาศของอิหร่านต่อเครื่องบินของสหรัฐฯ ที่ฐานทัพอากาศปรินซ์สุลต่าน
ภาพ @X

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตาม The Thaiger บน Google News:

Pachara

นักเขียนประจำที่ Thaiger จบการศึกษาด้านศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา เคยผ่านประสบการณ์ผู้สื่อข่าวกีฬา เริ่มเขียนบทความกับ Thaiger ตั้งแต่ปี 2021 วิ่งกับการอ่านหนังสือ คือ กิจกรรมที่สนใจเป็นพิเศษ ช่องทางติดต่อ pachara@thethaiger.com

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to top button