อนุทิน ขอโทษประชาชน รับประเมินพลาด! ทำคนใช้น้ำมันป่วน
“อนุทิน” ยกมือไหว้ขอโทษ! รับประเมินวิกฤตพลาด ยันหยุดตรึงราคาเพื่อดัดหลังขบวนการลักลอบขนน้ำมันเถื่อน สั่งผู้ว่าฯ ทั่วประเทศจี้ปั๊มสายหลักห้ามของขาด พร้อมอัดฉีดงบช่วยกลุ่มเปราะบางพยุงค่าครองชีพ
วันที่ 28 มีนาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวบนเวที MEET The Press “1 เดือน วิกฤตโลก แผนรับมือไทย ในโลกที่ไม่เหมือนเดิม” ถึงสถานการณ์พลังงานในประเทศว่า ภาวะน้ำมันขาดแคลนหน้าปั๊มในบางพื้นที่ช่วงต้นเดือนมีนาคม ขณะนี้เริ่มคลี่คลายลงแล้ว หลังภาครัฐเร่งแก้ปัญหาอย่างต่อเนื่อง
นายกฯ กล่าวว่าในช่วงเวลาที่ที่ผ่านมา โดยเฉพาะครึ่งเดือนแรก หรือเดือน มี.ค. ต้องขออภัยและขอโทษประชาชนจากความปั่นป่วนจากการบริหารราคาน้ำมัน ในการตัดสินใจ 15 วันแรกในการพยุงราคาน้ำมันเพื่อไม่ให้เกิดความเดือดร้อนแก่ประชาชนเพื่อให้ประชาชนปรับตัว จากการติดตามข่าวช่วงแรกคิดว่าการสู้รบไม่ลากยาวแต่วันนี้สถานการณ์เปลี่ยนไปดูแล้วการสู้รบจะไม่จบเร็ว
ดังนั้นต้องมีการปรับตัว เน้นการประคับประคอง เน้นกลุ่มผู้มีรายได้น้อยเกษตรกรขนส่งประมง การดูแลค่าใช้จ่ายต่างๆ ตลอดจนค่าของชีพให้ดีที่สุดเท่าที่รัฐบาลจะทำได้
นอกจากนี้ยังระบุว่า แม้กำลังการผลิตและการกลั่นน้ำมันยังอยู่ในระดับเดิม แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นมาจาก “คอขวด” ในระบบกระจาย รวมถึงความต้องการใช้น้ำมันที่พุ่งสูงผิดปกติ จากความกังวลของประชาชนที่ต้องการสำรองน้ำมันไว้ใช้ ซึ่งเป็นสิทธิ์ส่วนบุคคล แต่ก็ทำให้ปริมาณการใช้ต่อวันเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญรัฐบาลจึงแก้ปัญหาหลายด้าน ทั้งเพิ่มรอบการขนส่ง และเติมน้ำมันสำรองเข้าสู่ระบบ เพื่อให้เพียงพอกับความต้องการที่เพิ่มขึ้น
ขณะเดียวกัน มาตรการสำคัญคือ “การหยุดตรึงราคาน้ำมัน” ซึ่งเริ่มเห็นผลชัดเจน
นายกรัฐมนตรีอธิบายว่า การหยุดตรึงราคา “ไม่ใช่การลอยตัว” แบบหลายประเทศ แต่เป็นการปรับกลไกให้ราคาน้ำมันในประเทศใกล้เคียงกับประเทศเพื่อนบ้านมากขึ้น เพื่อลดแรงจูงใจในการลักลอบนำน้ำมันออกไปขายข้ามแดน ซึ่งที่ผ่านมาเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ปริมาณน้ำมันในประเทศตึงตัว
“เมื่อราคามันใกล้เคียงกัน โอกาสที่จะลักลอบส่งออกก็ไม่คุ้มค่า น้ำมันก็จะกลับมาอยู่ในระบบของประเทศเรา” นายกรัฐมนตรีกล่าว
พร้อมกันนี้ รัฐบาลยังคงใช้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเข้ามาดูแลราคา เพียงแต่ลดระดับการอุดหนุนลง จากเดิมที่เคยอุดหนุนสูงถึงลิตรละ 24 บาท เหลือประมาณ 16 บาท เพื่อลดภาระงบประมาณของรัฐ
สำหรับสถานการณ์การใช้น้ำมัน ปัจจุบันพบว่ามีการใช้สูงถึงเฉลี่ยวันละ 82 ล้านลิตร จากเดิมก่อนวันที่ 1 มีนาคม อยู่ที่ประมาณ 67 ล้านลิตรต่อวัน ซึ่งถือว่าเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวในบางช่วง
นายกรัฐมนตรีจึงขอความร่วมมือประชาชนให้กลับมาใช้น้ำมันในระดับปกติ โดยย้ำว่า หากการใช้งานกลับมาอยู่ที่ประมาณ 67 ล้านลิตรต่อวัน ประเทศไทยจะมีปริมาณน้ำมันเพียงพอรองรับการใช้ชีวิตได้ตามปกติไปจนถึงช่วงเทศกาลสงกรานต์ และต่อเนื่องได้ทั้งปีอย่างไม่มีปัญหา
ทั้งนี้ รัฐบาลยืนยันว่า สถานการณ์พลังงานของไทยยังอยู่ในการควบคุม และพร้อมบริหารจัดการเพื่อไม่ให้กระทบต่อประชาชนในวงกว้าง
“ถ้าเราร่วมมือร่วมใจกันเราก็จะสามารถผ่านวิกฤตินี้ไปได้แน่นอน สงกรานต์นี้ผมและได้เรียกประชุมผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ ได้ถามหลายจังหวัดและได้ไล่จี้ โดยผู้ว่าราชการแต่ละจังหวัดบอกว่าสามารถควบคุมไม่ให้เกิดการช็อตหรือการขาดน้ำมันในแต่ละจังหวัดได้ ซึ่งประชาชนเดินทางกลับบ้านช่วงสงกรานต์นำรถเข้าไปเติมน้ำมันในปั้มได้ตลอดไม่ต้องกลัวว่าจะกลับไม่ถึงบ้าน”
“เพราะทุกจังหวัดได้รับข้อสั่งการว่าจะต้องบริหารจัดการปั๊มน้ำมันที่อยู่บนถนนสายหลักว่าปั๊มน้ำมัน จะต้องมีน้ำมันบริการอยู่ตลอดเวลา ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดได้ยืนยันกับผมว่า สถานการณ์การจ่ายน้ำมันที่ปั๊มมากขึ้นแล้ว และในส่วนของจ๊อบเบอร์ที่นำน้ำมันไปขายยังชุมชนหรือโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆทุกวันนี้ได้ราคาที่ไม่แตกต่างจากราคาปั๊ม” นายอนุทิน กล่าว โดยช่วงหนึ่งยังได้ยกมือขึ้นมาขอโทษประชาชนกับการประเมินสถานการณืที่ผิดพลาดไปด้วย.

อ่านข่าวเพิ่มเติม
- อนุทิน ลั่น น้ำมันขึ้น 6 บาทตามกลไกโลก สั่งดึงน้ำมันกลั่นเองเก็บคลัง มั่นใจไทยไม่ขาดแคลน
- สู้พิษน้ำมันแพง สั่งรถไฟ-บขส. ตรึงราคาช่วงสงกรานต์
- ลุ้น 30 มี.ค.นี้ เคาะแจกบัตรคนจน 100 บาท ชี้ชัดกลุ่มกระทบหนักสุด
ติดตาม The Thaiger บน Google News:





