ข่าวภูมิภาค

จบดราม่าเสาไฟหน้าบ้าน! เพจดังลพบุรี กราบขอโทษเทศบาล รับเห็นแก่ตัวไปมาก

ปิดฉากดราม่าร้อนโซเชียลกรณีเสาไฟโซลาร์เซลล์ตั้งขวางหน้าอาคารพาณิชย์ริมถนนนารายณ์มหาราช หลังเพจดัง “เที่ยวเมืองลิง : เช็คอินลพบุรี” รุดโพสต์ขอโทษนายกเทศมนตรีและทีมงานกองช่าง ยอมรับผิดที่นำเรื่องส่วนตัวมาโพสต์จนเป็นกระแสลุกลามใหญ่โตและทำลายภาพลักษณ์เมือง พร้อมยืนยันเห็นด้วยกับนโยบายเพิ่มแสงสว่างเพื่อความปลอดภัยของประชาชน

เรื่องราวเริ่มขึ้น เมื่อ 9 มีนาคม 2569 โดยเพจดังโพสต์ภาพเสาไฟโซลาร์เซลล์ที่ถูกติดตั้งอยู่บริเวณหน้าอาคารพาณิชย์ 3 ชั้น พร้อมแคปชันประชดประชันว่า “มีเสาไฟอยู่กลางบ้านเป็นของตัวเองแหละ”

เสียงจากเจ้าของบ้าน นายชาญชัย อายุ 39 ปี ระบุว่า พยายามขอให้ผู้รับเหมาขยับตำแหน่งเสาออกไปเพียง 50 ซม. ถึง 1 เมตร ตั้งแต่ขั้นตอนการตีเส้น แต่ผู้รับเหมาอ้างว่าต้องทำตามแบบ ส่งผลให้การขับรถเข้า-ออกทำได้ยากขึ้นและกังวลเรื่องอุบัติเหตุเนื่องจากจุดดังกล่าวเป็นช่วงลงสะพานที่รถมักใช้ความเร็ว

อย่างไรก็ตาม นายจำเริญ สละชีพ นายกเทศมนตรีเมืองลพบุรี ออกมาชี้แจงถึงความจำเป็นของโครงการว่า เป็นการปรับภูมิทัศน์หลังนำสายไฟลงดิน ทำให้แสงสว่างเดิมหายไปจึงต้องติดตั้งไฟโซลาร์เซลล์รวม 175 ต้น งบประมาณ 9 ล้านบาท เสาไฟแต่ละต้นมีระยะส่องสว่าง 20 เมตร เจ้าหน้าที่พยายามวางตำแหน่งให้กีดขวางน้อยที่สุด แต่ไม่สามารถขยับตามความต้องการของทุกบ้านได้ เพราะจะกระทบต่อค่าความสว่างตามมาตรฐานที่กำหนดไว้ในแบบแผน

นายกฯ ตั้งข้อสังเกตบางจุดที่มีปัญหา เพราะร้านค้าใช้พื้นที่ทางเท้าในการประกอบธุรกิจหรือ “จอดรถซ่อม” จนประชาชนต้องลงไปเดินบนถนน หลังจากนี้จะสั่งบังคับใช้ระเบียบห้ามนำรถขึ้นบนทางเท้าอย่างเคร่งครัด

เสาไฟโซลาร์เซลล์ลพบุรี
แฟ้มภาพ
แอดมินเพจ เที่ยวเมืองลิง : เช็คอินลพบุรี
ภาพ @Facebook

ด้วยเหตุนี้ล่าสุด เพจ “เที่ยวเมืองลิง : เช็คอินลพบุรี” ได้ลบโพสต์ต้นเรื่องและลงคลิปวิดีโอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมกับอัดคลิปกราบขอโทษเทศบาลเมืองลพบุรี โดยแอดมินที่ดูแลเพจ 2 คน ได้กล่าวยอมรับผิดเพราะทั้งคู่เห็นแก่ตัวมากเกินไปจนมองข้ามประโยชน์ส่วนรวม

จากนั้นเล่าต่อถึงเหตุผลที่โพสต์ไปจนเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ทางลบ ยอมรับว่าเกิดจากการเข้าถึงตัวผู้ใหญ่ได้ยากจึงใช้พื้นที่เพจสะท้อนปัญหา แต่กลับลืมจุดยืนของเพจจนทำให้จังหวัดเสียหาย

“เรายอมรับผิด… เขามาถูกต้องตามระเบียบ แต่เราอยากให้ถูกใจมากกว่าความถูกต้อง” พร้อมแสดงเจตจำนงขอเข้าพบนายกเทศมนตรีเพื่อขอโทษด้วยตนเองหากมีโอกาส.

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตาม The Thaiger บน Google News:

Pachara

นักเขียนประจำที่ Thaiger จบการศึกษาด้านศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา เคยผ่านประสบการณ์ผู้สื่อข่าวกีฬา เริ่มเขียนบทความกับ Thaiger ตั้งแต่ปี 2021 วิ่งกับการอ่านหนังสือ คือ กิจกรรมที่สนใจเป็นพิเศษ ช่องทางติดต่อ pachara@thethaiger.com

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to top button