วิเคราะห์สาเหตุ อิหร่าน ไม่แตะฐานทัพสหรัฐฯ ในตุรกี ท่ามกลางศึกตะวันออกกลาง

ตุรกียืนกรานไม่ให้น่านฟ้าและดินแดนใช้โจมตีเพื่อนบ้าน พร้อมเกราะป้องกัน NATO มาตรา 5 ทำให้อิหร่านเลือกเว้นฐานทัพอิงจิร์ลิกไว้ในสมการสงครามตะวันออกกลาง มีนาคม 2569
ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้น อิหร่านได้ประกาศและเริ่มปฏิบัติการโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในหลายประเทศเพื่อตอบโต้ความขัดแย้ง แต่สิ่งที่นักวิเคราะห์ทั่วโลกจับตามองคือ ตุรกี ซึ่งเป็นที่ตั้งของฐานทัพอากาศอิงจิร์ลิก (Incirlik Air Base) อันสำคัญยิ่งของสหรัฐฯ และนาโต กลับดูเหมือนจะเป็นพื้นที่เดียวที่ยังรอดพ้นจากการตกเป็นเป้าหมายหลักในขณะนี้ (แม้จะมีข่าวลือสะพัดในโซเชียลมีเดียก็ตาม)
ตุรกี รีบตัดไฟแต่ต้นลม ประกาศไม่ให้ใช้พื้นที่โจมตี
ทันทีที่ความขัดแย้งปะทุ ทางการตุรกีได้ออกมาปฏิเสธกระแสข่าวอย่างทันท่วงที โดยยืนยันว่า ไม่เคยอนุญาต ให้สหรัฐฯ หรืออิสราเอลใช้น่านฟ้าและดินแดนของตุรกีในการปฏิบัติการโจมตีอิหร่าน
การประกาศจุดยืนนี้ช่วยลดแรงจูงใจ และทำลายความชอบธรรมของอิหร่านในการโจมตีตอบโต้ เพราะหากตุรกีไม่ได้เป็นฐานปล่อยอาวุธ การโจมตีตุรกีจะกลายเป็นการรุกรานมากกว่าการป้องกันตัว
นักวิเคราะห์จาก Atlantic Council ชี้ว่า ตุรกีระมัดระวังอย่างมากในการไม่ให้ฐานทัพอย่าง อิงจิร์ลิก ถูกใช้ในเชิงรุกใส่เพื่อนบ้านมุสลิม ซึ่งต่างจากบางประเทศที่ถูกมองว่าเป็น “ทางผ่าน” ให้สหรัฐฯ อย่างเต็มตัว

เกราะป้องกัน NATO ความเสี่ยงที่อิหร่าน “จ่ายไม่ไหว”
ตุรกีคือสมาชิกคนสำคัญขององค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (NATO) อ้างอิงตาม กฎมาตรา 5 การโจมตีดินแดนตุรกี (แม้เป้าหมายจะเป็นฐานสหรัฐฯ) อาจถูกตีความว่าเป็นการโจมตีสมาชิก NATO ทั้งหมด ซึ่งเสี่ยงต่อการลากเอากองกำลังพันธมิตรตะวันตกเข้าสู่สงครามเต็มรูปแบบ
นอกจากนี้ อิหร่านต้องการตอบโต้แบบ “เจ็บแต่คุมสถานการณ์ได้” การแตะต้อง NATO คือการเปิดประตูสู่สงครามที่ไร้เพดานความรุนแรง ซึ่งเป็นความเสี่ยงทางยุทธศาสตร์ที่อิหร่านพยายามเลี่ยง
ตุรกีคือ “ประตูการทูต” และคู่ค้าที่จำเป็น
แม้จะมีความเห็นต่างกันบ้าง แต่ตุรกีและอิหร่านมีพรมแดนติดกันและมีผลประโยชน์ทับซ้อนมหาศาล การกันตุรกีออกจากเป้าโจมตี ช่วยรักษาพื้นที่ทางการทูตไว้สำหรับการเจรจาในอนาคต
หากอิหร่านโจมตีตุรกี จะเท่ากับเป็นการผลักให้ตุรกีไปยืนอยู่ข้างสหรัฐฯ และอิสราเอลแบบเต็มตัว ซึ่งจะทำให้อิหร่านถูกโดดเดี่ยวในภูมิภาคยิ่งขึ้น

ยุทธศาสตร์ เลือกเป้า ตามแหล่งที่มาของภัยคุกคาม
รายงานจาก The Washington Post ระบุว่า อิหร่านมีแนวคิดในการเล็งเป้าไปที่ “ฐานทัพที่ถูกใช้โจมตีอิหร่านจริง” เมื่อตุรกียืนกรานปฏิเสธการให้ใช้น่านฟ้า เหตุผลเชิงความชอบธรรมในการ “ยิงสวนกลับไปยังแหล่งกำเนิดการโจมตี” จึงมีน้ำหนักน้อยลงเมื่อเทียบกับฐานทัพในประเทศอื่นๆ ในอ่าวเปอร์เซีย
ข้อเท็จจริง vs ข่าวลือ สถานการณ์ยัง “เปราะบาง”
แม้ปัจจุบันยังไม่มีการยืนยันการโจมตี แต่สถานการณ์ยังมีความไม่แน่นอนสูง มีการแพร่สะพัดของคลิปและข่าวลือว่าฐานทัพอิงจิร์ลิกถูกโจมตี แต่ยังไม่มีการยืนยันจากรัฐบาลหรือสื่อหลัก
มีรายงานการจับกุมนักข่าวหรือการเข้มงวดการถ่ายทำบริเวณรอบฐานทัพ ซึ่งมักเป็นสัญญาณของความตึงเครียดและการระวังภัยขั้นสูง
อย่างไรก็ตาม อิหร่านกำลังเดินเกมเอาคืนให้เห็นผลแต่ต้องไม่เปิดศึกรอบด้าน ตุรกีจึงกลายเป็นหมากสำคัญที่อิหร่านเลือกจะเว้นวางไว้ก่อน ด้วยเหตุผลทั้งการเป็นสมาชิก NATO และท่าทีที่ชัดเจนของตุรกีเองที่ไม่ต้องการเข้าไปพัวพันกับความขัดแย้งนี้
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- อิหร่าน เผยยอดตายพุ่ง 555 ศพ เซ่นพิษสงคราม สหรัฐฯ-อิสราเอล ภายใน 2 วัน
- ปากีสถานเดือด! สังเวย 10 ศพหน้ากงสุลสหรัฐ หลังมวลชนคลั่งปม “คาเมเนอี”
- อิสราเอล เปิดฉากถล่ม เลบานอน ตอบโต้ฮิซบอลเลาะห์ ยิงจรวดล้างแค้น ให้อิหร่าน
ติดตาม The Thaiger บน Google News:





