ข่าวต่างประเทศ

สหรัฐถล่มฐานที่มั่น “ไอซิส” ในซีเรีย “ทรัมป์” ย้ำปมนองเลือด! ไม่ใช่เริ่มสงคราม

โดนัลด์ ทรัมป์ ไฟเขียวระดมเครื่องบินรบและโดรนกว่า 20 ลำ ยิงขีปนาวุธ 90 ลูกทำลายเป้าหมายกลุ่มก่อการร้ายกว่า 35 จุด ตอบโต้เหตุซุ่มโจมตีนองเลือด ยืนยันภารกิจนี้คือการประกาศชำระแค้น ไม่ใช่การเริ่มสงคราม

กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ หรือ เซนต์คอม (CENTCOM) ประกาศยืนยันว่า กองทัพสหรัฐฯ และกองกำลังพันธมิตรได้เปิดฉากโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่ ถล่มเป้าหมายของกลุ่มรัฐอิสลาม (IS) ในประเทศซีเรีย

รายงานของบีบีซีเผยว่า ปฏิบัติการครั้งนี้เกิดขึ้นภายใต้คำสั่งโดยตรงของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (10 ม.ค.) โดยเป็นส่วนหนึ่งของยุทธการ “ฮอว์กอาย สไตรค์” เพื่อตอบโต้เหตุการณ์ที่กลุ่ม IS โจมตีกองกำลังสหรัฐฯ ในซีเรียจนเสียชีวิตเมื่อวันที่ 13 ธันวาคม

เซนต์คอมระบุว่า การโจมตีมุ่งเน้นการปราบปรามการก่อการร้ายและสร้างความปลอดภัยให้แก่กองกำลังสหรัฐฯ รวมถึงพันธมิตรในภูมิภาค พร้อมส่งสารเตือนอย่างแข็งกร้าวผ่านแถลงการณ์บนแพลตฟอร์ม X ว่า “ข้อความของเรายังคงหนักแน่น หากคุณทำอันตรายต่อนักรบของเรา เราจะตามล่าและสังหารคุณไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ใดในโลก ไม่ว่าคุณจะพยายามหนีความยุติธรรมแค่ไหนก็ตาม”

เจ้าหน้าที่รายหนึ่งเปิดเผยกับซีบีเอส (CBS News) สื่อพันธมิตรของบีบีซีว่า ปฏิบัติการครั้งนี้ สหรัฐฯ และพันธมิตรระดมยิงขีปนาวุธความแม่นยำสูงกว่า 90 ลูก เข้าใส่เป้าหมายกว่า 35 แห่ง โดยมีอากาศยานเข้าร่วมภารกิจกว่า 20 ลำ

เขี้ยวเล็บทางอากาศที่นำมาใช้ในภารกิจนี้ประกอบด้วย

  • เครื่องบินขับไล่ F-15E
  • เครื่องบินโจมตี A-10
  • เครื่องบินลำเลียงติดอาวุธหนัก AC-130J
  • โดรนสังหาร MQ-9
  • เครื่องบินขับไล่ F-16 ของกองทัพจอร์แดน

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีการเปิดเผยพิกัดที่แน่ชัดของการโจมตีและจำนวนผู้เสียชีวิตจากฝั่งกลุ่มก่อการร้าย

พีท เฮกเซธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โพสต์ข้อความผ่าน X เกี่ยวกับปฏิบัติการทางทหารครั้งนี้ว่า “เราจะไม่ลืม และจะไม่ลดละ”

รัฐบาลทรัมป์ประกาศเริ่มปฏิบัติการ “ฮอว์กอาย สไตรค์” ครั้งแรกในเดือนธันวาคม หลังจากมือปืนกลุ่ม IS ซุ่มโจมตีในเมืองพัลไมรา ภาคกลางของซีเรีย ส่งผลให้ทหารสหรัฐฯ 2 นาย และล่ามพลเรือนชาวอเมริกัน 1 คนเสียชีวิต

เฮกเซธกล่าวอย่างดุดันในขณะประกาศปฏิบัติการเมื่อเดือนธันวาคมว่า “นี่ไม่ใช่จุดเริ่มต้นของสงคราม แต่เป็นการประกาศการล้างแค้น” และย้ำว่า “สหรัฐอเมริกา ภายใต้การนำของประธานาธิบดีทรัมป์ จะไม่ลังเลและไม่หยุดยั้งที่จะปกป้องคนของเรา”

(AP Photo/Alex Brandon)

กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ รายงานผลการปฏิบัติงานก่อนหน้านี้ เมื่อ 19 ธ.ค.2025 ภารกิจแรก กองกำลังสหรัฐฯ และจอร์แดน เปิดการโจมตีครั้งใหญ่ ใช้เครื่องบินรบ-เฮลิคอปเตอร์โจมตีและปืนใหญ่ ถล่มเป้าหมายกว่า 70 แห่ง ทั่วภาคกลางของซีเรีย โดยใช้ขีปนาวุธความแม่นยำสูงกว่า 100 ลูก ทำลายโครงสร้างพื้นฐานและคลังอาวุธ

และเมื่อ 20-29 ธ.ค.ที่ผ่านมา กองกำลังสหรัฐสังหารหรือจับกุมสมาชิกกลุ่ม IS ได้เกือบ 25 คน จากภารกิจ 11 ครั้ง

สถานการณ์ในซีเรียยังคงเปราะบางนับตั้งแต่ระบอบการปกครองของประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาด (Bashar al-Assad) ล่มสลายลงเมื่อ ธ.ค.2024 ซึ่งถือเป็นการสิ้นสุดสงครามกลางเมืองที่ยืดเยื้อมานาน 13 ปี

ปัจจุบัน อาห์เหม็ด อัล-ชารา หรือที่รู้จักในนาม อาบู โมฮัมเหม็ด อัล-จูลานี (Abu Mohammed al-Jolani) ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี หลังจากกลุ่มกบฏของเขาโค่นล้มอัสซาดและเข้าควบคุมอำนาจ

แม้กลุ่มไอซิส (IS) ในซีเรียจะอ่อนกำลังลง แต่ยังคงมีความเคลื่อนไหว โดยมุ่งเน้นก่อเหตุโจมตีกองกำลังชาวคุร์ดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตลอดช่วงปี 2025 ที่ผ่านมา.

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตาม The Thaiger บน Google News:

Pachara

นักเขียนประจำที่ Thaiger จบการศึกษาด้านศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา เคยผ่านประสบการณ์ผู้สื่อข่าวกีฬา เริ่มเขียนบทความกับ Thaiger ตั้งแต่ปี 2021 วิ่งกับการอ่านหนังสือ คือ กิจกรรมที่สนใจเป็นพิเศษ ช่องทางติดต่อ pachara@thethaiger.com

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to top button