ครบ 1 ปี ตึกสตง.ถล่ม เอาผิดใคร-คดีไปถึงไหนไปแล้วบ้าง ?
ครบรอบ 1 ปีแล้วครับสำหรับโศกนาฏกรรม “ตึก สตง. (ใหม่) ถล่ม” บริเวณถนนกำแพงเพชร 2 ผู้โดยมีเสียชีวิตจำนวน 93 ราย และผู้สูญหายอีก 3 ราย เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 ซึ่งถือเป็นบทเรียนราคาแพงของวงการก่อสร้างไทย โดยล่าสุด (28 มี.ค. 69) สถานะของคดีและความคืบหน้าในการเอาผิดผู้เกี่ยวข้องสรุปได้ดังนี้
ปัจจุบันคดีมีการขยายผลครอบคลุมหลายมิติ ทั้งเรื่องการทุจริต การก่อสร้าง และนอมินี โดยแบ่งเป็น 3 กลุ่มหลัก
กลุ่มคดีอาญา (การก่อสร้างและออกแบบ) มีการสั่งฟ้องผู้ต้องหาแล้ว 23 ราย ทั้งในนามนิติบุคคลและบุคคลธรรมดา (วิศวกร, ผู้ควบคุมงาน, และผู้บริหารบริษัทรับเหมา) ในข้อหาประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย, ออกแบบและก่อสร้างไม่เป็นไปตามมาตรฐาน และปลอมแปลงเอกสาร ปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนการสืบพยาน โดยศาลอาญานัดสืบพยานโจทก์ครั้งแรกในวันที่ 23 กรกฎาคม 2569
กลุ่มคดีทุจริต (เจ้าหน้าที่รัฐ) – สำนักงาน ป.ป.ช. กำลังไต่สวนเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องกว่า 70 ราย รวมถึงผู้บริหารระดับสูงของ สตง. ในขณะนั้น เกี่ยวกับกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างและการตรวจรับงานที่อาจมิชอบ
กลุ่มคดีนอมินี – กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) สั่งสอบคดีนอมินี ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) โดยมีนายชวน หลิงจาง กรรมการ, และคนไทยอีก 3 คน ฐานต่างด้าวประกอบธุรกิจก่อสร้างไม่ได้รับอนุญาต และคนไทยช่วยเหลือหรือเป็นนอมินี เพื่อเข้าประมูลงานรัฐมูลค่ากว่า 2,136 ล้านบาท

สาเหตุการถล่ม (สรุปจากผลสอบสวน)
เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2568 เมื่อคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงจากกลุ่มสถาบันการศึกษาชั้นนำ (จุฬาฯ, สจล., มก. และ มจธ.) ได้สรุปสาเหตุการถล่มออกเป็น 4 ประเด็นหลัก คือ
- โครงสร้างชั้นล่างอ่อนแอ การถล่มเริ่มที่ชั้น 1-4 เนื่องจากผนังรับแรงเฉือน (Shear Wall) วิบัติจากแรงสั่นสะเทือน
- วัสดุต่ำกว่าเกณฑ์ โดยคอนกรีตที่ใช้มีค่ากำลังอัดต่ำกว่าที่ระบุในแบบก่อสร้างอย่างมีนัยสำคัญ
- แบบขัดต่อกฎหมาย รายละเอียดการออกแบบบางส่วนไม่เป็นไปตามกฎหมายควบคุมอาคาร ทำให้รับแรงได้น้อยกว่ามาตรฐาน
- เหล็กเสริมสั้นเกินไป ซึ่งพบการระยะฝังเหล็กเสริมในรอยต่อโครงสร้างสั้นกว่ากำหนด ทำให้รอยต่อแยกออกจากกันง่าย
การเยียวยาและสถานะโครงการ
การเยียวยานั้น สตง.ระบุว่า มีการจ่ายเงินเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบไปแล้วประมาณ 129 ล้านบาท (จากตัวเลขผู้เสียชีวิต 95 ราย และบาดเจ็บจำนวนมาก)
สำหรับอนาคตตึก ผู้ว่าฯ สตง. ยืนยันว่า “จะไม่สร้างต่อแล้ว” และอยู่ระหว่างกระบวนการบอกเลิกสัญญากับกิจการร่วมค้าไอทีดี-ซีอาร์อีซี รวมถึงยกเลิกสัญญาเช่าที่ดินกับการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เนื่องจากมองว่าเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ที่ยากจะยอมรับได้
แม้จะผ่านไป 1 ปี แต่ทาง องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ACT) ยังคงจับตาอย่างใกล้ชิด เพราะจนถึงตอนนี้ “ยังไม่มีเจ้าหน้าที่รัฐระดับสูงรายใดถูกลงโทษอย่างเป็นรูปธรรม” และเงินงบประมาณกว่า 2,136 ล้านบาท ยังมีความเสี่ยงที่จะเรียกคืนไม่ได้ทั้งหมด.
ขอบคุณข้อมูล : ThaiPBS , Isranews

อ่านข่าวเพิ่มเติม
- คนไทยยังโกรธตึก สตง. ถล่ม ถามเอาผิดได้ไหม?
- ผุด MV สตง. ผู้ว่าฯ ปล่อยเพลงโชว์ปณิธาน ฮิตสจนต้องปิดคอมเมนต์หนี
- ตึก สตง.ถล่ม” ครองแชมป์ ข่าวฉาวแห่งปี
ติดตาม The Thaiger บน Google News:





