ข่าว

กรมอุทยานฯ ยืนยันเหตุ “สีดอหูพับ” ล้ม ไม่ใช่ความประมาทของเจ้าหน้าที่

กรมอุทยานฯ แถลงผลสอบสวน ยืนยันว่า สีดอหูพับ ล้ม ไม่ใช่ความประมาทของเจ้าหน้าที่ ระหว่างนี้สะงับการเคลื่อนย้ายสัตว์ป่าป้องกันเหตุซ้ำซ้อน

นายวีระ ขุนไชยรักษ์ รองอธิบดีกรมอุทยาฯ พร้อมด้วย นายสุขี บุญสร้าง ผอ.สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า นายณัฐวัฒน์ นุ้ยศรีราม ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 8 นายธานี วงศ์นาค ผอ.ส่วนคุ้มครองสัตว์ป่า ในประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงฯ สัตวแพทย์หญิงกิรณา นรเดชานนท์ สัตวแพทย์ประจำกรมอุทยานฯ ร่วมกันตั้งโต๊ะแถลงผลสอบสวนกรณีสีดอหูพับล้มขณะเคลื่อนย้าย จากอุทยานแห่งชาติภูเวียง จังหวัดขอนแก่น ไปยังเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง จังหวัดเลย เมื่อช่วงวันที่ 3 ก.พ. 69 ที่ผ่านมา

กรมอุทยานระบุว่า ทางกรมได้ดำเนินการตามกฏหมายอย่างครบถ้วนและปฏิบัติตามคำสั่งศาลปกครองที่ได้มีคำสั่งให้เคลื่อนย้ายช้างป่าจำนวนสี่ตัว รวมถึงสีดอหูพับออกจากพื้นที่ของเกษตรกรภายใน 30 วัน ซึ่งหากไม่เร่งดำเนินการอาจถือเป็นการละเลยต่อการปฎิบัติหน้าที่และอาจมีความผิดฐานไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของศาลโดยไม่มีเหตุอันควร ซึ่งจะมีโทษปรับทางวินัยและอาญา

ส่วนรายละเอียดขั้นตอนการวางยาซึมและการเคลื่อนย้ายข้อเท็จจริงการประเมินรูปลักษณ์และน้ำหนักทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้ประเมินน้ำหนักจากระยะไกลไว้ที่ 2.3-2.5 ตัน ซึ่งผลชันสูตรจริง คือ 2.8 ตัน และประเมินอายุไว้ที่ 15-20 ปี ซึ่งสอดคล้องกับลักษณะกายภาพที่ปรากฏ นอกจากที่ใบหูและรอยตีนแล้วยังพบช้างป่ามีอาการตกมันเมื่อเดือนกันยายนปี 68 สอดคล้องกับผลวิจัยวิชาการที่อ้างอิงการใช้ยาซึมในช่วงการปฎิบัติงานรวม 4 ชั่วโมง 36 นาที มีการใช้ยาซึมรวม 5 ครั้ง ปริมาณ 27 มิลลิลิตร เพื่อรักษาระดับการซึมตามการตอบสนองของสัตว์

ซึ่งทีมสัตวแพทย์ยืนยันว่าเป็นไปตามหลักวิชาการและไม่เกินกว่าขนาดยาปกติสำหรับการจัดการช้างป่า โดยมีข้อจำกัดการปฎิบัติงานในช้างป่าธรรมชาติที่ไม่สามารถควบคุมการงดน้ำและอาหารได้เหมือนสัตว์เลี้ยง ประกอบกับพื้นที่เกิดเหตุเป็นไร่อ้อยและมันสำปะหลัง ซึ่งเป็นปัจจัยเสียงสำคัญสำหรับการเสียชีวิต ผลชันสูตรโดยละเอียดระบุว่าเกิดเกิดจากระบบทางเดินหายใจล้มเหลว

ยืนยันว่า เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการตามขั้นตอนมีแผนกำหนดอย่างชัดเจน ทั้งในการเตรียมการก่อนปฏิบัติการ การประเมินข้อมูลช้างก่อนยิงยา การซักซ้อมแผนปฏิบัติการและแผนฉุกเฉิน โดยพบว่าในขณะภาวะวิกฤต ช้างสีดอหูพับ เกิดอาการสำลักอาหารนั้น เจ้าหน้าที่ได้ปฏิบัติตามหลักการและวิธีอันพึงกระทำตามหลักวิชาชีพสัตวแพทย์ในการช่วยเหลือแก้ไข และรักษาอาการสำลักอาหารของช้างป่าแล้ว มิได้ปรากฏว่ามีการกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อของเจ้าหน้าที่แต่อย่างใด ซึ่งคณะกรรมการจะนำข้อมูลดังกล่าวให้อุทยานนำไปศึกษาข้อมูลเชิงลึกเพื่อพัฒนาระบบการเคลื่อนย้ายสัตว์ขนาดใหญ่อย่างปลอดภัย แล้วรายงานข้อเท็จจริงต่อศาลปกครอง ซึ่งในระหว่างนี้จะยุติการเคลื่อนย้ายสัตว์ป่าเพื่อป้องกันไม่ให้มีเหตุซ้ำซ้อน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ติดตาม The Thaiger บน Google News:

Nateetorn S.

ทำงานกับ Thaiger มาตั้งแต่ปี 2020 จบการศึกษาจากคณะวารสารศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสคร์ เคยทำงานกับสถานีโทรทัศน์อันดับ 1 ของประเทศ ทำให้มีประสบการณ์ความเชี่ยวชาญ เจาะประเด็นข่าวการเมืองอาชญากรรม ข่าวแปลกๆ เรื่องน่าสนใจจากต่างประเทศ ช่องทางติดต่อ tee@thethaiger.com

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to top button