สรุปสถิติราคาทอง 2561-2569 เจาะลึกเดือนที่ควรซื้อทองให้ได้ราคาดีที่สุด

เปรียบเทียบราคาทองคำปี 2561–2569 พบเทรนด์ขาขึ้นจาก 2 หมื่นสู่ 6 หมื่นบาท สรุปสถิติเดือนที่ราคาถูกที่สุดและวิธีเลือกซื้อทองคำแท่งให้ได้กำไรมากกว่าทองรูปพรรณสำหรับมือใหม่ วิเคราะห์ราคาทอง 9 มี.ค. 69
หากย้อนกลับไปเมื่อ 5-6 ปีก่อน หลายคนคงจำได้ว่าราคาทองคำยังวิ่งวนอยู่ที่บาทละ 2 หมื่นต้น ๆ แต่มาวันนี้ 9 มีนาคม 2569 ราคาทองคำ ได้สร้างปรากฏการณ์ New High ทะลุเพดานเดิมไปไกล จนเกิดคำถามยอดฮิตในหมู่นักลงทุนหน้าใหม่ว่า ตอนนี้ยังทันไหม? และ ควรซื้อช่วงเดือนไหนถึงจะได้ราคาดีที่สุด?
บทความนี้สรุปสถิติราคาทองย้อนหลัง พร้อมเทคนิคการเลือกซื้อและจังหวะเวลาที่เหมาะสม เพื่อให้เงินลงทุนของคุณงอกเงยคุ้มค่าที่สุด
เจาะลึกสถิติราคาทองย้อนหลัง 5 ปี (จาก 2 หมื่น สู่ 4 หมื่น+)
จากข้อมูลของสมาคมค้าทองคำ (ทองคำแท่ง 96.5%) เห็นได้ชัดว่าเทรนด์ราคาทองคำเป็นขาขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีการย่อตัวบ้างในบางปี แต่ผลตอบแทนระยะยาวถือว่าน่าพอใจมาก
| ปี พ.ศ. | ราคาต่ำสุด (บาท) | ราคาสูงสุด (บาท) | การเปลี่ยนแปลงสุทธิ (บาท) |
|---|---|---|---|
| 2567 | 33,400 | 44,550 | +8,750 |
| 2566 | 29,650 | 34,400 | +3,800 |
| 2565 | 28,250 | 32,100 | +1,200 |
| 2564 | 24,450 | 28,950 | +1,800 |
| 2563 | 21,450 | 30,400 | +5,300 |
| 2562 | 19,250 | 22,400 | +1,850 |
| 2561 | 18,150 | 20,300 | -400 |
ภาพรวมปี 2568 – ปัจจุบัน (มี.ค. 2569)
ปี 2568 เป็นปีแห่งประวัติศาสตร์ทองคำไทย โดยเดือนเมษายนราคาทะลุ 50,000 บาท และพุ่งสูงสุดทำ New High ถึง 61,000 บาท ในเดือนตุลาคม จากแรงหนุนของกองทุน ETF ทองคำทั่วโลก
ปัจจุบัน (มี.ค. 2569) ราคาทองคำมีการปรับฐานลงมาอยู่ที่ระดับ 46,550 บาท (ราคาขายออกทองคำแท่ง) ซึ่งถือเป็นช่วงที่ราคาผันผวนตามปัจจัยต่างประเทศ แต่ยังคงสูงกว่าฐานราคาในอดีตมาก

ซื้อเดือนไหน ถูก ขายเดือนไหน แพง?
หากอ้างอิงสถิติจาก BundesBank และพฤติกรรมราคาในอดีต จะพบ วัฏจักร ของราคาทองคำที่นักเก็งกำไรควรรู้
ช่วงเวลาที่มักเป็น ขาขึ้น (เหมาะแก่การขายทำกำไร)
- ต้นเดือนมกราคม รับแรงซื้อช่วงปีใหม่และตรุษจีน
- ต้นเดือนกรกฎาคม มักมีแรงเก็งกำไรครึ่งปีหลัง
ช่วงเวลาที่มักเป็น ขาลง (เหมาะแก่การเข้าซื้อ)
- ปลายกุมภาพันธ์ – ต้นมีนาคม ราคามักจะย่อตัวลงหลังจากพุ่งรับเทศกาลต้นปี
จุดสังเกตสำคัญ หากปีไหนราคาทองร่วงลงมาเท่ากับราคาเปิดตลาดเดือนมกราคม ถือเป็นสัญญาณซื้อที่ปลอดภัย เพราะโอกาสขาดทุนต่ำมาก
มือใหม่ต้องเลือก ทองแท่ง vs ทองรูปพรรณ แบบไหนคุ้มกว่า?
คำตอบคือ ทองคำแท่ง คุ้มกว่าสำหรับการลงทุน ด้วยเหตุผล 3 ข้อหลัก
- ส่วนต่างราคา (Spread) ทองคำแท่งมีส่วนต่างรับซื้อ-ขายออกตามสมาคมฯ เพียง 100 บาท ขณะที่ทองรูปพรรณส่วนต่างกว้างกว่ามาก
- ค่าใช้จ่ายแฝง
- ทองแท่ง เสียค่าบล็อกเพียงเล็กน้อย (แนะนำซื้อขนาด 5 บาทขึ้นไป มักฟรีค่าบล็อก)
- ทองรูปพรรณ ต้องเสีย ค่ากำเหน็จ (ค่าฝีมือช่าง) ซึ่งเป็นต้นทุนที่สูญเปล่าเมื่อนำไปขายคืน
- ราคาขายคืน ทองรูปพรรณเมื่อนำไปขายคืนร้านทอง จะถูกหักราคาประมาณ 5% ทันที ในขณะที่ทองแท่งขายได้เต็มเม็ดเต็มหน่วยกว่า
ทางเลือกการลงทุนทองยุคใหม่ (ไม่ต้องเก็บทองไว้ที่บ้าน)
- การออมทอง เหมาะสำหรับคนงบน้อย ทยอยสะสมเงินเข้าระบบร้านทองที่น่าเชื่อถือ เมื่อครบกำหนดสามารถแลกเป็นทองจริงได้
- Gold ETF ซื้อขายผ่านตลาดหุ้น อ้างอิงราคาทองโลก รู้ราคาได้ทันที
- Gold Futures สัญญาซื้อขายล่วงหน้า ทำกำไรได้ทั้งขาขึ้นและขาลง (ความเสี่ยงสูงกว่า เหมาะกับผู้มีประสบการณ์)
เทคนิคลับฉบับมือใหม่
- คำนวณจุดคุ้มทุน หากซื้อทองแท่งหน้าร้าน (Spread 100 บาท) คุณต้องรอให้ราคาทองตลาดโลกปรับขึ้นจนราคาขายในไทยบวกมากกว่า 150 บาท จึงจะเริ่มนับเป็นกำไร (หักลบค่าเดินทางและเวลา)
- ซื้อขายออนไลน์ ปัจจุบันแอปฯ ร้านทองชั้นนำมีส่วนต่างราคาน้อยกว่า 100 บาท และระบบมีการปรับราคาแบบ Real-time (ขยับทุกๆ 5 บาท ไม่ต้องรอประกาศสมาคมฯ) ทำให้จุดคุ้มทุนต่ำกว่า ทำรอบกำไรได้เร็วกว่า
อย่างไรก็ตาม จังหวะที่ดีที่สุดในการซื้อทองคือช่วงที่ตลาดย่อตัว (เช่น ปลาย ก.พ. – มี.ค.) และควรเน้นสะสม ทองคำแท่ง เพื่อลดต้นทุนค่ากำเหน็จ อย่างไรก็ตาม ราคาทองคำมีความผันผวนสูงจากปัจจัยสงครามและดอกเบี้ยโลก ผู้ลงทุนควรติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดก่อนตัดสินใจ
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- ราคาทองวันนี้ 9 มี.ค. 69 เปิดตลาดครั้งที่ 2 รูปพรรณ พุ่งแรง 78,100 บาท
- ค่าเงินดอลลาร์วันนี้ 9 มี.ค. 69 บาทอ่อนค่าสุดรอบ 3 เดือน จับตาสงครามตะวันออกกลาง
- ราคาน้ำมันโลก พุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์ มากสุดในรอบ 4 ปี หลังคลังน้ำมันอิหร่านโดนทิ้งบอมบ์
ข้อมูลจาก : ทองคำราคา.com
ติดตาม The Thaiger บน Google News:





