5 โรคควรระวัง ช่วงเทศกาล ‘ตรุษจีน 2566’ ภัยใกล้ตัวอันตรายกว่าที่คิด
รวม 5 โรคควรระวัง ช่วงเทศกาลตรุษจีน 2566 โรคร้ายและอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้ ในช่วงเทศกาลตรุษจีน ใกล้ตัวกว่าที่คิด เป็นได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่
ใกล้เข้ามาแล้วกับการเฉลิมฉลองช่วงเวลาแห่งความสุข เทศกาลตรุษจีน 2566 ระหว่างวันที่ 20 – 22 มกราคม 2566 นอกจากการเตรียมตัวฉลองตรุษจีน อีกสิ่งหนึ่งที่ไม่อยากให้ทุกคนชะล่าใจก็คือ 5 โรคควรระวัง ที่อาจเกิดขึ้นได้ในช่วงเทศกาลตรุษจีน
เพื่อให้ครอบครัวชาวจีน รวมถึงครอบครัวชาวไทยเชื้อสายจีนได้มารวมตัวพร้อมหน้า และใช้เวลาร่วมกันอย่างมีความสุขแบบไม่มีสะดุด รู้ไว้ก่อน ปลอดภัยกว่า จะได้เตรียมตัวหลีกเลี่ยงอันตรายเหล่านี้กัน
อัปเดต 5 โรคที่มาพร้อมเทศกาลตรุษจีน 2566 รู้ก่อนปลอดภัยกว่า
1. โรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจ
สำหรับใครที่ไหว้เจ้าโดยมีการจุดธูป หรือเผากระดาษไหว้เจ้า ควรระวังโรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจจากปัจจัยเหล่านี้ให้ดี
ควันธูป หากสูดดมเข้าไปในปริมาณมาก อาจส่งผลให้ผู้สูดดมรู้สึกระคายเคืองตาและคอ แสบตา น้ำตาไหล จาม ไอ หายใจลำบาก ง่วงนอน อาจรุนแรงถึงขั้นหมดสติได้เลย เพราะในควันธูปมีสารก่อมะเร็งถึง 3 ชนิด เสี่ยงทำให้เป็นทั้งมะเร็งเม็ดเลือดขาว มะเร็งปอด มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ เป็นต้น
กระดาษไหว้เจ้า มีการเคลือบสารประกอบโลหะหนักถึง 4 ชนิด ได้แก่ โครเมียม นิกเกิล ตะกั่ว และแมงกานีส หากสูดดมควันเข้าร่างกาย อาจส่งผลต่อพัฒนาการของเด็ก เสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งปอด ชักกระตุก ไตวาย โรคพาร์กินสันได้เลยทีเดียว
2. อันตรายจากประทัด
จากสถิติปี 2564 พบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บจากพลุ ประทัด และดอกไม้ไฟ มากถึง 594 ราย สูงสุดในช่วงเดือนมกราคม ซึ่งตรงกับเทศกาลตรุษจีน โดยกลุ่มที่ได้รับบาดเจ็บสูงสุดคือช่วงอายุ 1 – 14 ปี
ดังนั้นหากบ้านไหนจะมีการจุดประทัด พลุ ดอกไม้ไฟ ผู้ใหญ่ควรดูแลบุตรหลานของท่านอย่างใกล้ชิด และปฏิบัติตามข้อแนะนำเหล่านี้
- ไม่ควรให้เด็กจุดประทัดเล่นขณะที่ไม่มีผู้ใหญ่ดูแล และควรเก็บให้พ้นมือเด็ก
- ไม่เก็บประทัดเก็บไว้ในกระเป๋าเสื้อหรือกางเกง เพราะอาจเกิดการระเบิดได้
- ควรเตรียมภาชนะใส่น้ำวางไว้ใกล้บริเวณที่จะจุดประทัด
- หากจุดประทัดไม่ติด ไม่ควรพยายาจุดต่อ เพราะอาจทำให้เกิดการระเบิดได้
- ควรจุดประทัดในที่โล่งแจ้ง ห่างจากวัตถุไวไฟ ห่างจากตัวบริเวณ 1 ช่วงแขน และไม่ควรจุดครั้งละมาก ๆ
- ไม่ควรหยอกล้อหรือโยนใส่กันขณะจุดประทัด
- ควรบันทึกเบอร์โทรฉุกเฉิน 1669 ไว้ในโทรศัพท์ เผื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน
3. โรคจากพฤติกรรมการกินอาหาร ของไหว้เจ้า
เทศกาลตรุษจีนมีการไหว้เจ้าด้วยอาหารมากมาย ทั้งของมัน ของหวาน โดยหลังจากไหว้เสร็จก็เป็นหน้าที่ของลูกหลานในบ้านที่จะนำไปบริโภคต่อ เสริมความโชคดีด้วยอาหารมงคล
ดังนั้น นอกจากโรคอ้วนและโรคความดันที่ควรระวังแล้ว ยังต้องระวังโรคอาหารเป็นพิษอีกด้วย เนื่องจากช่วงตรุษจีนจะมีการแจกจ่ายอาหารและจัดเลี้ยงกลุ่มใหญ่ ดังนั้นผู้ประกอบอาหารจึงควรคำนึงถึงความสะอาดและสุขภาพของผู้รับประทานให้ดี
4. โรคโควิด-19
แม้ว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในประเทศไทยจะคลี่คลายลงไปมากแล้ว แต่เราก็ยังไม่ควรชะล่าใจ โดยเฉพาะคนที่ไปฉลองช่วงตรุษจีนในสถานที่ที่มีคนแออัด เช่น เยาวราช วัดเล่งเน่ยยี่ ฯลฯ ควรสวมใส่หน้ากากอนามัยและล้างมือด้วยแอลกอฮอล์ เพื่อดูแลสุขภาพทุกคนให้ปลอดภัย ห่างไกลจากโรคโควิด
5. โรคไข้หวัดนก
โรคไข้หวัดนกเป็นอีกหนึ่งโรคที่เคยแพร่ระบาดในประเทศไทย โดนโรคนี้เป็นโรคที่มากับสัตว์ปีก โดยเฉพาะนก เป็ด ไก่ ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักที่คนจีนนิยมใช้ไหว้เจ้า โดยควรปฏิบัติตามข้อแนะนำเหล่านี้เพื่อป้องกันอันตรายจากโรคไข้หวัดนก
- เลือกซื้อเนื้อสัตว์จากร้านที่ได้มาตรฐาน มีการปรุงสุกสะอาดแล้ว
- ไม่สัมผัสสัตว์ที่ป่วย และไม่นำมาประกอบอาหารต่อ
- หากมีการสัมผัสสัตว์ปีก ควรล้างมือด้วยน้ำและสบู่ทุกครั้ง
6. โรคทรัพย์จาง
แถมอีกหนึ่งโรคขำ ๆ เพราะช่วงตรุษจีนคือช่วงเวลาแห่งการจับจ่ายใช้สอย ทั้งของไหว้และอั่งเปา ดังนั้นอย่าลืมวางแผนการเงินให้ดี มิเช่นนั้น รู้ตัวอีกทีทรัพย์อาจจางไปจากบัญชีหมดแล้วก็ได้ ด้วยความห่วงใยจากทีมงานไทยเกอร์.
ขอบคุณข้อมูลจาก : กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข , กรมอนามัย