เศรษฐกิจ

ฝรั่งฟรีวีซ่า คุณภาพต่ำ เดือดร้อนชาวบ้าน คนไทยใจดีเกินไป หั่น 30 วัน คัดเกรดนทท.

คนไทยนั่งอยู่ในคาเฟ่ย่านนิมมานเชียงใหม่ แล้วมองเห็นฝรั่งหน้าตาดีนั่งกางแล็ปท็อปทำงานอยู่ข้างๆ มาหลายชั่วโมงแล้ว สั่งกาแฟแก้วเดียว ไม่ได้เป็นนักท่องเที่ยว ไม่ได้มาพักผ่อน แต่นั่งทำงานเงียบๆ เหมือนเป็นออฟฟิศของตัวเอง

คุณอาจจะเริ่มสงสัยว่า เขาเข้าประเทศมายังไง มีวีซ่าทำงานไหม จ่ายภาษีให้ประเทศไทยหรือเปล่า คำตอบน่าเศร้าคือ เข้ามาฟรี ไม่มีวีซ่าทำงาน และไม่ได้จ่ายภาษีอะไรทั้งนั้น

วีซ่าฟรี 60 วันมาจากไหน

เปี 2566 ช่วงที่ประเทศไทยกำลังฟื้นตัวจากโควิด รัฐบาลพยายามดึงนักท่องเที่ยวกลับเข้ามาให้เร็วที่สุด หนึ่งในไม้เด็ดที่ใช้คือการขยายระยะเวลาการพักแบบ Visa Exemption หรือที่เรียกกันง่ายๆ ว่า “ฟรีวีซ่า” จาก 30 วัน เป็น 60 วัน สำหรับนักท่องเที่ยวจากหลายสิบประเทศ

เหตุผลตอนนั้นฟังดูสมเหตุสมผลมาก นักท่องเที่ยวชาวยุโรปหรืออเมริกันที่บินมาไกลหลายหมื่นกิโลเมตร ก็น่าจะได้อยู่นานพอที่จะใช้เงินในประเทศให้คุ้มค่า 30 วันอาจจะน้อยเกินไปสำหรับคนที่ต้องการเที่ยวทั้งเหนือ กลาง ใต้ ให้ครบ ขยายเป็น 60 วัน

แรกๆ ดูเหมือนเป็นนโยบายที่ชาญฉลาด ได้ผลในแง่ตัวเลข นักท่องเที่ยวกลับมาจริง เม็ดเงินหมุนเวียนในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวฟื้นขึ้นมาได้ในระยะเวลาไม่นาน แต่ความเป็นจริงในอีกด้าน ก็สร้างปัญหาทางสังคมและเศรษฐกิจให้ชาวบ้านในพื้นที่เช่นเดียวกัน

ใครได้ประโยชน์จากฟรีวีซ่า ใครบางคนก็ได้ไปโดยไม่ควรได้

สำหรับนักท่องเที่ยวจริงๆ ที่บินมาเที่ยวไทยแบบปกติ 60 วันก็แทบไม่ได้ต่างจาก 30 วันมากนัก ส่วนใหญ่อยู่ไม่ถึง 2 สัปดาห์ด้วยซ้ำ สถิติจาก Tourism Authority of Thailand บอกว่านักท่องเที่ยวส่วนใหญ่อยู่เฉลี่ยประมาณ 9–10 วันต่อทริป ดังนั้นถ้าจะลดกลับไปเป็น 30 วัน กลุ่มนักท่องเที่ยวจริงๆ ก็แทบไม่กระทบอะไรเลย

ปัญหาคือกลุ่มที่ใช้ประโยชน์จาก 60 วันอย่างเต็มที่แบบที่รัฐบาลไม่ได้ตั้งใจให้ใช้

กลุ่มแรกที่ก่อปัญหามากที่สุดในช่วงหลังคือ แก๊งสแกมออนไลน์ มีรายงานว่าใช้วีซ่าท่องเที่ยวเป็นช่องทางเข้าประเทศ ก่อนที่จะเคลื่อนย้ายต่อไปยังพื้นที่ที่ปฏิบัติการ บางส่วนเป็นแรงงานถูกหลอกมา บางส่วนเป็นผู้ประสานงาน แต่ทั้งหมดใช้วีซ่าประเภทเดียวกับนักท่องเที่ยวทั่วไปในการเข้าประเทศ

แต่นั่นยังไม่ใช่กลุ่มใหญ่ที่สุดที่ทำให้รัฐบาลหัวปวด

Digital Nomad ปัญหาที่พูดกันตรงๆ ไม่ค่อยได้

มีคำที่ฟังดูสวยงามมากคำหนึ่งในยุคนี้ว่า Digital Nomad หรือคนทำงานออนไลน์ที่ไม่ได้ผูกตัวเองกับประเทศใดประเทศหนึ่ง เดินทางไปทั่วโลกพร้อมแล็ปท็อป ทำงานรับเงินเดือนจากต่างประเทศ แล้วก็ใช้ชีวิตในประเทศที่ค่าครองชีพถูกกว่า

ไทยกลายเป็นจุดหมายอันดับต้นๆ ของกลุ่มนี้มาหลายปีแล้ว เหตุผลก็ฟังดูสมเหตุสมผล อาหารอร่อย ราคาถูก อินเทอร์เน็ตเร็วกว่าตะวันตก ค่าเช่าถูก คนเป็นมิตร ที่สำคัญ เข้ามาได้ฟรีโดยไม่ต้องขอวีซ่าทำงาน เพราะไทยหละหลวมด้านการตรวจตรา บังคับใช้กฎหมาย

ตรงนี้เองที่เริ่มเป็นปัญหา

ตามกฎหมายไทย การทำงานในประเทศไทยโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) ถือว่าผิดกฎหมาย ไม่ว่าคุณจะรับเงินจากบริษัทในประเทศอื่นหรือไม่ก็ตาม ตราบใดที่คุณนั่งทำงานบนแผ่นดินไทย ถือว่าคุณกำลังทำงานในประเทศไทย

แต่เส้นแบ่งนี้เบลอมากจนแทบมองไม่เห็น หลายคนก็เลือกที่จะมองไม่เห็นมันด้วยความอำเภอใจ

ผลที่ตามมาคือ เม็ดเงินที่ไหลเข้าประเทศในรูปแบบ “ค่าใช้จ่ายนักท่องเที่ยว” ส่วนหนึ่งเป็นรายได้ของคนที่ใช้ชีวิตและทำงานในประเทศไทยแบบเต็มเวลา แต่ไม่ได้จ่ายภาษีเงินได้ให้ประเทศไทยสักบาท ไม่ได้ถือวีซ่าที่ถูกต้อง และไม่ได้มีสถานะทางกฎหมายที่ชัดเจนในประเทศ

Visa Run ช่องโหว่ที่ทุกคนรู้ แต่เพิ่งจะเริ่มจัดการจริงจัง

ถ้าวีซ่าฟรีอยู่ได้แค่ 60 วัน แล้วใครบางคนอยากอยู่นานกว่านั้นจะทำยังไง? ทริกลักไก่ที่ใช้กันมานานหลายสิบปีเรียกว่า Visa Run คือการเดินทางออกนอกประเทศแล้วกลับเข้ามาใหม่ เพื่อรีเซตนาฬิกาวีซ่าให้เริ่มนับหนึ่งใหม่อีกครั้ง

ฟังดูง่าย และก็ง่ายจริงๆ มานานมาก มีด่านชายแดนหลายแห่งที่รับทำเรื่องนี้โดยตรง บางแห่งมีมินิบัสรับส่งจากกรุงเทพไปชายแดนกัมพูชาหรือพม่า ออกไปประทับตราแล้วกลับเข้ามา บางคนทำแบบนี้เป็นปี เป็นสิบปี โดยไม่เคยถือวีซ่าที่ถูกต้องเลย

สำหรับคนที่อาศัยอยู่ในไทยระยะยาวด้วยวิธีนี้ วีซ่ารันกลายเป็นส่วนหนึ่งของตารางชีวิตประจำเดือนไปแล้ว มีกลุ่มออนไลน์สอนวิธีทำ มีบล็อกแนะนำว่าด่านไหนผ่านง่าย ด่านไหนถามเยอะ แต่รัฐบาลไทยก็รู้เรื่องนี้ดี

พฤศจิกายน 2567 เริ่มออกกฎฟัน

ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2567 เป็นต้นมา กระทรวงมหาดไทยออกแนวปฏิบัติให้เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองมีอำนาจ ปฏิเสธการเข้าประเทศ สำหรับผู้ที่ใช้สิทธิ Visa Exemption เกินกว่า 2 ครั้ง โดยไม่มีเหตุผลที่สมเหตุสมผลเพียงพอ

พูดง่ายๆ คือ ถ้าคุณเข้าออกประเทศไทยซ้ำๆ ด้วยวีซ่าท่องเที่ยวโดยไม่มีหลักฐานว่าคุณเป็นนักท่องเที่ยว จริงๆ เจ้าหน้าที่มีสิทธิ์ส่งคุณกลับได้เลย ตรงนั้น ตรงนั้น ไม่มีการแบน ไม่มีการขึ้นบัญชีดำ แค่ครั้งนี้ไม่ผ่าน ครั้งหน้ามาลองกลับเข้ามาใหม่ได้

แล้วทำไมจะลดกลับเป็น 30 วัน?

ล่าสุดมีรายงานว่ารัฐบาลกำลังพิจารณาลดระยะเวลา Visa Exemption กลับไปเป็น 30 วัน ซึ่งเป็นมาตรฐานเดิมก่อนที่จะขยายในช่วงฟื้นตัวหลังโควิด

เหตุผลที่ฟังดูหนักแน่นที่สุดคือเรื่องความมั่นคง ทั้งเรื่องแก๊งสแกมออนไลน์ที่ใช้วีซ่าท่องเที่ยวเป็นช่องทาง เรื่องคนต่างชาติที่อยู่อาศัยและทำงานในประเทศโดยไม่มีสถานะที่ถูกต้อง

ถ้าถามว่ากระทบนักท่องเที่ยวจริงๆ มากแค่ไหน คำตอบคือ แทบไม่กระทบเลย

คนที่บินมาเที่ยวไทย 1-2 สัปดาห์ไม่ได้ต้องการ 60 วัน คนที่วางแผนทริป 3-4 สัปดาห์ผ่านหลายจังหวัดก็ยังอยู่ในกรอบ 30 วันสบายๆ กลุ่มที่กระทบจริงๆ คือกลุ่มที่ใช้ฟรีวีซ่าเป็นวิธีอยู่อาศัยระยะยาว ซึ่งนั่นก็คือกลุ่มที่รัฐบาลตั้งใจจะจัดการอยู่แล้ว

คนไทยมองฝรั่งฟรีวีซ่ายังไง

ถ้าพูดตรงๆ ความรู้สึกของคน ชาวบ้านในพื้นที่ท่องเที่ยว ต่อคุณภาพนักท่องเที่ยวที่เข้ามาแบบฟรีวีซ่านั้น ค่อนข้างไปในทางลบมากกว่าบวก

จริงอยู่ คนไทยต้อนรับนักท่องเที่ยวจริงๆ และรู้ดีว่าการท่องเที่ยวเป็นเส้นเลือดใหญ่ของเศรษฐกิจ แต่อีกแง่หนึ่ง ก็มีความรู้สึกไม่สบายใจที่ค่อยๆ สะสมมาหลายปีกับภาพฝรั่งที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยแบบยาวนาน ใช้ทรัพยากร ใช้โครงสร้างพื้นฐาน แต่ไม่ได้มีส่วนร่วมในระบบภาษีหรือสถานะทางกฎหมายที่ชัดเจนแม้แต่น้อย ซ้ำยังสร้างพฤติกรรมเดือดร้อนให้ชาวบ้าน ทั้งลักขโมย เสียงดัง ขี่รถไม่เคารพกฎหมาย

มีคำพูดที่ได้ยินบ่อยในโลกออนไลน์ไทยว่า “ถ้าคนไทยไปอยู่ต่างประเทศแบบนี้ได้ไหม?” ไม่ได้แน่นอน หลายประเทศมีข้อกำหนดวีซ่าที่เข้มงวดมาก การอยู่เกินวีซ่าหรืออยู่โดยไม่มีสถานะที่ถูกต้องมีบทลงโทษที่ชัดเจน

ความรู้สึกนี้ไม่ใช่ความเกลียดชังต่างชาติ แต่เป็นคำถามที่สมเหตุสมผลเกี่ยวกับ การคัดกรองคุณภาพนักท่องเที่ยว ไม่ใช่สักแต่จะเน้นปริมาณ

ฝรั่งฟรีวีซ่าก่อปัญหาอะไรบ้าง

1.แย่งอาชีพที่กฎหมายสงวนไว้ให้คนไทย

ประเทศไทยมีรายชื่ออาชีพที่สงวนไว้เฉพาะคนไทยอย่างชัดเจน ตามกฎหมาย พ.ร.ก. การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว มีถึง 27 อาชีพที่ชาวต่างชาติห้ามประกอบ ไม่ว่าจะมีวีซ่าประเภทไหน ได้แก่ งานมัคคุเทศก์, งานนวดแผนไทย, งานตัดผม-เสริมสวย, งานเร่ขายสินค้า, งานขับรถ และอีกหลายอาชีพที่เกี่ยวกับงานฝีมือและบริการประชาชน

แต่ความเป็นจริง จากข้อมูลของกรมการจัดหางาน ในปีงบประมาณ 2567 ที่ตรวจสอบสถานประกอบการกว่า 25,000 แห่งและต่างชาติกว่า 306,000 คนทั่วประเทศ พบการกระทำผิดฐานแย่งอาชีพคนไทยรวมกว่า 721 คน โดยอาชีพที่พบต่างชาติแย่งอาชีพมากที่สุดคือ งานเร่ขายสินค้า งานตัดผม งานขับรถ และงานนวด ตามลำดับ

ตัวเลขล่าสุดก็ไม่ได้ดีขึ้น ในปีงบประมาณ 2568 ระหว่างเดือนตุลาคม 2567 ถึงเมษายน 2568 ตรวจสอบต่างชาติรวมกว่า 523,000 คน พบการแย่งอาชีพคนไทยถึง 883 คน เป็นชาติต่างๆ ตั้งแต่พม่า กัมพูชา ลาว ไปจนถึงอินเดีย เวียดนาม และสัญชาติอื่นๆ

ตัวเลขเหล่านี้เป็นแค่คนที่ถูกจับได้ คนที่ทำแล้วไม่โดนจับมีเท่าไหร่ ไม่มีใครรู้

กระทรวงแรงงานย้ำชัดเจนว่าการจ้างไกด์ต่างชาติไม่เพียงผิดกฎหมาย แต่ยังแย่งอาชีพคนไทยและกระทบต่อเศรษฐกิจในประเทศ เพราะงานมัคคุเทศก์อยู่ในบัญชีต้องห้ามสำหรับคนต่างด้าวโดยตรง

ปัญหานี้เกิดขึ้นง่ายมากในพื้นที่ท่องเที่ยว เมื่อฝรั่งสักคนเข้าประเทศด้วยวีซ่าท่องเที่ยว แล้วก็ค่อยๆ เริ่มรับงานเล็กๆ น้อยๆ ไกด์เพื่อน ช่วยจองทัวร์ ขายของออนไลน์ เส้นแบ่งบางมากจนหลายคนเดินข้ามโดยไม่รู้สึกว่าทำอะไรผิด

2. นอมินี ธุรกิจ “คนไทย” ที่เจ้าของจริงอยู่อีกทวีป

กฎหมายไทยห้ามชาวต่างชาติถือหุ้นเกิน 49% ในธุรกิจหลายประเภท เหตุผลgrnjvต้องการปกป้องผู้ประกอบการท้องถิ่น รักษาสมดุลของการลงทุน ป้องกันไม่ให้ทรัพยากรเศรษฐกิจในประเทศถูกครอบงำ โดยทุนต่างชาติอย่างเบ็ดเสร็จ

แต่แล้วก็มีช่องโหว่ชื่อ “นอมินี”

นอมินี คือการที่ชาวต่างชาติซึ่งไม่สามารถถือครองทรัพย์สินหรือเป็นเจ้าของธุรกิจบางประเภทตามกฎหมายไทยได้ ใช้คนไทยเป็นตัวแทนถือหุ้นหรือทรัพย์สินแทน โดยตัวนอมินีไม่มีอำนาจควบคุมหรือดำเนินธุรกิจจริงๆ เป็นแค่ชื่อบนกระดาษ

อดีตนายกสภาทนายความระบุว่า นอมินีมีอยู่ทุกสาขาอาชีพ มีมานานกว่า 50 ปีแล้ว โดยทุกวันนี้ยังเห็นนักลงทุนต่างชาติถือกระเป๋าใบเดียวเข้ามาแล้วให้คนไทยถือหุ้น 51% โดยไม่ต้องลงเงิน เป็นโครงสร้างที่ทำกันจนชิน และตรวจสอบได้ยากเพราะไม่มีใครร้องเรียน

ปัญหานอมินีปรากฏในเกือบทุกพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญ กรมพัฒนาธุรกิจการค้ามีนิติบุคคลทั่วประเทศที่อยู่ในข่ายตรวจสอบถึง 46,918 ราย โดยธุรกิจเป้าหมายหลักได้แก่ ธุรกิจท่องเที่ยวและร้านอาหาร ธุรกิจค้าที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ โรงแรมและรีสอร์ต และธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ

ตัวอย่างที่เห็นภาพชัดที่สุดคือคดีที่เกิดในภูเก็ต ตำรวจตรวจพบบริษัทที่ต่างชาติแสดงตนว่าเป็นเจ้าของธุรกิจแต่เพียงผู้เดียว โดยมีคนไทยเป็นกรรมการบนกระดาษ การตรวจสอบทางการเงินพบว่าเงินหมุนเวียนกว่า 80 ล้านบาทโอนตรงไปยังบัญชีของต่างชาติผู้เป็นเจ้าของที่แท้จริง

ผลกระทบของนอมินีต่อคนไทยในพื้นที่คือ ร้านค้าและธุรกิจที่ดูเหมือนเป็นของคนไทย แต่กำไรทั้งหมดไหลออกนอกประเทศ อาชีพที่สงวนไว้ให้คนไทยถูกเบียดออก และระบบภาษีก็รั่วไหลไปพร้อมกัน

ล่าสุดศาลอาญาสั่งลงโทษบุคคลและนิติบุคคล 23 รายในพื้นที่ภูเก็ตที่พบพฤติกรรมลักษณะนอมินี ซึ่งมีโทษจำคุกสูงสุดถึง 3 ปี ปรับตั้งแต่ 100,000 ถึง 1,000,000 บาท และอาจถูกยึดทรัพย์สินอีกด้วย

3. เงินดอลลาร์ดันค่าเช่าให้คนไทยจ่ายไม่ไหว

ปัญหาที่คนเชียงใหม่, ภูเก็ต, เกาะต่างๆ รู้สึกได้อย่างเป็นรูปธรรมในชีวิตประจำวัน

เมื่อ Digital Nomad รับเงินเดือนจากต่างประเทศหลายแสนบาทต่อเดือน เทียบกับค่าเงินบาท มาอยู่อาศัยในเมืองที่คนไทยทั่วไปมีรายได้เฉลี่ยสองสามหมื่นบาท สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นผลตามธรรมชาติของตลาดคือ ค่าเช่าถีบตัวขึ้น

มีสัญญาณที่ชัดเจนว่าค่าเช่าในไทยเริ่มขยับขึ้นตามแรงกดดันจากกลุ่ม Digital Nomad โดยเฉพาะในพื้นที่ท่องเที่ยวยอดนิยม นักวิเคราะห์ชี้ว่าการไหลเข้าของผู้มีกำลังซื้อสูงจากต่างประเทศกำลังสร้างแรงกดดันต่อค่าครองชีพของคนท้องถิ่น

ปรากฏการณ์นี้มีชื่อเรียกว่า Gentrification เมื่อคนมีฐานะดีกว่าเข้ามาอยู่อาศัยในพื้นที่ ทำให้ค่าเช่าแพงขึ้น ร้านค้าท้องถิ่นราคาเดิมอยู่ไม่ได้ ถูกแทนที่ด้วยร้านกาแฟสไตล์ฝรั่ง คาเฟ่เก๋ ร้านอาหาร Healthy ที่คนไทยท้องถิ่นซื้อไม่ไหว

4. อาชีพครีเอเตอร์ อินฟลูเอนเซอร์

นี่คือปัญหายุคใหม่ที่กฎหมายเก่ายังตามไม่ทัน ต่างชาติที่เข้ามาด้วยวีซ่าท่องเที่ยวแล้วทำ YouTube, Instagram, TikTok เกี่ยวกับประเทศไทย รับเงินจาก AdSense หรือ Sponsorship จากต่างประเทศ

ในทางปฏิบัติ Content Creator ต่างชาติเหล่านี้ไม่มีใบอนุญาตทำงาน ไม่เสียภาษีให้ไทย แต่สร้างรายได้จากการนำเสนอภาพของประเทศ บางรายยังสร้างคอนเทนต์ที่บิดเบือน เสียดสี หรือตอกย้ำภาพเหมารวมที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง โดยที่ไม่ต้องรับผิดชอบอะไรทั้งนั้น

ภาษีที่ไม่มีวันถูกเก็บ

นี่อาจเป็นปัญหาที่เงียบที่สุด แต่ส่งผลระยะยาวมากที่สุด

คนไทยทุกคนที่มีรายได้ต้องเสียภาษี นายจ้างหักภาษี ณ ที่จ่าย ระบบมีอยู่และทำงานได้ แต่ชาวต่างชาติที่อยู่อาศัยในไทยด้วยวีซ่าท่องเที่ยวและรับเงินจากต่างประเทศ ในทางปฏิบัติแทบไม่เคยถูกเรียกเก็บภาษีเงินได้จากไทยเลย

กระทรวงการต่างประเทศรายงานต่อคณะรัฐมนตรีว่า ภายหลังการบังคับใช้มาตรการยกเว้นวีซ่า 60 วัน พบว่ามีชาวต่างชาติจำนวนมากใช้สิทธิ์ดังกล่าวผิดวัตถุประสงค์ แฝงตัวเข้ามาในคราบนักท่องเที่ยวเพื่อลักลอบทำงานผิดกฎหมาย หรือใช้ไทยเป็นทางผ่านเพื่อเข้าไปกระทำความผิดในประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบเศรษฐกิจและความมั่นคง

ทางออกที่ถูกกฎหมายมีอยู่ ไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่คิด

สำหรับคนต่างชาติที่ต้องการอยู่ในประเทศไทยระยะยาวแบบถูกกฎหมาย มีตัวเลือกที่ชัดเจนอยู่หลายทาง

ตัวเลือกที่น่าสนใจที่สุดสำหรับกลุ่ม Digital Nomad ในตอนนี้คือ Destination Thailand Visa (DTV) ซึ่งเปิดตัวในปี 2567 วีซ่าประเภทนี้ออกแบบมาสำหรับคนทำงานออนไลน์และ Freelancer โดยเฉพาะ ให้อยู่ได้ครั้งละ 180 วัน ต่ออายุได้ในประเทศ มีอายุใช้งาน 5 ปี และค่าธรรมเนียมเริ่มต้นที่ 10,000 บาท

ฟังดูไม่ได้แพงเลยถ้าเทียบกับค่าตั๋วเครื่องบินไปวีซ่ารัน

นอกจากนี้ยังมี Thailand Elite Visa สำหรับคนที่ต้องการความสะดวกสบายสูงสุด และ Non-Immigrant Visa ประเภทต่างๆ สำหรับคนที่ทำงานให้บริษัทไทยหรือมีธุรกิจในประเทศ

ประเด็นคือ ทางเลือกมีอยู่ รัฐบาลก็ไม่ได้ปิดประตูต่อคนที่อยากอยู่ไทยระยะยาวอย่างถูกกฎหมาย แต่กำลังส่งสัญญาณชัดขึ้นเรื่อยๆ ว่า การใช้วีซ่าท่องเที่ยวเป็นวีซ่าอยู่อาศัยระยะยาวนั้นไม่ใช่สิ่งที่จะยอมรับได้อีกต่อไป

สรุปให้เห็นภาพ

ไทยให้ฟรีวีซ่า 60 วันเพื่อดึงนักท่องเที่ยวหลังโควิด ซึ่งก็ได้ผล แต่ในขณะเดียวกันก็เปิดช่องให้คนที่ไม่ใช่นักท่องเที่ยว — ทั้งแรงงานผิดกฎหมาย Digital Nomad ที่ทำงานในประเทศโดยไม่มีใบอนุญาต และในบางกรณีแก๊งอาชญากรรม — ใช้ช่องทางเดียวกันเข้าประเทศโดยที่ไม่มีระบบคัดกรองที่รัดกุมเพียงพอ

การลดกลับไปเป็น 30 วันไม่ได้เป็นการปิดประตูต้อนรับนักท่องเที่ยว แต่เป็นการปิดช่องโหว่ที่เปิดกว้างเกินไป และบังคับให้คนที่ต้องการอยู่นานกว่านั้นต้องเดินเข้าไปในระบบที่ถูกต้องแทน

สำหรับคนที่มาเที่ยวไทย 2 สัปดาห์แล้วกลับบ้าน เรื่องนี้ไม่ได้กระทบคุณแม้แต่น้อย

แต่สำหรับคนที่ใช้ชีวิตในไทยมาหลายปีโดยอาศัยวีซ่ารันและฟรีวีซ่าเป็นหลัก สัญญาณที่ส่งออกมาชัดเจนขึ้นทุกเดือน และคงถึงเวลาแล้วที่ต้องตัดสินใจว่าจะอยู่แบบถูกต้องตามกฎหมาย หรือจะรับความเสี่ยงที่ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ

ประเทศไทยยังเปิดรับอยู่เสมอ แต่ขอให้เข้ามาแบบที่ควรจะเป็น

ติดตาม The Thaiger บน Google News:

Aindravudh

นักเขียนประจำ Thaiger มีประสบการณ์เขียนข่าวมากกว่า 5 ปี จบการศึกษาด้านภาษาและประวัติศาสตร์ จากคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีความสนใจ ประเด็นความเคลื่อนไหวทางสังคมและการเมือง เจาะประเด็นข่าวทางสังคม ด้วยกลวิธีการเล่าเรื่องแบบย่อยง่าย อย่างงานเขียนสร้างสรรค์ สั้น กระชับ จับทุกประเด็น หัวข้อที่เชียวชาญคือเรื่องไลฟ์สไตล์ เลขเด็ด หวยรัฐบาลไทย หวยลาว ช่องทางติดต่อ vajara@thethaiger.com

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to top button