ศาลฎีกาชี้ชะตาวันนี้ คดีประวัติศาสตร์ “สุรพล” ฟ้อง กกต. 70 ล้าน ปมแจกใบส้มพลาด

ศาลฎีกานัดอ่านคำพิพากษา 10 มี.ค. 69 คดีประวัติศาสตร์ นายสุรพล เกียรติไชยากร อดีตผู้สมัคร ส.ส. เชียงใหม่ เขต 8 พรรคเพื่อไทย ฟ้องแพ่ง กกต. เรียก 70 ล้านบาท ปมแจกใบส้มผิดพลาดในการเลือกตั้ง 62
วันนี้ (10 มีนาคม 2569) แวดวงการเมืองและกระบวนการยุติธรรมต้องจับตาไปที่ ศาลจังหวัดฮอด จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งมีกำหนดนัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาในคดีประวัติศาสตร์ ที่ นายสุรพล เกียรติไชยากร อดีตผู้สมัคร ส.ส. เชียงใหม่ เขต 8 พรรคเพื่อไทย เป็นโจทก์ยื่นฟ้องเรียกค่าเสียหายทางแพ่งจาก สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และพวกรวม 14 คน เป็นจำนวนเงิน 70 ล้านบาท โดยคาดว่าจะทราบผลชี้ขาดอย่างเป็นทางการในช่วงบ่ายของวันนี้
ย้อนรอยจุดเริ่มต้น จากชัยชนะสู่ “ใบส้ม” ปริศนา
เรื่องราวทั้งหมดสืบเนื่องมาจากการเลือกตั้ง ส.ส. ทั่วประเทศ เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2562 นายสุรพลสามารถคว้าชัยชนะในพื้นที่เขต 8 เชียงใหม่ ด้วยคะแนนเสียงท่วมท้นถึง 52,165 คะแนน ทิ้งห่างคู่แข่งในอันดับสองกว่า 25,000 คะแนน
แต่ผ่านไปเพียง 1 เดือน กกต. กลับมีมติแจก “ใบส้ม” (ระงับสิทธิสมัครรับเลือกตั้งชั่วคราว) แก่นายสุรพล ส่งผลให้ต้องมีการจัดเลือกตั้งใหม่ในเขตดังกล่าว นอกจากนี้ กกต. ยังได้ยื่นฟ้องต่อศาลเพื่อดำเนินคดีข้อหาทุจริตการเลือกตั้ง และเรียกร้องค่าเสียหายในการจัดการเลือกตั้งใหม่ด้วย
ซองทำบุญ 2,000 บาท ต้นเหตุแห่งคดี
สาเหตุหลักที่นำมาสู่การแจกใบส้ม มาจากการที่นายสุรพล ใส่ซองทำบุญจำนวน 2,000 บาท ถวายพระในงานวันเกิด ซึ่งต่อมาพระรูปดังกล่าวได้นำเงินไปสมทบเข้า “กองผ้าป่าของชุมชน” เพื่อระดมทุนซื้อเครื่องแบบให้ชุดรักษาความปลอดภัยประจำหมู่บ้าน (ชรบ.)
มุมมองของ กกต. มองว่าการถวายปัจจัยในงานที่มีผู้มีสิทธิเลือกตั้งมาร่วมงาน ย่อมส่งผลต่อคะแนนนิยม ประกอบกับข้อความหน้าซองที่ระบุว่า “ท่าน ส.ส. สุรพล 2,000 บาท” ทำให้ชาวบ้านอาจเข้าใจว่าเป็นการบริจาคเพื่อจูงใจ จึงสรุปว่าเข้าข่ายผิดกฎหมายเลือกตั้ง และดำเนินการออกใบส้มอย่างรวดเร็วภายในเวลาไม่ถึง 1 เดือนหลังวันเลือกตั้ง
จุดพลิกผัน ศาลฎีกาชี้ “ไม่ผิด” นำสู่การฟ้องกลับ
ต่อมาในเดือนกันยายน 2563 ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง ได้มีคำพิพากษา “ยกคำร้อง” ของ กกต. โดยชี้ชี้ชัดว่าเหตุการณ์ดังกล่าวไม่ใช่การซื้อเสียงหรือทุจริตการเลือกตั้งแต่อย่างใด
เมื่อพ้นมลทิน นายสุรพลจึงเดินหน้าฟ้องกลับ กกต. ในคดีแพ่ง เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมและค่าชดเชยรวมประมาณ 70 ล้านบาท โดยครอบคลุมการประเมินความเสียหายจาก เงินเดือนและสวัสดิการที่ควรได้รับในฐานะ ส.ส. ตลอดวาระ, ค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีเพื่อต่อสู้พิสูจน์ความบริสุทธิ์ และค่าเสียเวลา และค่าเสื่อมเสียเกียรติยศ
กกต. แพ้รวด 2 ศาล สู่การชี้ชะตาในชั้นฎีกา
การต่อสู้ในชั้นศาลที่ผ่านมา ฝ่าย กกต. เป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำถึง 2 ครั้งติดต่อกัน
-
ศาลชั้นต้น (ศาลจังหวัดฮอด): พิพากษาให้ กกต. ต้องชดใช้ค่าเสียหายแก่นายสุรพล
-
ศาลอุทธรณ์ภาค 5: พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น แต่ปรับลดวงเงินค่าเสียหายลงเหลือ 56.7 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย
ทำให้ กกต. ตัดสินใจยื่นฎีกาเพื่อต่อสู้คดีในศาลสูงสุด ซึ่งนำมาสู่วันนัดอ่านคำพิพากษาชี้ขาดในวันนี้
ผลกระทบหาก “กกต.” แพ้คดีในชั้นฎีกา
หากศาลฎีกามีคำพิพากษายืนให้ กกต. แพ้คดี จะมีผลสืบเนื่องระดับโครงสร้างตามมาทันที สำนักงาน กกต. จะต้องนำเงินสะสมของหน่วยงานที่เหลือจากการบริหารจัดการเลือกตั้งมาจ่ายชดเชยให้แก่นายสุรพล และกระทรวงการคลังจะต้องตั้งคณะกรรมการสอบสวน “ความรับผิดทางละเมิด” เพื่อหาตัวบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการใช้อำนาจผิดพลาด ให้มารับผิดชอบชดใช้คืนเงินงบประมาณของรัฐ
นายสุรพลเคยเปิดเผยความรู้สึกอย่างเจ็บปวดว่า กกต. ใช้เวลาเพียง 2 ชั่วโมงในการพิจารณาให้ใบส้ม แต่ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับอนาคตทางการเมืองและการเสียโอกาสในการทำหน้าที่ ส.ส. ติดต่อกันเป็นสมัยที่ 8 นั้นมหาศาลอย่างประเมินค่าไม่ได้
คดีนี้นับเป็น “คดีประวัติศาสตร์” คดีแรกที่ผู้สมัคร ส.ส. สามารถฟ้องเรียกค่าเสียหายทางแพ่งจาก กกต. จนดำเนินมาถึงชั้นศาลฎีกา ผลของคำพิพากษาที่จะออกมาในช่วงบ่ายวันนี้ จะกลายเป็น “บรรทัดฐานสำคัญ” ในการตรวจสอบการใช้อำนาจและดุลยพินิจของ กกต. ในการแจกใบส้มแก่ผู้สมัครรับเลือกตั้งต่อไปในอนาคต
หมายเหตุ: เนื้อหาข่าวอัปเดตสถานการณ์ถึงช่วงเช้าวันที่ 10 มี.ค. 69 โดยผลคำพิพากษาศาลฎีกาอย่างเป็นทางการคาดว่าจะทราบผลในช่วงบ่ายวันนี้
แหล่งอ้างอิง
- The Standard: https://thestandard.co/ec-orange-card-surapol-compensation/
- DAILYNEWS ONLINE: https://www.dailynews.co.th/news/5672659/
- Isranews: https://www.isranews.org/article/isranews-scoop/114656
ภาพจาก : พรรคเพื่อไทย
ติดตาม The Thaiger บน Google News:



