Lumbar Support คืออะไร ทำไมเก้าอี้ทำงานที่ดีถึงขาดไม่ได้

หลายคนที่กำลังมองหาเก้าอี้ตัวใหม่สำหรับการนั่งทำงานที่บ้านหรือที่ออฟฟิศ คงเคยผ่านตากับคำว่า Lumbar Support ในรายละเอียดสินค้ากันมาบ้าง แต่อาจจะยังสงสัยว่า สิ่งนี้คืออะไรและจำเป็นแค่ไหน ซึ่งจริง ๆ แล้วฟังก์ชันนี้เปรียบเสมือนหัวใจหลักของ Office Chair ยุคใหม่เลยทีเดียว เพราะมันถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาความเมื่อยล้าและจัดระเบียบร่างกายที่ชาวออฟฟิศต้องเจอเป็นประจำ บทความนี้จะพาไปทำความรู้จักกับส่วนประกอบสำคัญนี้ให้มากขึ้น
รู้จักกับ Lumbar Support จากวงการแพทย์สู่เก้าอี้ทำงาน
หากย้อนกลับไปดูที่มาที่ไป คำว่า Lumbar Support นั้นถูกพูดถึงอย่างแพร่หลายในวงการแพทย์และกายภาพบำบัดมาก่อน โดยมักจะหมายถึงอุปกรณ์พยุงหลังสำหรับผู้ป่วยหลังผ่าตัด หรือที่เราคุ้นตากันในรูปแบบของเข็มขัดพยุงหลังสำหรับผู้ที่มีปัญหากระดูกสันหลังเคลื่อนหรือกระดูกสันหลังคด อุปกรณ์เหล่านี้มีหน้าที่ช่วยล็อกแผ่นหลังไม่ให้เคลื่อนไหวมากเกินไป เปรียบเสมือนตัวช่วยลดแรงสั่นสะเทือนและประคองกระดูกสันหลังให้อยู่ในแนวที่ถูกต้อง
เมื่อนำแนวคิดนี้มาประยุกต์ใช้กับเก้าอี้สุขภาพ Lumbar Support จึงกลายเป็นส่วนนูนหรือแผ่นรองรับบริเวณพนักพิงด้านล่าง ทำหน้าที่ “พยุงหลังส่วนล่าง” ให้แนบชิดกับเก้าอี้ เพื่อรักษาแนวโค้งของกระดูกสันหลังตามธรรมชาติ (S-Curve) ช่วยลดภาระการทำงานของกล้ามเนื้อหลัง ทำให้เราสามารถนั่งทำงานได้นานขึ้นโดยไม่เสียบุคลิกภาพ
ทำไมเก้าอี้ที่ดีต้องมี Lumbar Support
ไลฟ์สไตล์ของคนทำงานปัจจุบันที่ต้องนั่งติดโต๊ะเป็นเวลานานมักก่อให้เกิดปัญหาตามมามากมาย ไม่ว่าจะเป็นการนั่งผิดท่า การนั่งหลังค่อมโดยไม่รู้ตัว หรือการที่เลือดลมไหลเวียนไม่สะดวกจนเกิดอาการชา ซึ่งหากปล่อยไว้นานอาจลุกลามไปสู่อาการออฟฟิศซินโดรมหรือหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทได้
การมี Lumbar Support เข้ามาช่วยในเก้าอี้จะทำหน้าที่ปิดช่องว่างระหว่างแผ่นหลังของเรากับพนักพิง ช่วยดันให้หลังล่างมีความโค้งเว้าที่ถูกต้อง ลดแรงกดทับที่กระดูกสันหลังและกระจายน้ำหนักตัวได้อย่างสมดุล ซึ่งถือเป็นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุสำหรับคนที่มีอาการปวดหลัง ปวดไหล่ และปวดคอจากการนั่งทำงานต่อเนื่อง
แนะนำเก้าอี้จาก Okamura ที่มี Lumbar Support
หากคุณกำลังมองหาเก้าอี้ที่มีระบบ Lumbar Support ดีเยี่ยมและไว้ใจได้ในเรื่องคุณภาพ แบรนด์ Okamura จากประเทศญี่ปุ่นถือเป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ ที่น่าจับตามอง ด้วยดีไซน์ที่เน้นความใส่ใจในรายละเอียดตามแบบฉบับญี่ปุ่น โดยรุ่นที่โดดเด่นและอยากแนะนำมีด้วยกัน 3 รุ่น ได้แก่ Contessa II, SYLPHY และรุ่น Choral
1. Contessa II ที่สุดแห่งตำนานเก้าอี้ Ergonomic
I
เริ่มต้นที่รุ่นเรือธงอย่าง Contessa II ซึ่งถือเป็นไอคอนของวงการเก้าอี้เพื่อสุขภาพที่ได้รับการยอมรับไปทั่วโลก จุดเด่นสำคัญคือการออกแบบที่หรูหราควบคู่ไปกับฟังก์ชัน “Smart Operation” ที่ให้คุณปรับระดับความสูงและการเอนของเก้าอี้ได้ง่าย ๆ เพียงปลายนิ้วสัมผัส รุ่นนี้ยังมาพร้อมกับวัสดุตาข่ายเกรดพรีเมียมที่ระบายอากาศได้ดีเยี่ยม และระบบรองรับแผ่นหลังที่ออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน เหมาะสำหรับผู้บริหารหรือคนที่ต้องการจบปัญหาปวดหลังด้วยเก้าอี้ตัวเดียวที่ครบเครื่องที่สุด
2. Sylphy เข้าถึงทุกสรีระด้วยฟังก์ชันปรับความโค้ง

รุ่น SYLPHY ถูกออกแบบมาภายใต้แนวคิดที่ว่า “แผ่นหลังของคนเราไม่เหมือนกัน” บางคนหลังกว้าง บางคนหลังแคบ จุดเด่นของรุ่นนี้จึงอยู่ที่ฟังก์ชัน “Body Curve Adjustment” ที่สามารถปรับความโค้งของพนักพิงให้โอบรับกับแผ่นหลังของผู้ใช้งานแต่ละคนได้อย่างแนบสนิท ไม่ว่าคุณจะมีรูปร่างแบบไหน เก้าอี้ตัวนี้ก็สามารถปรับให้ “พอดี” กับคุณได้ ช่วยให้การนั่งทำงานมีความกระชับและมั่นคงตลอดทั้งวัน
3. Choral ความเรียบง่ายที่มาพร้อมฟังก์ชันระดับท็อป

ปิดท้ายด้วยรุ่น Choral ที่ผสมผสานความสวยงามแบบ Minimal เข้ากับหลักสรีรศาสตร์ ไม่ว่าคุณจะมีสรีระแบบไหน เก้าอี้ก็จะสามารถปรับให้เหมาะสมกับผู้นั่งได้เป็นอย่างลงตัว โดดเด่นด้วยวัสดุโครงสร้างที่ทำจากอลูมิเนียมและพลาสติกโพลียูรีเทน ให้ความแข็งแรงทนทาน การันตีคุณภาพด้วยรางวัล Green Guard และมาตรฐาน Made In Japan
สรุปบทความ
Lumbar Support ไม่ใช่เพียงแค่ศัพท์เทคนิคทางการตลาด แต่เป็นฟังก์ชันสำคัญที่ช่วยปกป้องกระดูกสันหลังของเราจากอาการออฟฟิศซินโดรม การลงทุนกับเก้าอี้ทำงานที่มีระบบรองรับเอวที่ดีอย่าง Okamura ทั้ง 3 รุ่นที่แนะนำไป ไม่ว่าจะเป็น Contessa II, SYLPHY หรือ Choral ล้วนแต่เป็นการลงทุนเพื่อสุขภาพระยะยาวที่คุ้มค่า เพราะเมื่อเรานั่งสบาย ร่างกายไม่เจ็บปวด ประสิทธิภาพในการทำงานและความสุขในชีวิตก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
ติดตาม The Thaiger บน Google News:





