ดราม่า ลิขสิทธิ์ภาพถ่าย ในหลวงร.9 วาดภาพไม่ขอ ช่างภาพเปิดใจ กว่าจะได้ช็อตนี้มา

ช่างภาพ วสันต์ วณิชชากร เผยความรู้สึก หลังศิลปินนำผลงานภาพถ่ายในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่เขาใช้เวลาเก็บเกี่ยวประสบการณ์กว่าสิบปีไปวาดใหม่โดยไม่ให้เครดิต จนชาวเน็ตแห่ให้กำลังใจท่วมท้น
เหตุการณ์นี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2569 นางสาวสุนทรียา วงศ์ศิริกุล รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สายงานการเงิน บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) นำผลงานศิลปะชื่อ เลนส์แห่งธรรม นำทางแผ่นดิน ไปมอบแก่นายสุเมธ ตันติเวชกุล กรรมการที่ปรึกษาพิเศษอาวุโสมูลนิธิชัยพัฒนา เพื่อใช้ในกิจกรรมของมูลนิธิ
ศิลปินวาดภาพชื่อ อาจารย์ดินหิน รักพงษ์อโศก ตั้งใจวาดภาพนี้ขึ้นเพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 จากนั้นเพจเฟซบุ๊กชื่อ น้ำเงินเข้ม นำภาพพิธีมอบผลงานดังกล่าวไปโพสต์ลงโซเชียลมีเดีย
ต่อมาวันที่ 27 มีนาคม 2569 นายวสันต์ วณิชชากร ช่างภาพชื่อดัง แชร์โพสต์ของเพจน้ำเงินเข้มมายังเฟซบุ๊กส่วนตัว พร้อมพิมพ์ข้อความภาษาอังกฤษว่า Copyright : wason wanichakorn เพื่อแสดงสิทธิ์ว่าเขาคือเจ้าของภาพถ่ายต้นฉบับ
ภาพถ่ายนี้คืองานที่นายวสันต์บันทึกไว้เมื่อครั้งในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จพระราชดำเนินไปทรงวางศิลาฤกษ์เขื่อนขุนด่านปราการชล จังหวัดนครนายก เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2544
นำไปสู่การตั้งคำถามจากผู้ใช้งานโซเชียลมีเดียจำนวนมาก ผู้คนอยากทราบว่าศิลปินผู้สร้างสรรค์ผลงานภาพวาดได้ขออนุญาตเจ้าของภาพถ่ายแล้วหรือไม่ พร้อมเรียกร้องให้ศิลปินเคารพสิทธิ์ของช่างภาพต้นฉบับ

หลังจากนั้นนายวสันต์โพสต์ข้อความระบายความรู้สึก ว่าช่างภาพต้องผ่านอุปสรรคมากมายกว่าจะได้ภาพถ่ายอันทรงคุณค่า การที่ศิลปินนำภาพไปสร้างเป็นผลงานของตัวเองโดยไม่บอกกล่าวเจ้าของภาพถือเป็นเรื่องไม่เหมาะสม เขาเสียความรู้สึกอย่างรุนแรงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ล่าสุดเมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2569 นายวสันต์โพสต์เฟซบุ๊กอธิบายรายละเอียดทั้งหมดอีกครั้ง เปิดเผยว่าตลอด 3 วันที่ผ่านมาเขายังคงเสียความรู้สึกอย่างมาก ศิลปินใหญ่ดัดแปลงภาพในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงกล้องไปวาดใหม่โดยไม่เคยติดต่อขออนุญาตเขาเลย
นายวสันต์พยายามอยู่อย่างสงบ แต่คนรอบข้างเตือนสติว่าเขาไม่อาจนิ่งเฉยกับเรื่องนี้ได้ เนื่องจากภาพของในหลวงรัชกาลที่ 9 ต้องมีความชัดเจนบริสุทธิ์ การที่องค์กรใหญ่นำผลงานซึ่งมีที่มาไม่ถูกต้องไปมอบให้มูลนิธิชัยพัฒนาจึงเป็นเรื่องที่ไม่ควรเกิดขึ้น

นายวสันต์เล่าเบื้องหลังภาพประวัติศาสตร์นี้ว่า ตนใช้เวลาสั่งสมประสบการณ์กว่าสิบปีจึงจะสามารถถ่ายภาพนี้ได้ ในวันที่ 2 มิถุนายน 2544 เข้าไปรอรับเสด็จในพื้นที่ก่อสร้างเขื่อนคลองท่าด่าน จังหวัดนครนายก ท่ามกลางช่างภาพจากสื่อไทยสื่อต่างประเทศกว่า 30 คน
คืนก่อนหน้านั้นตนคิดภาพในหัวว่าอยากได้ภาพขณะพระองค์ทรงยกกล้องขึ้นเล็ง แม้ตนเคยถวายงานมาแล้วหลายครั้งแต่ก็ยังไม่เคยถ่ายภาพมุมนี้ได้ เมื่อในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จพระราชดำเนินมาถึง พระองค์ทรงงานทอดพระเนตรแนวเขาจนถึงช่วงค่ำ ตลอดงานพระองค์ทรงยกกล้องขึ้นถ่ายภาพเพียง 3 ครั้ง นายวสันต์สามารถบันทึกภาพจังหวะดังกล่าวได้ 2 ครั้ง ภาพต้นฉบับที่เป็นประเด็นนี้คือภาพที่สวยที่สุด
ที่ผ่านมานายวสันต์อนุญาตให้หน่วยงานต่างๆ นำภาพนี้ไปใช้ทำหนังสือหรือป้ายเทิดพระเกียรติโดยไม่เคยคิดค่าใช้จ่าย ร้านถ่ายภาพของเพื่อนก็นำภาพไปพรินต์แจกจ่ายประชาชนได้ แต่ครั้งนี้ศิลปินกลับนำภาพไปละเมิดโดยไม่บอกกล่าว ทั้งที่ภาพต้นฉบับมีลายน้ำชื่อของเขาประทับอยู่
นายวสันต์ยืนยันว่าตนไม่ได้ต้องการเรียกร้องสิ่งใด เพียงแค่อยากบอกเล่าความรู้สึกเมื่อมีคนละเมิดสิทธิ์ หวังให้สังคมตระหนักถึงคุณค่าของผลงาน มีมารยาทในการใช้ภาพตามมาตรฐานสากลเรื่องลิขสิทธิ์
หลังจากการชี้แจงเบื้องหลังภาพประวัติศาสตร์ ชาวเน็ตต่างช่วยกันแชร์ข้อความของนายวสันต์ออกไปอย่างกว้างขวาง ผู้คนจำนวนมากเข้ามาแสดงความชื่นชมความงดงามของภาพถ่ายต้นฉบับ ส่งกำลังใจให้ช่างภาพ
ประชาชนยังแสดงความคิดเห็นตำหนิการกระทำของศิลปินที่นำผลงานคนอื่นไปใช้โดยไม่ขออนุญาต พวกเขามองว่าศิลปินควรมีมารยาททางสังคม รู้จักให้เกียรติเจ้าของผลงานต้นฉบับ ควรแสดงความรับผิดชอบด้วยการขอโทษเพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีต่อไปในสังคม
ติดตาม The Thaiger บน Google News:





