ข่าว

ปิดคดีอัปยศ ยืนคุก 50 ปี “ป๋าติ๊ก-เสี่ยกบ” บังคับเด็กค้ากาม วิคตอเรียซีเครท อาบอบนวด

ปิดฉากคดีอัปยศ ฎีกายืนคุกยาว 50 ปี “ป๋าติ๊ก-เสี่ยกบ” แก๊งค้ามนุษย์ อาบอบนวด วิคตอเรียซีเครท สั่งชดใช้เหยื่อดอกเบี้ย 7.5%

ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก อ่านคำพิพากษาศาลฎีกาในคดีค้ามนุษย์หมายเลขดำ คม.26/2561 สถานอาบอบนวดวิคตอเรียซีเครท ศาลฎีกามีคำพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ให้จำคุก ป๋าติ๊ก ศรัทธาธรรม แจ้งฉาย ผู้จัดการสถานบริการ และพวกรวม 5 คน ในอัตราโทษสูงสุดตามกฎหมายคนละ 50 ปี พร้อมแก้คำพิพากษาในส่วนแพ่ง ให้ปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยเงินชดเชยแก่ผู้เสียหายเป็นร้อยละ 7.5 ต่อปี

เปิดพฤติการณ์เหี้ยม ลวงเด็กค้ากาม-ขู่บังคับ

คดีนี้พนักงานอัยการและผู้เสียหายซึ่งเป็นหญิงสาวรวม 3 คน ร่วมกันเป็นโจทก์ยื่นฟ้องจำเลยรวม 7 ราย ประกอบด้วย นายศรัทธาธรรม (ป๋าติ๊ก), นายบุญทรัพย์ (ป๋ากบ), นายชัยณรงค์ (ป๋าสง่า), นายเอกณพัชร์ (พี่ป๊อป), หจก.อมรินทร์ ออนเซน, น.ส.ศศิธร (หุ้นส่วนผู้จัดการ) และ บจก.เดวิส ซิลเวอร์สตาร์ ในความผิดฐานร่วมกันสมคบค้ามนุษย์และค้าประเวณีเด็ก

เกิดขึ้นระหว่างเดือนธันวาคม 2560 ถึงมกราคม 2561 กลุ่มจำเลยได้วางแผนแบ่งหน้าที่กันเป็นธุระจัดหาหญิงสาวชาวไทย 2 คน และชาวเมียนมา 7 คน ซึ่งมีอายุระหว่าง 15-18 ปี มาค้าประเวณีเพื่อสนองความใคร่ผู้อื่น

จากการพิจารณาพยานหลักฐาน ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าผู้เสียหายมาสมัครงานโดยสุจริต ไม่ได้มีเจตนาค้าประเวณี แต่ถูกกลุ่มจำเลยพูดจาหว่านล้อมและข่มขู่จนต้องจำยอม หลักฐานจากการล่อซื้อของเจ้าหน้าที่ยังพบถุงยางอนามัยและเจลหล่อลื่นจำนวนมากในที่เกิดเหตุ ซึ่งหักล้างข้ออ้างของจำเลยที่ระบุว่าเป็นการตกลงกันเองของผู้เสียหาย

ศาลเห็นว่าการกระทำของจำเลยเป็นเรื่องร้ายแรง สร้างความเสียหายต่อสังคม อีกทั้งจำเลยต่อสู้คดีมาโดยตลอดโดยไม่สำนึกผิด ข้ออ้างต่างๆ จึงฟังไม่ขึ้น

บทสรุปโทษ คุก 50 ปี – ปรับนิติบุคคลเกือบ 4 ล้าน

ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ดังนี้

  • จำคุก จำเลยที่ 1 (ป๋าติ๊ก), จำเลยที่ 2 (ป๋ากบ) และจำเลยที่ 6 (น.ส.ศศิธร) โทษจำคุกคนละ 68 ปี ส่วนจำเลยที่ 3 และ 4 (ป๋าสง่าและพี่ป๊อป) โทษจำคุกคนละ 62 ปี 8 เดือน แต่ตามกฎหมายให้ลงโทษจำคุกได้สูงสุดคนละ 50 ปี

  • ลงโทษปรับ หจก.อมรินทร์ ออนเซน (จำเลยที่ 5) จำนวน 3,978,666 บาท และ บจก.เดวิส ซิลเวอร์สตาร์ (จำเลยที่ 7) จำนวน 3,970,666 บาท

  • ให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้เสียหายที่ 2 และ 3 คนละ 80,000 บาท โดยศาลฎีกาพิพากษาแก้ให้ปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยจากร้อยละ 7 เป็นร้อยละ 7.5 ต่อปี นับตั้งแต่วันฟ้อง ให้เป็นไปตามระเบียบกระทรวงการคลัง

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ติดตาม The Thaiger บน Google News:

Thaiger

The Thaiger นำเสนอข่าวสารล่าสุดและอัปเดตจากทั่วประเทศไทย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to top button