ทายาทราชวงศ์บ้านพลูหลวง รุ่นที่ 7 คืนถิ่นอยุธยา กราบแผ่นดินบรรพบุรุษ

ปลาบปลื้มใจยิ่ง ท่านดอ เกศี ทูน เชียน ทายาทราชวงศ์บ้านพลูหลวง รุ่นที่ 7 เยือนอยุธยา สักการะบรรพชน หลังพลัดพรากยาวนานถึง 258 ปี
ณ อดีตราชธานีกรุงศรีอยุธยา แผ่นดินที่รุ่งเรืองมากว่าสี่ศตวรรษ (พ.ศ. 1893 ถึง พ.ศ. 2310) บรรยากาศยามปลายฤดูเหมันต์คล้ายจะแปรเปลี่ยนเป็นคิมหันต์ ทว่า เมื่อคณะผู้มาเยือนได้ย่างก้าวเข้าสู่เขตพระราชวังโบราณ ไออุ่นแห่งฤดูกาลกลับพลันคลายลง สัมผัสเย็นสบายแผ่ซ่าน ราวกับธรรมชาติโอบเอื้อต้อนรับการกลับมา
นับเป็นภาพประวัติศาสตร์อันน่าประทับใจ เมื่อ ท่านดอ เกศี ทูน เชียน (KAY THI TUN SHEIN) สตรีสูงวัยจากเมียนมา เชื้อสายแห่งราชวงศ์บ้านพลูหลวง รุ่นที่ 7 พร้อมด้วย ดร.วิน มินต์ ยิน คู่สมรส และบุตรสาว ได้เดินทางมายังจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อสักการะบรรพบุรุษ เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2568 ที่ผ่านมา
ท่านดอ เกศี ทูน เชียน (KAY THI TUN SHEIN) สตรีสูงวัยจากเมียนมา ในอาภรณ์อันสง่างามสมวัย ทอดสายตานิ่งไปยังหมู่มวลพฤกษา และซากอิฐปูน พยานกาลแห่งอดีตอันรุ่งโรจน์ของอยุธยา ราชธานีที่เคยเป็นศูนย์กลางแห่งสยามประเทศ
ครั้นเมื่อคณะทำงานจากสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และกลุ่มเยาวชน “ปลากระป๋อง school” ได้เข้ากราบนมัสการ กล่าวคำทักทาย และสนทนาถึงความเป็นมา ความผูกพัน น้ำพระเนตรแห่งความปลาบปลื้มก็เอ่อคลอ เมื่อรับมาลัยกร พร้อมเอื้อนเอ่ยวาจาจากหัวใจว่า
“ภาคภูมิใจและปลาบปลื้มใจมากที่ได้มาที่นี่ ที่ ๆ บรรพบุรุษเล่าให้ฟังกันมาจากรุ่นสู่รุ่น”

ด้วยสายสัมพันธ์แห่งราชวงศ์ ท่านดอ เกศี ทูน เชียน สืบเชื้อสายจาก พระนางกุมมะเทวี มเหสีใน พระเจ้ามินดง แห่งราชวงศ์คองบอง และสืบสายพระโลหิตโดยตรงจาก สมเด็จพระเจ้าเอกทัศ กษัตริย์องค์สุดท้ายแห่งกรุงศรีอยุธยา ผู้ทรงเผชิญวิกฤติการณ์เสียกรุงครั้งใหญ่ เหตุการณ์สำคัญยิ่งในประวัติศาสตร์ชาติไทย
เมื่อครั้งกรุงศรีอยุธยาถึงกาลแตกดับ มิเพียงชีวิตและบ้านเมืองที่สูญสิ้น หากทว่ายังรวมถึงการถูกกวาดต้อนผู้คน และพระบรมวงศานุวงศ์กว่าสองพันชีวิต ไปยังแผ่นดินพม่า เฉกเช่นเดียวกับบรรพชนของ ท่านดอ เกศี ทูน เชียน

ในดินแดนใหม่ ธิดาและสตรีสูงศักดิ์แห่งอยุธยา ได้ถวายตัวเป็นพระสนม หรืออภิเษกสมรส กับเชื้อพระวงศ์พม่า สืบสายเลือดอยุธยาในแผ่นดินห่างไกล จวบจนเมื่อพม่าเสียอิสรภาพแก่อังกฤษ เหล่าทายาทราชวงศ์ จึงจำต้องผันตนเป็นสามัญชน เฉกเช่นสายสกุลแห่งบ้านพลูหลวง
เรื่องเล่าขานสืบต่อในสายตระกูล ท่านดอ เกศี ทูน เชียน ยังคงร้อยเรียงเหตุการณ์คืนวันกรุงแตก 7 เมษายน พุทธศักราช 2310 เสียงระเบิดกึกก้อง ภาพการหนีภัยอลหม่าน และวาระสุดท้ายของ สมเด็จพระเจ้าเอกทัศ ซึ่งตำนานในตระกูลเล่าขานว่า พระองค์เสด็จสวรรคต ณ “ป้อมประตูชัย”

ด้วยสายสัมพันธ์ที่หยั่งรากลึกในอยุธยา แม้กาลเวลาผันผ่าน ทายาทรุ่นหลังยังคงเลือกที่จะผูกพันกับเครือญาติ โดยเฉพาะในหมู่ชาวไทยใหญ่แห่งเชียงตุง (ชนชาติที่ชาวพม่าเชื่อว่าใกล้ชิดกับไทยยิ่งกว่าชนชาติอื่นใด) มากกว่าที่จะแต่งงานกับชาวพม่าโดยทั่วไป เฉกเช่นคู่สมรสของ ท่านดอ เกศี ทูน เชียน ก็เป็นชาวเชียงตุง
ธรรมเนียมการรักษาอัฐิบรรพชนสายบ้านพลูหลวง ยังคงสืบทอดมาถึง ท่านดอ เกศี ทูน เชียน โดยมีการเก็บรักษาอัฐิ ณ “สุสานลินซินโกง” แม้ข้อสันนิษฐานของนักวิชาการไทยบางส่วนจะแย้งว่า มิใช่สถานที่บรรจุพระอัฐิของ พระเจ้าอุทุมพร แต่ในสายตระกูลของท่าน ยังคงยึดมั่นในเรื่องเล่าที่สืบทอดกันมา และยังคงมีการรวมญาติ เพื่อสักการะบรรพชน ณ สุสานแห่งนั้น จวบจนปัจจุบัน

เกร็ดเรื่องราวเหล่านี้ มิเพียงเติมเต็มความใคร่รู้ในประวัติศาสตร์อยุธยา หากทว่ายังสะท้อนถึงสายสัมพันธ์อันลึกซึ้ง ที่กาลเวลาและระยะทางมิอาจลบเลือน
การเดินทางกลับมายังอยุธยาในครั้งนี้ นำโดยคุณ ปัณณพัทธิ์ คำนึง นักวิชาการอิสระ ผู้ทุ่มเทศึกษาเรื่องราวเชื้อสายราชวงศ์บ้านพลูหลวงในฝั่งพม่า และได้รับการสนับสนุนจากหลายภาคส่วน อาทิ สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดพระนครศรีอยุธยา สำนักงานอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา และกลุ่มเยาวชน ปลากระป๋อง school ผู้เคยสร้างสรรค์สื่อสารคดีล้านวิว ตามหาร่องรอยอยุธยาในพม่า ซึ่งในครั้งนี้ กลับมาร่วมต้อนรับเชื้อสายอยุธยา สู่กรุงเก่า จน ท่านดอ เกศี ทูน เชียน เอ่ยเรียกเด็กๆ เหล่านั้นด้วยภาษาไทยอันแสนอบอุ่นว่า ลูกชาย
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- เรื่องลับราชวงศ์ 9 ดารา ที่มีเชื้อเจ้า ตัวท็อปทั้งนั้น
- พ่อแม่ใจสลาย นักบอลจีนดาวรุ่ง เตะอุ่นเครื่องที่สเปน โดนปะทะหนัก จน “สมองตาย”
- ราชวงศ์สะเทือน ลูกเลี้ยงรัชทายาทนอร์เวย์ ถูกจับข้อหาทำร้ายร่างกายแฟนสาว
อ้างอิง : Ayutthaya Tourism and Sports