ประวัติ อาจารย์โต้ง กฤษณพงค์ พูตระกูล นักอาชญาวิทยาชื่อดัง ตำรวจสายปราบสู่นักวิชาการ
เปิดเส้นทางชีวิต ประวัติ อาจารย์โต้ง กฤษณพงค์ พูตระกูล เด็กบ้านโป่ง ราชบุรี ผ่าน นรต.รุ่น 51 สู่ปริญญาเอก 2 ใบ ทั้งไทยและอังกฤษ บทบาทที่ปรึกษา UNODC และคดีดังที่วิเคราะห์ให้สังคมไทย
รองศาสตราจารย์ พันตำรวจโท ดร.กฤษณพงค์ พูตระกูล หรือที่คนไทยรู้จักกันในชื่อ อาจารย์โต้ง เป็นนักอาชญาวิทยาและอดีตนายตำรวจสายปราบปรามที่มีบทบาทโดดเด่นในพื้นที่สาธารณะมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งในฐานะนักวิชาการ ผู้วิเคราะห์คดีอาชญากรรมผ่านสื่อมวลชน และผู้เสนอแนวทางปฏิรูปตำรวจไทย ชื่อของเขากลับมาเป็นที่พูดถึงอีกครั้งหลังถูกมหาวิทยาลัยรังสิตสั่งให้ออกจากงานโดยไม่จ่ายค่าชดเชย มีผลวันที่ 1 เมษายน 2569
เด็กบ้านโป่ง ราชบุรี ลูกเชฟโรงแรมโอเรียนเต็ล ที่ฝันอยากเป็นทหาร
กฤษณพงค์ พูตระกูล เกิดที่กรุงเทพมหานคร แต่ไปเติบโตที่อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ครอบครัวทำธุรกิจร้านอาหาร พ่อเป็นเชฟโรงแรมโอเรียนเต็ล แม่ดูแลร้านอาหารที่บ้านโป่ง เขาเรียนชั้นประถมในราชบุรี ก่อนที่ครอบครัวจะส่งเข้ามาเรียนต่อมัธยมที่กรุงเทพฯ ด้วยความหวังว่าลูกจะได้รับการศึกษาที่ดี
ตัวเขาเองกวดวิชาเพื่อสอบเข้าโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ครอบครัวไม่มีใครรับราชการ เป็นลูกพลเรือนเต็มตัว พี่ชายถึงขั้นนำสร้อยคอทองคำไปจำนำเอาเงินมาเป็นค่ากวดวิชาให้ เขาเล่าว่าตอนเด็กอยากเป็นทหาร ชอบปั้นดินน้ำมันเป็นตุ๊กตาทหารต่อสู้คนร้าย เปิดทีวีฟังเพลงชาติเช้า-เย็นต้องยืนตรงทุกครั้ง ความซึมซับตรงนี้นำทางเขาเข้าสู่สายอาชีพรับใช้ชาติ

จากเตรียมทหาร รุ่น 35 สู่ นรต.รุ่น 51 ตำรวจสายปราบตัวจริง
เขาสอบติดโรงเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ 35 (นตท.35) และเข้าศึกษาต่อที่โรงเรียนนายร้อยตำรวจ รุ่นที่ 51 (นรต.51) เมื่อจบการศึกษา ได้รับพระราชทานกระบี่จากพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ก่อนเริ่มทำงานในตำแหน่งพนักงานสอบสวนและรองสารวัตรกองกำกับการสืบสวนที่กองปราบปราม เขาคลี่คลายคดีสำคัญได้ทุกคดีที่รับผิดชอบ จนได้รับรางวัลและเครื่องหมายเชิดชูเกียรติจากผู้บังคับบัญชาระดับสูงหลายครั้ง
การศึกษาระดับปริญญาเอก 2 ใบ ทั้งมหิดลและอเบอร์ดีน
ในด้านการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา กฤษณพงค์สำเร็จปริญญาโทและปริญญาเอก สาขาอาชญาวิทยา การบริหารงานยุติธรรมและสังคม จากมหาวิทยาลัยมหิดล จากนั้นศึกษาต่อปริญญาโทและปริญญาเอก สาขาสังคมวิทยา ที่มหาวิทยาลัยอเบอร์ดีน สหราชอาณาจักร การมีปริญญาเอกถึง 2 ใบ ทั้งสาขาอาชญาวิทยาจากไทยและสังคมวิทยาจากอังกฤษ ทำให้เขามีฐานความรู้ที่ครอบคลุมทั้งเชิงทฤษฎีและเชิงปฏิบัติ
ทำไมถึงลาออกจากราชการตำรวจ
แต่โลกของความเป็นจริงในรั้วสีกากีกลับไม่ตรงกับอุดมการณ์ที่ถูกปลูกฝังมา เขาเคยเล่าว่า สมัยอยู่กองปราบปราม บางครั้งพร้อมจะไปค้นจับในพื้นที่ที่มีข้อมูลชัดเจน แต่จะมีคำสั่งมาบอกให้ “ชะลอ” หรือ “เว้นแต่” ไม่ต้องไปค้นบางจุด สิ่งเหล่านี้ทำให้เขาตั้งคำถามกับระบบอยู่ตลอด
ในที่สุด กฤษณพงค์ตัดสินใจลาออกจากราชการตำรวจในปี 2562 ขณะดำรงตำแหน่งรองศาสตราจารย์ (สบ 3) กลุ่มงานคณาจารย์ คณะตำรวจศาสตร์ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ แม้ชีวิตในรั้วสีกากีจะยุติลง แต่จิตวิญญาณความเป็นตำรวจไม่เคยหายไป เขาเคยระบุไว้ในเฟซบุ๊กส่วนตัวว่ารู้สึกภูมิใจกับการได้เป็นอาจารย์ และหวังว่าวันหนึ่งจะกลับมาพัฒนาโรงเรียนนายร้อยตำรวจและองค์กรตำรวจร่วมกัน

บทบาทที่ มหาวิทยาลัยรังสิต และคณะอาชญาวิทยาที่ใหญ่ที่สุดในไทย
หลังลาออก เขาเข้าร่วมงานกับมหาวิทยาลัยรังสิต รับตำแหน่งผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายรักษาความสงบเรียบร้อย ดูแลสำนักงานตำรวจแห่งมหาวิทยาลัยรังสิต สำนักงานพัฒนาวินัยนักศึกษา พร้อมกันนั้นยังเป็นประธานกรรมการคณะอาชญาวิทยาและการบริหารงานยุติธรรม ซึ่งเป็นคณะที่เขาร่วมก่อตั้ง ต่อมาได้รับแต่งตั้งเป็นรองอธิการบดีฝ่ายความปลอดภัย คณะอาชญาวิทยาฯ ม.รังสิต ถือเป็นคณะด้านนี้ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เปิดสอนทั้งระดับปริญญาตรี โท และเอก
ที่ปรึกษา UNODC และผลงานวิชาการระดับนานาชาติ
บทบาทระดับนานาชาติของกฤษณพงค์มีความโดดเด่นไม่น้อย เขาเป็นที่ปรึกษาสำนักงานควบคุมยาเสพติดและปราบปรามอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) ที่ปรึกษาพิเศษโครงการเอดส์แห่งสหประชาชาติ (UNAIDS) และผู้ประสานงานประเทศไทยกับเครือข่ายหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายนานาชาติ (LEAHN) นอกจากนี้ยังได้รับเชิญไปนำเสนอผลงานวิชาการและบรรยายในหลายประเทศ ทั้งมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ในสหราชอาณาจักร กรีซ แคนาดา สหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส ออสเตรเลีย เยอรมนี เนเธอร์แลนด์ อิตาลี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ จีน สิงคโปร์ และมาเลเซีย
ผลงานวิจัยของเขาครอบคลุมหลากหลายประเด็น ทั้งการวิเคราะห์ร่าง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติให้สถาบันพระปกเกล้า การพัฒนาประสิทธิภาพระบบราชทัณฑ์ไทยเปรียบเทียบกับมาเลเซีย การศึกษาข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อแก้ปัญหาอุบัติเหตุจราจรทางบก งานวิจัยเกี่ยวกับพืชเสพติดให้ ป.ป.ส. รวมถึงโครงการวิจัยเชิงทดลองนำมาตรการลงโทษระดับกลางมาใช้กับผู้กระทำความผิดหญิง ให้กระทรวงยุติธรรม
นักวิเคราะห์คดีดังผ่านสื่อ จากคดีแตงโมถึงแก๊งคอลเซ็นเตอร์
ในพื้นที่สื่อมวลชน อาจารย์โต้งเป็นหนึ่งในนักอาชญาวิทยาที่ถูกเชิญไปวิเคราะห์คดีอาชญากรรมบ่อยที่สุด ผ่านทั้งหนังสือพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ ในประเทศและต่างประเทศ เขาวิเคราะห์ “คดีดัง” ให้สาธารณชนมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน ที่เป็นที่รู้จักกว้างขวาง ได้แก่ คดีแตงโม นิดา ตกเรือ เมื่อปี 2565 ซึ่งเขาให้ความเห็นไว้กับกรุงเทพธุรกิจว่าอยากเห็นความยุติธรรมเท่าเทียมกันทุกคดี ไม่ว่าจะเป็นคนรากหญ้า ดารา คนมีฐานะ หรือใครก็ตาม นอกจากนี้ยังให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับคดีค้ามนุษย์ ปฏิบัติการช่วยเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์ คดีผู้กำกับโจ้ และประเด็นสินบน-คอร์รัปชันในระบบยุติธรรม ผ่านรายการต่าง ๆ อย่าง THE STANDARD NOW ไทยรัฐทีวี และรายการโหนกระแส
ปัจจุบันอาจารย์โต้งมีผู้ติดตามบนเฟซบุ๊กกว่า 82,000 คน และบน TikTok กว่า 125,000 คน โดยใช้แพลตฟอร์มเหล่านี้ในการให้ความรู้ด้านอาชญาวิทยาและแสดงความเห็นต่อคดีสำคัญ

ปมล่าสุด ถูกมหาวิทยาลัยรังสิตสั่งออกจากงาน หลังตรวจสอบขนดิน 140 คัน
ล่าสุดเมื่อค่ำวันที่ 31 มีนาคม 2569 อาจารย์โต้งโพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวเปิดเผยว่ามหาวิทยาลัยรังสิตมีคำสั่งให้เขาออกจากงานโดยไม่จ่ายค่าชดเชย มีผลตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2569 ทั้งที่เขาทำงานที่มหาวิทยาลัยมานานราว 7 ปี เรื่องนี้มีที่มาย้อนไปตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2568 เมื่อเขาเข้าตรวจสอบกรณีมีการลักลอบขนดินออกจากพื้นที่มหาวิทยาลัยกว่า 140 คันรถ โดยดินดังกล่าวถือเป็นทรัพย์สินของมหาวิทยาลัย หลังจากนั้นเขาถูกปลดจากตำแหน่ง และเมื่อเดือนมกราคม 2569 ได้ออกมาร้องขอความเป็นธรรมผ่านรายการโหนกระแส พร้อมยื่นเรื่องร้องเรียนต่อกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) หลายครั้ง แต่ระบุว่ายังไม่ได้รับคำชี้แจงอย่างเป็นทางการ หลังโพสต์ดังกล่าว ชาวเน็ตเข้ามาให้กำลังใจจำนวนมาก พร้อมตั้งคำถามเรื่องธรรมาภิบาลในสถาบันอุดมศึกษา
กรณีนี้ยังเป็นเรื่องที่มีข้อมูลจากฝั่งอาจารย์โต้งเป็นหลัก ยังไม่มีแถลงการณ์อย่างเป็นทางการจากมหาวิทยาลัยรังสิต ณ ขณะที่เผยแพร่บทความนี้ ผู้อ่านควรติดตามข้อมูลเพิ่มเติมจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
แหล่งอ้างอิง
ติดตาม The Thaiger บน Google News:





