งามหน้า! แท็กซี่ไทยไถ่ค่ารถ 1 หมื่นเยน หนุ่มญี่ปุ่นขวัญเสีย ตัดใจบินกลับทันที
ดราม่าแท็กซี่ไทยโขกค่าโดยสาร 1 หมื่นเยน หนุ่มญี่ปุ่นเสียขวัญยอมจ่ายเพราะกลัวโดนทำร้าย สุดท้ายหมดใจเที่ยวต่อ ตัดสินใจบินกลับญี่ปุ่นทันทีทั้งที่เพิ่งถึงไทยไม่ครบวัน จี้ หน่วยงานรัฐกวาดล้างแท็กซี่ผีก่อนภาพลักษณ์ประเทศพัง
แทกซี่ไทยสร้างเรื่องอีกแล้ว เมื่อเพจเฟซบุ๊กชื่อดัง Drama-addict และเพจ J-doradic ได้ออกมาเปิดเผยเรื่องราวไวรัลในโลกออนไลน์ของญี่ปุ่น กรณีนักท่องเที่ยวหนุ่มรายหนึ่งต้องพบกับประสบการณ์เลวร้ายตั้งแต่วันแรกที่เหยียบแผ่นดินไทย จนตัดสินใจยกเลิกทริปทั้งหมดและบินกลับประเทศทันที
เรื่องราวเริ่มต้นจากผู้ใช้ X (ทวิตเตอร์) ชาวญี่ปุ่นบัญชี musasino231 ซึ่งระบุตัวตนว่าเป็นแฟนพันธุ์แท้รถไฟและชื่นชอบรถไฟ JR รุ่น 205 แบบดั้งเดิมมาก เขาได้วางแผนเดินทางมายังประเทศไทยเพื่อตามรอยถ่ายรูปรถไฟรุ่นโปรด ซึ่งถือเป็นทริปในฝันครั้งแรกของเขา

ยอมจ่ายเพราะ “กลัวตาย”
ความฝันกลับต้องพังทลายลงเมื่อวันที่ 18 มกราคม ที่ผ่านมา ทันทีที่เดินทางมาถึงสนามบินสุวรรณภูมิในช่วงกลางดึก เขาได้พบกับกลุ่มแท็กซี่ที่เดินเข้ามาเรียกลูกค้าเอง (ไม่ใช่จุดให้บริการตามระบบ) ด้วยความไม่รู้จึงหลงเชื่อใช้บริการ แต่เมื่อรถขับออกไปได้สักพัก คนขับกลับเรียกเก็บค่าโดยสารสูงถึง 10,000 เยน (ประมาณ 2,200 บาท)
หนุ่มผู้เสียหายเล่าความรู้สึกผ่านโซเชียลว่า สาเหตุที่ยอมจ่ายเงินจำนวนมหาศาลนั้น ไม่ใช่เพราะความเต็มใจ แต่เป็นเพราะความหวาดกลัว “ผมยอมจ่ายไป เพราะเกรงว่าจะถูกปล่อยลงกลางทางท่ามกลางความมืดแบบไม่รู้ทิศทาง หรือแย่กว่านั้นอาจโดนเอามีดแทง เลยจำใจต้องยื่นเงินให้” พร้อมตัดพ้อกับตัวเองว่า ไม่ควรหลวมตัวขึ้นรถคันนี้ตั้งแต่แรก
หลังจากรอดพ้นสถานการณ์ดังกล่าวมาได้ เขาได้โพสต์ข้อความเตือนนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นคนอื่นๆ ว่า “ถ้ามาประเทศไทย อย่าเลือกเที่ยวบินที่มาถึงตอนดึกนะ เพราะตัวเลือกการเดินทางออกจากสนามบินมีแค่แท็กซี่เป็นหลัก และมีโอกาสโดนโกงค่าโดยสารสูงมาก” ทั้งยังแสดงความผิดหวังอย่างรุนแรงว่า อุตส่าห์ได้ยินชื่อเสียงว่าไทยเป็นเมืองน่าเที่ยว แต่กลับต้องมาเจอเรื่องแบบนี้

หมดใจเที่ยวต่อ บินกลับทันที
ผลกระทบทางจิตใจจากเหตุการณ์นี้รุนแรงกว่าที่คิด แม้จะมีชาวญี่ปุ่นหลายคนเข้ามาคอมเมนต์ให้กำลังใจและยุให้เขาอยู่เที่ยวต่อไหนๆ ก็มาถึงแล้ว แต่เจ้าตัวยืนยันว่า “ตอนนี้ไม่อยู่ในอารมณ์ที่จะถ่ายรูปแล้ว”
จากเดิมที่ตั้งใจจะอยู่เที่ยวไทยนาน 1 สัปดาห์ เขาตัดสินใจเปลี่ยนแผนกะทันหัน โดยเมื่อเวลา 18.30 น. ของวันเดียวกัน เขาได้โพสต์ภาพขณะรอขึ้นเครื่องที่สุวรรณภูมิเพื่อบินกลับนาริตะ โดยใช้เวลาอยู่ในประเทศไทย “ไม่ถึง 24 ชั่วโมง” พร้อมข้อความอำลา “บาย!!”
ทางด้านเพจ J-doradic ผู้แปลเรื่องราวนี้ ระบุว่าได้พยายามติดต่อไปยังผู้เสียหายเพื่อสอบถามว่ามีการถ่ายป้ายทะเบียนรถไว้หรือไม่ เพื่อประสานงานกับตำรวจท่องเที่ยว แต่ยังไม่ได้รับการตอบกลับ
ขณะที่เพจ Drama-addict ได้แสดงความคิดเห็นทิ้งท้ายไว้อย่างน่าสนใจว่า หากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่มีการเข้มงวดกวดขันกับกลุ่มแท็กซี่เหล่านี้ ข่าวในลักษณะนี้จะเกิดขึ้นซ้ำซาก และจะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวต่างชาติอย่างแน่นอน
อ่านข่าวเพิ่มเติม
ข้อมูลจาก : Drama-addict , J-doradic
ติดตาม The Thaiger บน Google News:





