ข่าว

นายกแป้นฯ มาฟัง เสียงคนเขต 8 พาตร.ดูบ้าน-มืดแปดด้าน น้ำมาไม่มีแผนอะไรสักอย่าง!

ตอบทั้งน้ำตาชาวบ้านเขต 8 ร้องเสียงสั่น ! เล่าชีวิตมืดแปดด้าน ไม่รู้อพยพไปตรงไหน หลังนักข่าวพาตำรวจช่วยน้ำท่วมลงพื้นหาดใหญ่ ตรวจดูความเรียบร้อย ลั่นท้อไม่เคยเจอหนักขนาดนี้ เผยตอนน้ำมาหนักเทศบาลไร้แผนใดๆ ทั้งสิ้น ได้แต่กอดคอกันร้องไห้ รับทั้งน้ำตานองหน้าไม่รู้จะเริ่มนับ 1 ใหม่ตรงไหน

วันนี้ (29 พ.ย.) นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยหลังจากการติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ ปัจจุบัน (ข้อมูล ณ วันที่ 29 พ.ย. 68 เวลา 06.00 น.) ยังมีสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ ในพื้นที่ 9 จังหวัด 97 อำเภอ 656 ตำบล 4,585 หมู่

โดยนับเฉพาะในส่วนของ “จ.สงขลา” ยังมีสถานการณ์ในพื้นที่ 16 อำเภอ ได้แก่ รัตภูมิ เมืองฯ จะนะ คลองหอยโข่ง ระโนด กระแสสินธุ์ สทิงพระ หาดใหญ่ ควนเนียง นาทวี สิงหนคร นาหม่อม บางกล่ำ สะเดา เทพา และสะบ้าย้อย กระทบ 127 ตำบล 992 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 543,768 ครัวเรือน ส่วนระดับน้ำ “ลดลง”

ขณะที่การสำรวจความเสียหายของเทศบาลนครหาดใหญ่ พบซากขยะเกลื่อนเมือง บ้านหลายหลังยังเข้าไปอยู่ไม่ได้ ชาวบ้านแห่ต่อคิวรออาหาร บางคนโล๊ะขายสินค้าราคาถูก หวังได้เงินกลับมาต่อทุน

นอกจากนี้ อมรินทร์ทีวีได้เผยแพร่เสียงสัมภาษณ์ของชาวบ้านรายหนึ่งซึ่งเป็นผู้ประสบภัยจากน้ำท่วมในพื้นที่เขต 8 ขณะกำลังนำทางตำรวจในท้องที่ตรวจสอบสภาพความเสียหายล่าสุดที่ทรัพย์สินมีค่าทุกอย่างพัดหายไปกับสายน้ำ โดยเจ้าตัวถึงกับพูดต่อหน้านักข่าวและเจ้าหน้าที่ตอนนี้ชีวิตมืด 8 ด้าน ไม่รู้ตนเองจะเริ่มนับถึงใหม่ยังไง

หญิงชาวบ้านเขต 8 กล่าวทั้งน้ำตาว่า ตอนนี้ชีวิตปลอดภัย แต่รู้สึกท้อ เพราะไม่เคยเจอเหตุการณ์เสียหายเยอะมากขนาดนี้มาก่อนในชีวิต บ้านไม่ทรุดแต่ทุกอย่างจมสูญหาย ของทุกอย่างพังหมด ทุกที่มีแจ้ง แต่เรามีแจ้งเราก็ขนอะไรไม่ทัน ไม่รู้อพยพไปตรงไหน

ผู้ประสบภัยรายนี้ พูดทั้งเสียงสั่นต่อหน้านักข่าวและเจ้าหน้าที่ต่อว่า ตอนที่น้ำมาหนักๆ ทุกคนได้แต่กอดคอกันร้องไห้

“เรากอดคอกันว่า เรายอมตายดีกว่าเพราะเราไม่มีหนทางไป !” กล่าวจบประโยคนี้ได้มีการเอามือปาดน้ำตา ก่อนจะตอบคำถามผุ้สื่อข่าวถึงแผนการรับมือของ “นายกฯ แป้น” ณรงค์พร ณ พัทลุง นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ ที่อ้างว่า “เขาบอกว่าเขาเอาอยู่” แต่ตอนน้ำมาไม่มีแผนอะไรเลยสักอย่างหนึ่ง แล้วบอก ปภ.ส่งข้อความมาให้เราอพยพ เราหันไปถามข้างว่า แล้วเราอพยพไปตรงไหนอ่ะ กอดคอกัน 3 คน พ่อแม่ลูก ไม่รู้ทำไง เราตายแล้ว เราขึ้นหลังคา เราขึ้นยังไง เราขึ้นไม่ได้ (กล่าวทั้งน้ำตาตลอดช่วงสัมภาษณ์)

“รถยนต์ก็พัง ทุกอย่างไปหมดเลย เราหยุดงานหลายวัน ไม่รู้ชะตากรรมเขาจะไล่เราออกหรือไม่ เสียใจทุกยอ่าง เขาไม่มีแผนป้องกัน รอบนนี้เขาไม่เตือน เหมือนทอดทิ้งพวกเราไปเลย ดีได้ข้างบ้าน ถ้าไม่ได้ข้างบ้านเราตายเลย” ก่อนจบสัมภาษณ์เธงเองยังย้ำทั้งจุกอกว่า ถ้าไม่มีข้างบ้านครอบครัวเธอคงไปกันหมดแล้ว.

ขอบคุณคลิป : Facebook @Amarin News

ทั้งนี้ในส่วนของนายณรงค์พร ณ พัทลุง หรือ “นายกแป้น” นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ เปิดใจผ่านรายการ “กรรมกรข่าวคุยนอกจอ” วานนี้ (28 พ.ย.) ถึงสถานการณ์น้ำท่วมใหญ่ในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โดยกล่าวยอมรับความผิดพลาดในการประเมินสถานการณ์ พร้อมกล่าวขอโทษชาวหาดใหญ่ทุกคน

นายกแป้นยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า ขอยอมรับความผิดพลาดเพราะครั้งนี้มีน้ำมากมายมาเป็นแบบ Rain Boom หรือ “ฝนตกหนักแบบฉับพลันในจุดเดียว” ซึ่งจากการคำนวณร่วมกับชลประทานและกรมอุตุฯ เมื่อวันพฤหัสบดี เรามั่นใจว่าเอาอยู่ เพราะน้ำจากสะเดายังห่างอยู่ 3 เมตร แต่ปรากฏว่าเกิดฝนตกหนักแช่ที่หาดใหญ่และนาหม่องนาน 6 ชม. วัดปริมาณน้ำได้กว่า 300 มิลลิเมตร ทำให้น้ำทะลักเข้าท่วม ซึ่งเป็นเหตุสุดวิสัยทางธรรมชาติที่รุนแรงมาก ตนจึงขอกราบขอโทษคนหาดใหญ่ทั้งหมดในการประเมินสถานการณ์ครั้งนี้

ประเด็น “ปักธงแจ้งเตือน” นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ชี้แจงว่า ได้โทรหาผู้ว่าราชการจังหวัดเพื่อขออนุมัติขึ้น “ธงแดง” ตั้งแต่ช่วง 2 ทุ่มของวันศุกร์ (21 พ.ย.) ทันทีที่เห็นท่าไม่ดี เมื่อขึ้นธงแดงแล้ว อำนาจการสั่งการและควบคุมสถานการณ์จะอยู่ที่ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นแม่ทัพในการสั่งอพยพคน

ขณะที่คลิปที่เห็นว่า เป็นธงเขียวและเครื่องสูบน้ำแห้งนั้น นายกแป้นระบุ เป็นคลิปเก่าเมื่อวันพฤหัสบดี (20 พ.ย.) ที่ยังสูบน้ำได้ทัน

ส่วนข้อครหาว่า หายไปไหนอยู่ไหนตอนน้ำท่วมหนักและคนในเทศบาลหาดใหญ่รอคความ่วยเหลือจำนวนมาก ?

นายกแป้นยืนยัน ตนอยู่ในพื้นที่ตลอดเวลา โดยได้ช่วยอพยพชาวบ้านในเขตเทศบาลกว่า 7-8 ร้อยคน ไปยังศูนย์พักพิง มอ. และร่วมลงพื้นที่กับ “กัน จอมพลัง” ที่เขต 8 จนเรือพังเสียหาย แต่สาเหตุที่ไม่ได้สื่อสารผ่านโซเชียลเพราะระบบโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ตในหาดใหญ่ล่มสนิท แม้แต่เพจเทศบาลหรือนักข่าวก็ทำงานไม่ได้.

อ่านข่าวเพิ่มเติมประจำวัน

ติดตาม The Thaiger บน Google News:

Pachara

นักเขียนประจำที่ Thaiger จบการศึกษาด้านศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา เคยผ่านประสบการณ์ผู้สื่อข่าวกีฬา เริ่มเขียนบทความกับ Thaiger ตั้งแต่ปี 2021 วิ่งกับการอ่านหนังสือ คือ กิจกรรมที่สนใจเป็นพิเศษ ช่องทางติดต่อ pachara@thethaiger.com

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to top button