ข่าว

กอ.รมน. ย้ำ Laser ID ห้ามไม่ให้ใครรู้ แนะไม่ควรส่งให้ผู้อื่นหากไม่มีเหตุจำเป็น

โฆษกอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ออกโรงย้ำ Laser ID ห้ามไม่ให้ใครรู้ แนะไม่ควรส่งให้ผู้อื่นหากไม่มีเหตุจำเป็น

ทีมโฆษกอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร โพสต์ข้อความลงทวิตเตอร์ว่า “Laser ID คือรหัสตัวอักษร–ตัวเลข 12 หลัก ที่สลักด้วยเลเซอร์อยู่ด้านหลังบัตรประชาชนไทย (มักเรียกว่า “เลขหลังบัตร” หรือ laser number) รูปแบบทั่วไป: ตัวอักษร 2 ตัว + ตัวเลข 10 ตัว (เช่น AA1234567890)

หน้าที่ของ Laser ID
– ใช้ยืนยันตัวตนเพิ่มเติม คู่กับเลขบัตรประชาชน 13 หลัก
– ใช้สมัคร/ยืนยันตัวตนในระบบออนไลน์ เช่น แอปธนาคาร บริการภาครัฐ
– ใช้ป้องกันการปลอมแปลงบัตร (เพราะเป็นรหัสเฉพาะบัตรใบนั้น)

ควรเปิดเผยได้ไหม?
– ถือเป็น ข้อมูลส่วนบุคคล ตามนิยามในกฎหมายไทย เช่น พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
– ไม่ควรโพสต์ลงโซเชียล หรือส่งให้ผู้อื่นโดยไม่จำเป็น
– ให้เฉพาะหน่วยงานที่น่าเชื่อถือ และมีเหตุจำเป็นจริง ๆ

สรุปง่าย ๆ
Laser ID = เหมือน “รหัสผ่านบนบัตร”
ใช้เพิ่มความมั่นใจว่าเป็นเจ้าของบัตรจริง ไม่ใช่แค่รู้เลขประชาชน

“เลขหลังบัตรประชาชนถือเป็นข้อมูลส่วนบุคคลและควรเก็บเป็นความลับ” มาจากหลักกฎหมายและแนวปฏิบัติ PDPA ของไทย ดังนี้:

1. พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA)
กฎหมายฉบับนี้เป็น กฎหมายของประเทศไทย ว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อให้ข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนถูกเก็บ ใช้ หรือเผยแพร่เฉพาะตามวัตถุประสงค์และได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลเท่านั้น ซึ่งผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 มิถุนายน 2565
→ หมายความว่า: ข้อมูลที่ระบุตัวบุคคลได้ เช่น เลขบัตรประชาชนหน้าและเลขหลังบัตร ถือเป็น “ข้อมูลส่วนบุคคล” ที่ต้องได้รับความยินยอมก่อนเผยแพร่หรือเปิดเผย

2. PDPA ระบุว่าการนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้โดยไม่ได้รับความยินยอมเป็นเรื่องผิดกฎหมาย
กฎหมายคุ้มครองไม่ให้ใครนำข้อมูลของผู้อื่นไปเก็บ ใช้ หรือเผยแพร่โดยพลการ หากไม่มีสิทธิอนุญาตจากเจ้าของข้อมูล
→ จึงทำให้ โพสต์เลขหลังบัตรประชาชนลงสาธารณะ อาจเข้าเกณฑ์นี้ได้

3. ตัวอย่างนโยบายความเป็นส่วนตัวที่จัดให้เลขหลังบัตรเป็นข้อมูลที่ต้องดูแล
หลายองค์กร/ธุรกิจ (เช่น บริษัทประกัน) ระบุในนโยบายความเป็นส่วนตัวว่า “เลขหลังบัตร” (laser number) ถือเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่จะถูกเก็บและต้องจัดการตาม PDPA

ศูนย์บริการข้อมูลภาครัฐเพื่อประชาชน (Government Contact Center)”

ติดตาม The Thaiger บน Google News:

Nateetorn S.

ทำงานกับ Thaiger มาตั้งแต่ปี 2020 จบการศึกษาจากคณะวารสารศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสคร์ เคยทำงานกับสถานีโทรทัศน์อันดับ 1 ของประเทศ ทำให้มีประสบการณ์ความเชี่ยวชาญ เจาะประเด็นข่าวการเมืองอาชญากรรม ข่าวแปลกๆ เรื่องน่าสนใจจากต่างประเทศ ช่องทางติดต่อ tee@thethaiger.com

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to top button