พ่อเดินหน้าแจ้งความหนุ่ม คุกคามลูกสาวพิการนาน 2 ปี ปฏิเสธข้ออ้างป่วยทางจิต
คุณพ่อ นักกีฬาเพาะกาย เตรียมนำหลักฐานพบตำรวจ สภ.ศาลายา ดำเนินคดีชายส่งข้อความกลั่นแกล้งเด็กหญิงไม่มีแขนขวาจนต้องดรอปเรียน ลั่นเอาผิดอาญาให้ถึงที่สุด
เมื่อความรักของพ่อ…มาถึงจุดที่ทนไม่ไหว มีเรื่องราวบางเรื่องที่ไม่ควรเกิดขึ้นในโลกใบนี้ แต่มันเกิดขึ้น และเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนกว่าใครสักคนจะลุกขึ้นมาพูด ปานา สุทธิเนียม นักกีฬาเพาะกายชาวใต้ที่มีผู้ติดตามในเฟซบุ๊กหลักแสนคน ไม่ใช่คนที่ร้องไห้ให้ใครเห็นง่าย ๆ เขาเป็นคนที่ยกเหล็ก สร้างร่างกาย และสร้างแรงบันดาลใจ บางทีก็พา น้องทับทิม ลูกสาวผู้พิการ มาร่วมสร้างคอนเทนต์ด้วยกัน เพื่อบอกโลกว่าความพิการไม่ใช่ข้อจำกัด แต่โลกก็ไม่ได้ใจดีกับทุกคนเสมอไป
เริ่มจากการ “จีบ” จบด้วยการ “ทำลาย”
เรื่องราวเริ่มเมื่อกว่าสองปีก่อน เมื่อชายคนหนึ่งชื่อ ยศกร ทักข้อความส่วนตัวหาน้องทับทิม ไม่ใช่ครั้งเดียว ไม่ใช่สองครั้ง แต่ต่อเนื่องนานกว่าหนึ่งปีเต็ม ในลักษณะที่เรียกได้ว่าจีบ
น้องทับทิมไม่ตอบ และนั่นเป็นจุดที่ทุกอย่างเปลี่ยนไป จากชายที่พยายามเรียกร้องความสนใจ กลายเป็นคนที่นำคลิปของน้องทับทิมไปแชร์ตามกลุ่มต่าง ๆ พร้อมข้อความซ้ำ ๆ ที่เจาะลึกเข้าไปในสิ่งที่เธอเปลี่ยนแปลงไม่ได้ตั้งแต่เกิด
“แขนด้วน แขนด้วน แขนด้วน”
“คงได้โควตาแขนด้วน”
ข้อความเหล่านี้ไม่ใช่วันเดียว ไม่ใช่สัปดาห์เดียว แต่คือสองปี…
จิตใจที่แตกสลาย ก่อนที่พ่อจะรู้
สิ่งที่ทำให้ปานาแทบรับไม่ได้ ไม่ใช่แค่ข้อความสาธารณะเหล่านั้น แต่คือข้อความส่วนตัวที่น้องทับทิมแคปส่งมาให้เขาดูในวันที่เขาตัดสินใจถามลูกสาวว่าเกิดอะไรขึ้น ปานา ถึงกับบอกว่าน้ำตาไหลโดยไม่รู้ตัว
น้องทับทิมต้องหยุดพักการเรียนหนึ่งเทอม ต้องถูกพาไปโรงพยาบาลสวนสราญรมย์ เพราะจิตใจถูกบั่นทอนจนเกือบพังทลาย ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นอย่างเงียบๆ ขณะที่โลกภายนอกยังเห็นเธอเป็นเด็กผู้หญิงที่ยิ้มสู้ในคลิปของพ่อ
ปานาพูดในคลิปด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือว่า “ความที่เราเป็นพ่ออ่ะ…มันแย่กว่าที่เราคิดมาก”
ไม่ใช่แค่ลูกสาวคนเดียวที่โดน
สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้หนักขึ้นไปอีก คือน้องทับทิมไม่ใช่เป้าหมายเดียว ยศกร ยังเคยนำคลิปของหญิงสาวรายอื่นจากภูเก็ต ที่ไม่มีแขนทั้งสองข้าง มาแชร์พร้อมข้อความในลักษณะเดียวกัน และยังโพสต์ถามในกลุ่มว่ามีวิธีถ่ายรูปใต้กระโปรงผู้หญิงบน BTS อย่างไร ปานาตั้งคำถามตรงๆ กับคนที่ดูคลิปว่า “นี่คือภัยต่อสังคมหรือเปล่าครับ”
คำตอบนั้นไม่ต้องรอนาน พ่อตัดสินใจแล้ว
หลังจากที่ยศกรส่งข้อความขอโทษมาเอง และพ่อแม่ของเขายอมโทรมาพูดคุย ปานาบอกชัดเจนว่าคำขอโทษครั้งนี้ไม่เพียงพออีกต่อไป เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาขอโทษแล้วก็กลับมาทำซ้ำ
เขาเตรียมรวบรวมหลักฐานทั้งหมด เตรียมจ้างทนายความ และเดินหน้าแจ้งความเพื่อดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ทั้งคดีอาญาและคดีแพ่งเรียกค่าเสียหาย
“ผมอยากให้มันจบที่ลูกเรา ไม่ต้องไปทำกับคนอื่น”
ขณะนี้ปานากำลังรวบรวมหลักฐานทั้งหมดและจ้างทนายความ เขาเตรียมเข้าแจ้งความเพื่อดำเนินคดีกับยศกรให้ถึงที่สุด ทั้งคดีอาญาและคดีแพ่งเพื่อเรียกค่าเสียหาย ปานาทิ้งท้ายว่าเขาต้องการให้เรื่องนี้จบที่ลูกสาวของเขา และป้องกันไม่ให้ผู้ก่อเหตุไปทำพฤติกรรมเช่นนี้กับคนอื่นอีก
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

แหล่งข้อมูล
ติดตาม The Thaiger บน Google News:





