เปิดตำรับ ส้มบำบัด ฮาร์วาร์ดวิจัยจริงจัง กินวันละลูก ลดซึมเศร้า 20%

ส้ม ยาใจลูกใหม่ งานวิจัยฮาร์วาร์ดชี้ กินส้มวันละลูก ลดเสี่ยงซึมเศร้า 20% ไขความลับกลไก “จุลินทรีย์ลำไส้” ตัวช่วยปรับอารมณ์
ใครจะเชื่อว่าแค่กินส้มวันละลูก อาจช่วยลดความเสี่ยง “โรคซึมเศร้า” ได้ถึง 20% ผลงานวิจัยล่าสุดจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด สร้างความฮือฮาในวงการแพทย์ เมื่อค้นพบความเชื่อมโยงที่ไม่น่าเชื่อ ระหว่างผลไม้ตระกูลส้มกับสุขภาพจิต เบื้องหลังความลับอยู่ที่จุลินทรีย์ในลำไส้ ที่ชื่อว่า “Faecalibacterium prausnitzii” ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการปรับอารมณ์ให้ดีขึ้น งานวิจัยนี้จะน่าสนใจแค่ไหน และเราควรหันมากินส้มเพิ่มขึ้นจริงหรือ? ติดตามรายละเอียดได้ในบทความนี้
ส้ม มะนาว เกรปฟรุต “ยาใจ” จากธรรมชาติ
ถ้าวันไหนรู้สึกห่อเหี่ยวใจ ลองหยิบส้มสักลูกมากินดูไหม? งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ประเทศสหรัฐอเมริกา พบว่า การกินผลไม้ตระกูลส้ม อย่างสม่ำเสมอ ทุกวัน สามารถช่วย ลดความเสี่ยงภาวะซึมเศร้าได้ถึง 20% เลยทีเดียว
ผลการศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสารวิชาการด้านการแพทย์ Microbiome เผยว่า ผลไม้ตระกูลส้มมีคุณสมบัติ กระตุ้นการเติบโตของแบคทีเรียชนิดดีในลำไส้ ที่ชื่อว่า Faecalibacterium prausnitzii ซึ่งแบคทีเรียชนิดนี้มีส่วนสำคัญในการ สร้างสารสื่อประสาทสำคัญ 2 ชนิด คือ เซโรโทนิน (Serotonin) และ โดปามีน (Dopamine) สารสื่อประสาททั้งสองชนิดนี้เองที่มีบทบาทในการ ช่วยปรับอารมณ์ให้ดีขึ้น
ด้วยเหตุนี้ นักวิจัยจึงเชื่อว่า การกินส้มและผลไม้ตระกูลส้มอื่น ๆ อาจช่วยลดความเสี่ยงของโรคซึมเศร้าได้
ดร.ราจ เมห์ตา แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินอาหารและอายุรศาสตร์ จากโรงพยาบาล Massachusetts General Hospital ในเครือมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ซึ่งเป็นหัวหน้าทีมวิจัย ให้สัมภาษณ์กับ Harvard Gazette (นิตยสารภายในของมหาวิทยาลัย) ว่า “เราค้นพบว่า การกินส้มขนาดกลางวันละลูกเป็นประจำ สามารถช่วย ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคซึมเศร้าได้ประมาณ 20% และผลลัพธ์นี้ มีความโดดเด่นเป็นพิเศษในผลไม้ตระกูลส้ม”
เคล็ดลับอยู่ที่จุลินทรีย์ในลำไส้
ทีมวิจัยได้ทำการวิเคราะห์ข้อมูลจากงานวิจัยที่ติดตามสุขภาพของพยาบาลหญิงกว่า 100,000 คนในสหรัฐอเมริกา โดยพยาบาลเหล่านี้ได้ให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับพฤติกรรมการใช้ชีวิต อาหารการกิน การใช้ยา และสุขภาพโดยรวม ทุก ๆ 2 ปี
ผลการวิเคราะห์พบว่า กลุ่มพยาบาลที่กินผลไม้ตระกูลส้มในปริมาณมาก มีอัตราการเกิดภาวะซึมเศร้าต่ำกว่า กลุ่มที่กินน้อยกว่าอย่างเห็นได้ชัด
แล้วทำไมการกินส้มถึงช่วยลดความเสี่ยงซึมเศร้าได้?
นักวิจัยได้ทำการวิเคราะห์ตัวอย่างอุจจาระจากกลุ่มผู้ร่วมวิจัย และพบว่า แบคทีเรีย Faecalibacterium prausnitzii มีปริมาณมากกว่า ในกลุ่มผู้ที่ ไม่ เป็นโรคซึมเศร้า และที่น่าสนใจคือ ปริมาณแบคทีเรียชนิดนี้ยังเพิ่มขึ้นตามปริมาณการกินผลไม้ตระกูลส้มที่มากขึ้นด้วย
เพื่อยืนยันสมมติฐานที่ว่า “การกินส้มช่วยให้แบคทีเรีย Faecalibacterium prausnitzii เจริญเติบโต และส่งผลดีต่อสุขภาพจิต” ทีมวิจัยจึงได้ตรวจสอบข้อมูลจากงานวิจัยอีกชิ้นหนึ่ง ที่มีผู้ชายเข้าร่วมกว่า 50,000 คน
และผลลัพธ์ก็เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ ยิ่งมีแบคทีเรีย Faecalibacterium prausnitzii ในปริมาณมากเท่าไหร่ ความเสี่ยงในการเกิดภาวะซึมเศร้าก็ยิ่งลดลงเท่านั้น
จากส้มสู่สุขภาพสมอง
งานวิจัยในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ได้แสดงให้เห็นถึง ความเชื่อมโยงระหว่างสุขภาพของจุลินทรีย์ในลำไส้ และสุขภาพสมอง แต่ถึงกระนั้น นักวิจัยเองก็ยอมรับว่า ไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าผลไม้ตระกูลส้มจะมีความเชื่อมโยงกับสมองได้ จนกระทั่งได้เห็นผลการวิจัยนี้
พวกเขายกตัวอย่างว่า ปลา มักถูกเรียกว่าเป็น “อาหารบำรุงสมอง” แต่ ไม่เคยมีใครเรียกส้มว่าเป็น “อาหารบำรุงสมอง” ในทำนองเดียวกัน แม้ว่า Faecalibacterium prausnitzii จะมีประโยชน์ต่อสุขภาพหลายด้าน เช่น ช่วยลดความเสี่ยงของโรค inflammatory bowel disease (IBD) หรือ โรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง แต่ ความสัมพันธ์ของแบคทีเรียชนิดนี้กับสุขภาพจิตใจ ยังเป็นสิ่งที่ยังไม่ค่อยมีใครรู้มาก่อน
อย่างไรก็ตาม ทีมวิจัยย้ำว่า จำเป็นต้องมีการทดลองทางคลินิกเพิ่มเติม เพื่อยืนยันผลกระทบของการกินผลไม้ตระกูลส้ม ในการช่วยลดความเสี่ยงของโรคซึมเศร้าให้ชัดเจนยิ่งขึ้น
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- ไข่ไก่ ทำไขมันในเลือดสูง? ความเชื่อเก่าๆ VS ความจริง อันไหนถูก
- 5 เทคนิคเลือกมัจฉะง่าย ๆ ฉบับคนขี้เกียจ ไม่ต้องเซียนก็อร่อยได้
- เปิดตำรา 4 กล้วยห้ามซื้อ พร้อมเคล็ดลับเลือกหวี ให้ได้รสหวานฉ่ำ
อ้างอิง: phunuso