
คำเตือนจากซีอีโอ SCB X วิกฤตเศรษฐกิจ ค่อยๆ ละลาย เสนอแนะให้รัฐบาลเร่งกู้เงินเพื่อลงทุนในเทคโนโลยีแห่งอนาคตแทนการแจกเงินเพื่อกู้ชีพเศรษฐกิจฐานราก
คุณอาทิตย์ นันทวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SCB X ได้ส่งสัญญาณเตือน ถึงความแตกต่างของเศรษฐกิจตอนนี้ ที่วิกฤตไม่เหมือนในอดีต เช่น ปี 40 ความผันผวนที่เรากำลังเผชิญอยู่ไม่ใช่เรื่องชั่วคราวที่มาแล้วไป แต่เป็นความเปลี่ยนแปลงแบบถาวรที่จะรุนแรงและเกิดบ่อยขึ้น
สิ่งที่น่ากังวลที่สุดคือเศรษฐกิจไม่ได้พังทลายลงพร้อมกันทีเดียวเหมือนปี 2540 แต่เป็นลักษณะของการค่อยๆ ละลายหายไป ซึ่งทำให้เศรษฐกิจไทยกลายเป็นแบบสองชั้น คือกลุ่มทุนใหญ่ยังไปต่อได้ แต่กลุ่มฐานรากและธุรกิจขนาดเล็ก (SME) กำลังสูญเสียความสามารถในการแข่งขันอย่างต่อเนื่องจนหลุดออกจากระบบการค้า
หากปล่อยไว้เช่นนี้ต่อไปจะส่งผลกระทบย้อนกลับมาทำลายความมั่นคงของสถาบันการเงินและระบบเศรษฐกิจในภาพรวม
ในมุมมองของการบริหารประเทศ คุณอาทิตย์มองว่ารัฐบาลที่มีเสถียรภาพควรใช้โอกาสนี้แสดงเจตจำนงที่ชัดเจนในการดึงดูดการลงทุนเพื่ออนาคต มากกว่าการนำงบประมาณไปใช้แก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปวันๆ แม้ว่าการกู้เงินจนชนเพดานหนี้สาธารณะจะเป็นสิ่งที่ดูน่ากลัว แต่หากเป็นการกู้มาเพื่อลงทุนสร้างโครงสร้างพื้นฐานใหม่ๆ อย่าง Data Center หรือเทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อให้ประเทศเปลี่ยนโฉมหน้าไปจากเดิมก็นับว่าเป็นสิ่งที่คุ้มค่าและต้องทำ
ย้อนตำนาน ตึกสาทร ยูนีค ทำไมปล่อยร้าง ไม่สร้างต่อ เบื้องหลังใหญ่กว่าที่คิด
ดีกว่าการกู้เงินมาเพื่อแจกจ่ายซึ่งไม่ได้ช่วยสร้างความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว ทั้งนี้รัฐบาลต้องตอบคำถามสังคมให้ได้ว่าเมกะโปรเจกต์เหล่านี้จะย้อนกลับมาสร้างประโยชน์ให้คนไทยตัวเล็กๆ ได้อย่างไร
สำหรับการปรับตัวของภาคธุรกิจและประเทศ การหวังพึ่งพารายได้จากการท่องเที่ยวและการส่งออกแบบเดิมอาจไม่เพียงพออีกต่อไป แต่ต้องมุ่งเน้นไปที่การเติบโตของจีดีพีร้อยละ 3 ที่มีคุณภาพ ซึ่งหมายถึงรายได้ที่เกิดจากอุตสาหกรรมใหม่ เช่น นวัตกรรมอาหาร เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ ดิจิทัล พลังงานสะอาด และบริการด้านสุขภาพ เน้นการลงทุนในเชิงแพลตฟอร์มที่ไม่ต้องยึดติดกับการถือครองสินทรัพย์จำนวนมากเหมือนในอดีต เพื่อให้สอดรับกับโลกยุคใหม่ที่ผู้ชนะมักจะเป็นผู้ที่กินรวบตลาดทั้งหมด
หัวใจสำคัญของการอยู่รอด คือความกล้าในการลงมือปฏิบัติจริง รวมถึงการปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมการทำงาน การกล้าทดลองสิ่งใหม่ และที่สำคัญที่สุดคือความกล้าที่จะยอมรับความพ่ายแพ้หรือการตัดขาดทุนในธุรกิจที่ไปไม่รอดเพื่อไปเริ่มต้นใหม่โดยไม่หลอกตัวเอง
นอกจากนี้ในจังหวะที่โลกมีความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ประเทศไทยต้องเร่งสร้างความเชื่อมั่นให้เป็นที่พักพิงของการลงทุนที่น่าเชื่อถือ เพื่อดึงดูดทรัพยากรและเม็ดเงินจากทั่วโลกให้เข้ามาในจังหวะที่โอกาสยังเปิดกว้างอยู่
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- ลูกจ้างเฮ โรงงานดัง แจกโบนัส 6 เดือน พ่วงขวัญถุง 55000 บ. สวนวิกฤตเศรษฐกิจโลก
- Gen Z เผชิญสภาวะ “ถอดใจ” เบื้องหลังทิ้งตัวจากระบบเศรษฐกิจ
- ครูเดวิด เตือนสงครามยืดเยื้อ-เศรษฐกิจพัง คนตายมหาศาล ลั่น ขอเป็นคนไทยเถอะ
ติดตาม The Thaiger บน Google News:



