“ธิษะณา” เผยสาเหตุวิจารณ์ ปชน. ยันไม่ได้ทำลายใคร แต่มาตรฐานต้องสูงกว่านี้

“ธิษะณา ชุณหะวัณ” อดีต สส.กทม. เผยสาเหตุวิจารณ์พรรคประชาชน ยืนยันไม่ได้โกรธเพราะชวดลงสมัคร แต่รับไม่ได้กับมาตรฐานพรรคที่ลดลง
นางสาวธิษะณา ชุณหะวัณ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ชี้แจงจุดยืนในการออกมาวิพากษ์วิจารณ์อดีตพรรคต้นสังกัด โดยระบุว่า
ขอพูดให้ชัดอีกครั้ง การที่ดิฉันออกมาวิพากษ์พรรค ไม่ใช่เพราะ “ไม่ได้ไปต่อ” ถ้าเป็นเรื่องตำแหน่ง ดิฉันสามารถออกมาพูดก่อนเลือกตั้งได้ แต่ดิฉันไม่ทำ และได้พูดไปแล้วด้วยว่า “เคารพในการตัดสินใจของพรรค” ตั้งแต่ทราบว่าไม่ได้ไปต่อ เพราะไม่ต้องการให้กระทบคะแนนเสียง ไม่ต้องการให้ความขัดแย้งภายในกลายเป็นภาระของพรรคในสนามเลือกตั้ง
ดิฉันเลือกเงียบในช่วงเลือกตั้ง เพราะแยกออกระหว่างความเห็นต่างภายในกับความรับผิดชอบต่อประชาชน การออกมาพูดหลังผลเลือกตั้งชัดเจนแล้ว ถือว่าให้เกียรติพรรคมากที่สุดแล้ว แต่สิ่งที่ดิฉันโกรธจริง ๆ ไม่ใช่ตัวบุคคล และไม่ใช่ความผิดหวังส่วนตัว
แม้ผู้สมัครคนใหม่ที่พรรคเลือก จะยังไม่มีประสบการณ์การทำงานเชิงพื้นที่หรือเชิงบริหารในระดับที่พิสูจน์ความพร้อมระยะยาว การเป็นอนุกรรมาธิการระยะสั้นไม่กี่เดือน ไม่มีสถานะข้าราชการ ไม่มีอำนาจบริหารเชิงนโยบาย ไม่มีความรับผิดชอบเชิงระบบต่อประชาชน ไม่อาจเรียกว่า “ประสบการณ์ทำงานเต็มรูปแบบ” ได้

นี่ไม่ใช่การดูถูกใคร แต่นี่คือคำถามเรื่องมาตรฐาน พรรคที่อ้างว่าจะยกระดับการเมือง ต้องอธิบายได้ว่าหลักเกณฑ์การคัดเลือกคืออะไร หรือมาตรฐานถูกยืดหยุ่นตามความเหมาะสมทางการเมือง แต่ประเด็นที่หนักกว่านั้นคือการโหวตสนับสนุนคุณอนุทิน ดิฉันเตือนแล้วว่า การตัดสินใจนั้นจะมีต้นทุนทางอุดมการณ์สูงมาก จะทำให้เส้นแบ่งทางหลักการพร่าเลือน และจะสร้างความได้เปรียบทางโครงสร้างให้ฝ่ายที่เราเคยวิจารณ์
วันนี้เราเห็นแล้วว่า พรรคภูมิใจไทยยืนอยู่ในตำแหน่งที่ได้เปรียบทางอำนาจ และมีบทบาทกำหนดทิศทางการเมืองอย่างชัดเจน จะบอกว่าไม่มีความเชื่อมโยงเลยได้อย่างไร ในเมื่อการโหวตครั้งนั้นคือจุดเปลี่ยนสำคัญของสมการอำนาจ
ดิฉันไม่ได้กล่าวหาใครเรื่องการโกง แต่ดิฉันพูดชัดว่า การตัดสินใจของพรรคมีผลต่อดุลอำนาจที่ทำให้ภูมิใจไทยมีความได้เปรียบในวันนี้ และถ้าเราไม่กล้ายอมรับว่าการตัดสินใจของเรามีผลต่อผลลัพธ์ทางการเมือง เราก็ไม่ต่างจากการเมืองแบบเก่าที่ไม่เคยรับผิดชอบต่อการกระทำของตัวเอง
เมื่อดิฉันตั้งคำถามเชิงนโยบาย สิ่งที่ได้รับกลับมาไม่ใช่คำอธิบายเชิงเหตุผล แต่คือการหยิบเรื่อง “สารเสพติด” และเรื่องส่วนตัวขึ้นมาพูดในพื้นที่สาธารณะ นี่คือรูปแบบของ character assassination อย่างชัดเจน
แทนที่จะตอบว่าทำไมจึงโหวตแบบนั้น ทำไมจึงลดบาร์ทางหลักการ ทำไมจึงทำให้ฝ่ายที่เราเคยวิจารณ์ได้เปรียบทางโครงสร้าง กลับเลือกเบี่ยงประเด็นไปที่ชีวิตส่วนตัวของผู้ตั้งคำถาม เมื่อประเด็นสารเสพติดถูก insinuate ซ้ำ ๆ ทั้งที่อยู่ในกระบวนการทางกฎหมาย นั่นไม่ใช่การถกเถียงเชิงนโยบาย แต่นั่นคือการสร้างภาพจำทางสังคมเพื่อบั่นทอนความน่าเชื่อถือ
การเมืองที่มั่นใจในหลักการ ต้องตอบด้วยหลักการ การเมืองที่มั่นใจในเหตุผล ไม่จำเป็นต้องทำลายตัวบุคคล ดิฉันไม่ได้โกรธเพราะแพ้ ดิฉันโกรธเพราะมาตรฐานลดลง หลักการถูกต่อรอง และการตัดสินใจหนึ่งครั้งได้เปลี่ยนดุลอำนาจของประเทศ
ถ้าพรรคการเมืองที่เรียกตัวเองว่าก้าวหน้า ไม่สามารถรับคำวิจารณ์จากคนของตัวเองได้ คำว่า “ประชาธิปไตย” ก็จะเหลือเพียงสโลแกน ดิฉันวิพากษ์ไม่ใช่เพื่อทำลายใคร แต่เพื่อยืนยันว่ามาตรฐานต้องสูงกว่านี้ หลักการต้องชัดกว่านี้ และประชาชนสมควรได้รับการเมืองที่โปร่งใสมากกว่านี้ค่ะ
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- คอมเมนต์สนั่น ! หลัง “ธิษะณา” โพสต์ลั่น จ่อดำเนินคดี “เจี๊ยบ อมรัตน์”
- “เท้ง ณัฐพงษ์” ไม่ขอโต้ “ธิษะณา” ปมจี้ไล่หัวหน้าพรรค เผยเหตุผลไม่ส่งชิงเก้าอี้ สส.
- เปิดทรัพย์สิน แก้วตา ธิษะณา สส.เก่าพรรคส้ม ประวัติ โปรไฟล์ไม่ธรรมดา
ติดตาม The Thaiger บน Google News:





