หมออ๋อง ซัดแนวคิดชนชั้นนำ ร้อน “ศุภจี” โต้ดราม่าเสียงวิจารณ์วุ่น
ปดิพัทธ์ สันติภาดา โพสต์เหน็บรองนายกฯ แก้ปัญหาแบบลอยตัว ขณะที่ รมว.พาณิชย์ แจงดราม่าราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ พร้อมยันรัฐบาลเร่งแก้ปัญหามลพิษควบคู่กระตุ้นการท่องเที่ยว
กรณี นายปดิพัทธ์ สันติภาดา อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว วิจารณ์แนวคิดการทำงานของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
นายปดิพัทธ์ระบุว่า นางศุภจีประสบความสำเร็จในแวดวงธุรกิจ แต่มีแนวคิดทางการเมืองและมุมมองปัญหาสังคมแบบชนชั้นนำ ซึ่งเหมาะสมแล้วที่อยู่กับกลุ่มการเมืองสีน้ำเงิน โดยวิจารณ์วิธีคิดของนางศุภจีในทำนองว่า เป็นการแก้ปัญหาแบบหลีกเลี่ยง เช่น หากพื้นที่มีมลพิษหรือมีกลิ่นเหม็นก็ไม่ต้องเดินทางไปเที่ยว หากจำเป็นต้องไปก็ให้ใส่หน้ากากอนามัยและพกเครื่องผลิตออกซิเจนส่วนตัว
นอกจากนี้ หมออ๋องยังพาดพิงถึงการรายงานผลงานของรัฐบาลเรื่องการปราบปรามบัญชีม้าและการแก้ปัญหาสินค้าแพง โดยเปรียบเทียบว่า มีลักษณะคล้ายกับการอ่านรายงานในยุคของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ก่อนจะทิ้งท้ายอย่างประชดประชันว่า จะขอตั้งใจทำงานหาเงินเพื่อซื้อหน้ากากอนามัยและเครื่องฟอกอากาศ และจะรอให้ฝุ่นจางลงก่อนจึงจะเดินทางไปเที่ยวภาคเหนือ

ด้าน นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ออกมาชี้แจงถึงประเด็นวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆ เริ่มจากกรณีที่ นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร สส.พรรคประชาชน ตั้งคำถามเรื่องราคามะพร้าวตกต่ำ นางศุภจียืนยันว่า รัฐบาลรับฟังข้อมูลจากทุกฝ่าย โดยมองว่าราคามะพร้าวที่ 3 บาทหรือ 7 บาท เป็นราคาที่ยังไม่น่าพอใจ รัฐบาลต้องแก้ปัญหานี้ทั้งระบบ ตั้งแต่กระบวนการผลิต การควบคุมคุณภาพ ไปจนถึงการแปรรูป ปัญหานี้เป็นเรื่องสะสมมานานและไม่สามารถแก้ไขได้ในระยะเวลาสั้นๆ
รมว.กระทรวงพาณิชย์อธิบายเพิ่มเติมว่า ปีนี้ผลผลิตมะพร้าวออกสู่ตลาดจำนวนมาก ส่งผลให้ราคาปรับตัวลดลงตามกลไกตลาด หากมะพร้าวไม่ได้คุณภาพราคาก็จะตกลงไปอีก มะพร้าวราคา 3 บาทมีอยู่จริง แต่มักเป็นมะพร้าวที่ยังอยู่บนต้นหรือตกเกรด รัฐบาลกำลังพยายามยกระดับราคาสินค้าเกษตรทั้งระบบเพื่อให้เกษตรกรได้รับราคาที่เหมาะสม
สำหรับประเด็นดราม่าเรื่องฝุ่น PM 2.5 ที่สังคมนำไปเชื่อมโยงกับนโยบายการท่องเที่ยว นางศุภจีชี้แจงว่า ปัญหาฝุ่นเป็นเรื่องสำคัญและรัฐบาลกำลังเร่งแก้ไข หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังดำเนินการแก้ปัญหาที่ต้นทางทั้งในเชียงใหม่ กรุงเทพมหานคร และต่างจังหวัด
เจ้าตัวอธิบายว่า ประเด็นที่เคยพูดถึงก่อนหน้านี้ คือ การส่งเสริมการท่องเที่ยวตลอด 365 วัน ซึ่งเป็นคนละมิติกับการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม รัฐบาลให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตของประชาชน แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องเดินหน้ากระตุ้นการท่องเที่ยวเพื่อหารายได้เข้าประเทศ ขอให้สื่อมวลชนช่วยสื่อสารให้ประชาชนเข้าใจข้อเท็จจริงในส่วนนี้
ในช่วงท้าย ศุภจีตอบคำถามเรื่องกระแสวิจารณ์ต่างๆ นานานั้น ตนไม่เสียกำลังใจในการทำงาน คนที่รับฟังข้อมูลไม่ครบถ้วนอาจเกิดความเข้าใจผิดได้ เธอจะเดินหน้าทำงานและอธิบายข้อเท็จจริงให้สังคมรับทราบต่อไป.
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- ศุภจี แจงปัญหา PM 2.5 ภาคเหนือ ไม่ได้ให้ไปเที่ยวเชียงใหม่ทุกวัน
- อ.ปวิน ฟาด ศุภจี ถามนี่เก่งสุดในรัฐบาลแล้วหรอ หลังแจงปัญหาฝุ่นภาคเหนือ
- บก.ลายจุด เคลียร์ดราม่าดับไฟป่า ปีนี้ใช้ไปแล้ว 2 ล้าน แจงยิบงบจากไหนบ้าง
ติดตาม The Thaiger บน Google News:





