น้ำตาลทราย แบกต้นทุนพุ่งไม่ไหว 3 สมาคมฯ จ่อปรับขึ้นราคา พฤษภาคมนี้

3 สมาคมโรงงานน้ำตาลทราย แบกรับต้นทุนบรรจุภัณฑ์-ค่าขนส่งไม่ไหว เตรียมปรับขึ้นราคา น้ำตาลทราย ในเดือนพฤษภาคมนี้
ดร. สมชาย หาญหิรัญ ประธานคณะกรรมการประสานงาน 3 สมาคมโรงงานน้ำตาลทราย (TSMC) เปิดเผยว่า ปัจจุบันภาคการผลิตทั่วโลกกำลังเผชิญต้นทุนที่สูงขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี ส่งผลต่อเนื่องมายังอุตสาหกรรมต่าง ๆ รวมถึงอุตสาหกรรมน้ำตาลของไทย ปัจจัยที่เห็นชัดคือ “ต้นทุนบรรจุภัณฑ์” จากภาวะเม็ดพลาสติกในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ราคาถุงและกระสอบที่ใช้บรรจุน้ำตาลเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉลี่ยประมาณร้อยละ 40 ขณะเดียวกันราคาน้ำมันที่ยังพุ่งสูงขึ้นต่อเนื่อง ก็ทำให้ค่าขนส่งเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นส่งผลกระทบตั้งแต่การขนส่งสินค้าไปยังคลัง ไปจนถึงการกระจายไปยังร้านค้าปลีกทั่วประเทศ ล้วนเป็นต้นทุนแฝงที่พุ่งสูงขึ้นในทุกกระบวนการผลิตและจัดจำหน่าย ก่อนหน้านี้ผู้ประกอบการโรงงานน้ำตาลทรายได้พยายามบริหารต้นทุนอย่างเต็มที่ ทั้งการทำสัญญาซื้อวัตถุดิบล่วงหน้า และการควบคุมค่าใช้จ่ายในส่วนอื่น ๆ แต่ด้วยสถานการณ์ห่วงโซ่อุปทานโลกที่ผันผวนและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทำให้ผู้ผลิตวัตถุดิบและซัพพลายเออร์หลายรายทยอยปรับราคาสินค้าขึ้นตามต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้อุตสาหกรรมน้ำตาลทรายไม่สามารถหลีกเลี่ยงแรงกดดันด้านต้นทุนในรอบนี้ได้
ตลอดระยะเวลากว่า 1 เดือนที่ผ่านมา ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมน้ำตาลทรายได้ทำงานร่วมกับภาครัฐอย่างใกล้ชิด พร้อมพยายามบริหารจัดการต้นทุนที่เพิ่มขึ้นด้วยตนเอง เพื่อชะลอผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับผู้บริโภคโดยเฉพาะในช่วงที่ค่าครองชีพยังคงอยู่ในระดับสูง จึงมีมติร่วมกันในการตรึงราคาขายปลีกน้ำตาลทรายต่อเนื่องตลอดเดือนเมษายนนี้ เพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนในช่วงเวลาที่ผลกระทบต่าง ๆ เกิดขึ้นอย่างรอบด้าน
ดร.สมชาย กล่าวว่า จากแนวโน้มต้นทุนที่ยังปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในหลายปัจจัย จึงจำเป็นต้องพิจารณาปรับโครงสร้างราคาให้สอดคล้องกับสถานการณ์จริงมากขึ้น เพื่อรักษาสมดุลของระบบโดยรวม ทั้งในด้านการผลิต การบริหารสภาพคล่อง และความต่อเนื่องของห่วงโซ่อุปทาน การเตรียมปรับราคาขายปลีกตั้งแต่เดือนพฤษภาคมเป็นต้นไป จึงเป็นแนวทางในการดูแลเสถียรภาพของอุตสาหกรรมในระยะยาว เพื่อให้ทุกภาคส่วนในระบบ ทั้งผู้บริโภค ผู้ประกอบการ และเกษตรกร สามารถก้าวผ่านช่วงเวลานี้ไปได้อย่างมั่นคง
ปัจจุบันประเทศไทยมีศักยภาพและกำลังการผลิตน้ำตาลทรายรวมอยู่ที่ประมาณ 11.8 ล้านตันต่อปี โดยมีปริมาณความต้องการบริโภคภายในประเทศอยู่ที่ราว 2.35 ล้านตันต่อปี แบ่งออกเป็นการบริโภคทางตรง หรือการจำหน่ายปลีกสำหรับภาคครัวเรือน ในปริมาณประมาณ 450,000 ตัน และการบริโภคทางอ้อม หรือการจำหน่ายในภาคอุตสาหกรรม อาทิ อุตสาหกรรมอาหาร เครื่องดื่ม และยา
ในการพิจารณาปรับโครงสร้างราคาครั้งนี้ อุตสาหกรรมได้ประเมินผลกระทบอย่างรอบด้าน โดยเลือกที่จะปรับขึ้นเฉพาะในส่วนของ “ราคาขายปลีก” เท่านั้น ขณะที่ราคาจำหน่ายให้ภาคอุตสาหกรรมจะยังไม่มีการปรับในรอบนี้ แนวทางดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อเนื่องไปยังราคาสินค้าอุปโภคบริโภคอื่น ๆ ต้องปรับตัวสูงขึ้นตาม ซึ่งเป็นการรักษาสมดุลทางเศรษฐกิจโดยรวม
ดร.สมชาย กล่าวว่า การพิจารณาปรับราคาในครั้งนี้ตั้งอยู่บนความรับผิดชอบต่อทุกภาคส่วน ไม่ได้มุ่งแก้ปัญหาต้นทุนของโรงงานเพียงอย่างเดียว แต่คำนึงถึงความต่อเนื่องของทั้งระบบอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทราย การปรับราคาให้สอดคล้องกับต้นทุนที่แท้จริง เป็นแนวทางในการรักษาเสถียรภาพของอุตสาหกรรม ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อทั้งภาคเกษตรและภาคการผลิตของประเทศ
3 สมาคมโรงงานน้ำตาลทรายจะติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจโลก ราคาพลังงาน และต้นทุนการผลิตอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินทิศทางและพร้อมที่จะปรับตัวตามกลไกตลาดให้เกิดความเหมาะสมมากที่สุด เพื่อให้มั่นใจว่าทั้งผู้บริโภค ผู้ประกอบการ และเกษตรกร จะสามารถก้าวผ่านสถานการณ์นี้ไปได้อย่างมั่นคง
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- ด่วน! AirAsia X ประกาศขึ้นราคาตั๋วสูงสุด 40% และลดเที่ยวบิน 10% รับมือสงครามตะวันออกกลาง
- เรือแสนแสบขึ้นราคาอีก จาก 2 บาทขึ้นเป็น 3 บาท ปรับขึ้นต่อเนื่องถึง 21 เม.ย.
- พาณิชย์สั่งคุม 7 สินค้าอุปโภคบริโภค ห้ามขึ้นราคาก่อนได้รับอนุญาต
ติดตาม The Thaiger บน Google News:





