
นนนี่ นนลนีย์ ลูกสาวแอน สิเรียม อุ้มท้อง 6 เดือน เล่าปมป่วยซึมเศร้า ดิ่งหนักเคยกินยาเกินขนาด ค่าตับพุ่ง 3 พัน เข้า ICU เคลียร์ดราม่าถูกด่าท้องก่อนแต่ง-หน้าไม่อาย ซัดกลับ ไม่ได้ทำอะไรผิด
เรียกได้ว่าเป็นการออกมาเปิดใจแบบหมดเปลือกเป็นครั้งแรกในรายการ คุยแซ่บSHOW สำหรับ นนนี่ นนลนีย์ ลูกสาวคนสวยของนางเอกระดับตำนาน แอน สิเรียม ที่วันนี้อุ้มท้องลูกสาววัย 6 เดือน (ประมาณ 25 สัปดาห์) มาอัปเดตชีวิตหลังแต่งงานกับสามีหนุ่มนอกวงการ หนุ่มอา แม้ฝ่ายชายจะขี้อายแต่ก็คอยมาให้กำลังใจอยู่ไม่ห่าง
เส้นทางความรักของทั้งคู่เริ่มต้นจากการทำงานในบริษัทเดียวกัน โดยนนนี่ประจำอยู่ที่เชียงใหม่ ส่วนหนุ่มอาทำงานที่สุวรรณภูมิ ทั้งสองได้พบกันในงานอบรมสัมมนาของบริษัท ความสัมพันธ์พัฒนาจากการเป็นเพื่อนและคุยกันไปเรื่อย ๆ โดยไม่มีใครจีบใครก่อน
นนนี่เผยว่าประทับใจในความซื่อ ๆ ขี้อาย ในขณะที่คุณอาชอบที่นนนี่เป็นคนผิวขาว นิสัยดี และยิ้มง่ายเสมอ แม้จะอยู่คนละจังหวัด แต่ระยะทางก็ไม่ใช่ปัญหา เพราะนนนี่มักจะบินลงมาหาฝ่ายชายที่กรุงเทพฯ แทบทุกอาทิตย์
จนกระทั่งวันหนึ่งหลังจากย้ายกลับมากรุงเทพฯ นนนี่รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงของร่างกาย เช่น กินเยอะขึ้น หิวบ่อย และอารมณ์แปรปรวน จึงตัดสินใจตรวจและพบว่าตั้งครรภ์ เมื่อบอกแฟนหนุ่ม เขาก็พร้อมรับผิดชอบและมองว่าเป็นเรื่องน่ายินดีเพราะทั้งคู่อายุ 30 ปีและพร้อมแล้ว
ส่วนปฏิกิริยาของคุณแม่แอน สิเรียม ก็ตอบกลับมาสั้น ๆ แต่ได้ใจความว่า “ท้องก็เลี้ยง” ทั้งคู่จึงตัดสินใจจัดงานแต่งงานเล็ก ๆ เรียบง่ายแต่อบอุ่น เนื่องจากเธอกำลังตั้งครรภ์จึงไม่อยากจัดงานใหญ่ที่ตนเองอาจจะดูแลแขกได้ไม่เต็มที่ ก่อนจะตัดสินใจประกาศข่าวดีเรื่องตั้งครรภ์ในตอนที่อายุครรภ์ได้ 4 เดือน เพราะน้ำหนักขึ้นจนสังเกตเห็นได้ชัดและยุคสมัยนี้ไม่มีความจำเป็นต้องปิดบัง
หลังจากประกาศข่าวดี นนนี่ต้องเผชิญกับคอมเมนต์และข้อความ DM ด้านลบที่เข้ามาต่อว่าเรื่องท้องก่อนแต่งว่า “หน้าไม่อาย” ซึ่งบางครั้งเธอก็ตอบกลับไปว่าไม่ได้ทำอะไรผิด เพราะรู้สึกว่าไม่จำเป็นต้องทนโดนด่าฟรี ๆ แต่เธอมองว่ากว่า 80% ยังคงเป็นคอมเมนต์ที่แสดงความยินดีและเป็นพลังบวก
ส่วนข่าวลือเรื่องเตียงหักที่คนสังเกตเห็นว่ารูปคู่ในอินสตาแกรมหายไปนั้น นนนี่ชี้แจงว่าเป็นเพียงการงอนกันเรื่องเล็กน้อยไร้สาระจนเธอตัดสินใจซ่อนรูปไว้ชั่วคราว สุดท้ายก็ผลัดกันง้อและนำรูปกลับมาโชว์เหมือนเดิม นอกจากนี้ประเด็นที่นนนี่เคยโพสต์ตัดพ้อเรื่องไม่มีบ้านให้กลับไปหา จริง ๆ เป็นเพียงอารมณ์อ่อนไหวที่อยากระบายความรู้สึกเท่านั้น ซึ่งคนรักก็เข้าใจและปล่อยให้เวลาช่วยเยียวยา

อีกหนึ่งเรื่องช็อกที่นนนี่เปิดเผยคือ เธอป่วยเป็นโรคซึมเศร้ามานาน 4 ปีแล้ว แต่ด้วยความที่ใช้ชีวิตเต็มที่ในช่วงก่อนท้อง ทำให้เธอละเลยการกินยาและการไปพบแพทย์อย่างสม่ำเสมอ อาการจึงเริ่มดิ่งลงเรื่อย ๆ มีอาการเบื่อหน่าย ร้องไห้ไม่มีสาเหตุ และนอนไม่หลับ จนกระทั่งถึงจุดวิกฤตที่เธอตัดสินใจคิดสั้นด้วยการกินยาเกินขนาดเท่าที่มีทั้งหมด
เหตุการณ์นั้นทำเอาค่าตับของเธอพุ่งสูงถึง 3,000-4,000 โชคดีที่คุณอาจับสังเกตได้ถึงความผิดปกติเมื่อนนนี่ขาดการติดต่อไปจากเชียงใหม่ จึงรีบโทรแจ้ง 1669 ให้เข้าไปช่วยเหลือและพาส่งโรงพยาบาลได้ทันเวลา เธอต้องนอนแอดมิทในห้อง ICU เป็นอาทิตย์ และทรมานจากการล้างท้องที่ต้องสอดสายผ่านจมูกลงไปถึงกระเพาะค้างคืนไว้เป็นวัน ๆ ทั้งที่ยังรู้สึกตัวตลอดเวลา บทเรียนครั้งนี้แลกมาด้วยค่ารักษานับแส ทำให้เธอเข็ดขยาดและฝากเตือนเป็นอุทาหรณ์ว่าอย่าทำแบบนี้เด็ดขาด หากป่วยควรไปพบแพทย์และรักษาอย่างต่อเนื่อง
แพทย์ผู้รักษาระบุว่า โรคซึมเศร้าของเธอมาจากปมความเหงาในวัยเด็กที่สะสมมานานกว่า 25 ปี ในช่วงอายุ 5-6 ขวบ นนนี่ต้องการเวลาและเพื่อนเล่นมากกว่าเงินทอง แต่ด้วยความที่คุณแม่แอน สิเรียม เป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวและเป็นนางเอกดังที่ต้องทำงานหนักเป็น 2-3 เท่า จึงอาจไม่มีเวลาให้มากนัก แม้พอโตขึ้นช่วงอายุ 20 กว่าเธอจะเข้าใจเหตุผลของแม่ทุกอย่าง
ในช่วงที่นนนี่เข้า ICU แอน สิเรียม ผู้เป็นแม่ตกใจและเสียใจมากจนทำอะไรไม่ถูก แต่เนื่องจากติดภารกิจงานที่ทิ้งไม่ได้ ฝ่ายชายจึงคอยเป็นคนดูแลและคอยอัปเดตอาการให้คุณแม่อุ่นใจ นนนี่ยอมรับว่าความสัมพันธ์กับคุณแม่มักจะมีการเถียงกันบ้างเป็นเรื่องปกติ บางครั้งเถียงกันจนไม่คุยกันเป็นเดือนก็มี แต่สุดท้ายก็จะกลับมาคุยกันเองเพราะต่างฝ่ายต่างมีนิสัยคล้ายกันและรู้อยู่เต็มอกว่ารักกันมากโดยไม่ต้องพูดคำว่ารัก
การตั้งครรภ์ครั้งนี้ไม่ง่าย ช่วงแรกนนนี่ต้องทรมานจากอาการปวดหัวไมเกรนอย่างหนักจนต้องไปฝังเข็มเพราะทานยาไม่ได้ และเมื่ออายุครรภ์เริ่มเยอะขึ้นในช่วง 2-3 สัปดาห์หลัง เธอก็ต้องเผชิญกับโรคปลายประสาทอักเสบ ทำให้มีอาการเจ็บร้าวที่อุ้งเชิงกรานเวลาเดินจนทำให้ไม่อยากเดินหนัก ๆ และยังมีภาวะรกเกาะต่ำร่วมด้วย ทำให้คุณหมอสั่งงดการใช้แรงเยอะและต้องใช้วิธีผ่าคลอดเท่านั้น โดยเธอไม่ได้ดูฤกษ์คลอดแต่อย่างใด ปล่อยให้เป็นไปตามที่ลูกสาวอยากออกมา
สำหรับเรื่องยารักษาโรคซึมเศร้า แม้จะต้องทานถึงวันละ 5-6 เม็ด แต่เธอก็พยายามเลี่ยงยานอนหลับบางตัว เพราะเคยทานแล้วลูกในท้องหยุดดิ้นจนเธอใจหาย
ในช่วงท้ายของรายการ คุณอาสามีสุดที่รักได้ถูกเชิญมาร่วมเฟรมหน้ากล้อง พร้อมบอกความในใจถึงภรรยาว่าตนเองจะยังคงรักนนนี่เหมือนวันแรกที่เจอจนถึงวันสุดท้ายของชีวิต

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- นนนี่ แจ้งความชาวเน็ต แซะท้องก่อนแต่ง สงสาร ‘พ่อบิลลี่’ ลามแช่งลูกในท้อง ปมเห็นต่างการเมือง
- นนนี่ ลูกสาว แอน สิเรียม โพสต์ไอจีตัดพ้อ “พอไม่ทนกลับเป็นคนที่แย่” แฟนๆ ห่วงหนัก
- นนนี่ ตัดพ้อ โลกนี้ไม่มีเซฟโซนเหลือ-ทุกคนเอาแต่สร้างภาพ รูปสามีหายเกลี้ยงไอจี
ติดตาม The Thaiger บน Google News:



