ไขปม “ผู้ก่อตั้ง ASOS” ดิ่งคอนโดหรูพัทยาดับ พบเอกสารฟ้องร้องคาพวงมาลัย
ช็อกวงการแฟชั่นโลก! เควนติน กริฟฟิธส์ มหาเศรษฐีชาวอังกฤษผู้ร่วมก่อตั้ง “ASOS” ตัดสินใจจบชีวิตดิ่งชั้น 17 คอนโดหรูเมืองพัทยา พบห้องล็อกแน่นหนาจากด้านใน ไร้ร่องรอยต่อสู้ เจอหลักฐานคดีความค้างคา ข้อพิพาทกับอดีตเมียชาวไทยเป็นเหตุสลด
กลายเป็นข่าวเศร้าที่ถูกพาดหัวไปทั่วโลกสำหรับกรณีการเสียชีวิตของ นายเควนติน จอห์น กริฟฟิธส์ (Quentin John Griffiths) วัย 58 ปี นักธุรกิจระดับมหาเศรษฐีชาวอังกฤษ หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านแฟชั่นออนไลน์อย่าง เอโซเอส (ASOS) หลังพบร่างนอนเสียชีวิตอยู่บริเวณพื้นข้างอาคาร จากการพลัดตกคอนโดมิเนียมหรูจากชั้นที่ 17 ในซอยเกษตรสิน 7 (บนเขาพระตำหนัก) เมืองพัทยา เมื่อช่วงหัวค่ำของวันที่ 9 ก.พ.ที่ผ่านมา
พ.ต.อ.เอนก สระทองอยู่ ผกก.สภ.เมืองพัทยา กล่าวถึงความคืบหน้าว่า จากการตรวจสอบห้องพักเอส 303 บนชั้น 17 ของผู้ตายพบประตูห้องถูกล็อกแบบดับเบิ้ลล็อกซึ่งเป็นกลไกที่ทำได้จากภายในห้องเท่านั้น อีกทั้งภาพจากกล้องวงจรปิดยืนยันชัดเจน นายเควนตินเดินเข้าห้องพักไปเพียงลำพังและไม่มีบุคคลใดเข้า-ออกห้องอีกเลยจนกระทั่งเกิดเหตุ
สภาพภายในห้องพักไม่มีร่องรอยการต่อสู้หรือรื้อค้นทรัพย์สิน แต่พบร่องรอยการดื่มสุราและมีเก้าอี้วางอยู่บริเวณระเบียง สอดคล้องกับพฤติการณ์ที่คาดว่าเป็นการ “กระโดดลงมาเอง!

จุดสำคัญที่ตำรวจให้น้ำหนักว่า เป็นชนวนเหตุคือหลักฐานที่พบภายในรถยนต์ส่วนตัวของผู้ตาย หมายเลขทะเบียน ฉก 9720 ชลบุรี เจ้าหน้าที่ตรวจพบ “เอกสารคำฟ้อง” ที่นายเควนตินตกเป็นจำเลยถูกฟ้องร้องต่อศาลจังหวัดพัทยา รวมถึงข้อมูลที่ระบุว่าเจ้าตัวมีข้อพิพาททางกฎหมายกับอดีตภรรยาชาวไทยหลังจากเลิกรากันไป ซึ่งคดียังคงอยู่ในชั้นศาล
ประวัตินายเควนติน เป็นบุคคลสำคัญในวงการค้าปลีกโลก ร่วมก่อตั้งเอโซเอส (ASOS) ในปี 2000 ก่อนจะทำเงินมหาศาลกว่า 15 ล้านปอนด์ (ประมาณ 600 ล้านบาท) จากการขายหุ้นในปี 2553 และเลือกเดินทางมาใช้ชีวิตในประเทศไทยพร้อมทำธุรกิจตั้งแต่อีกหลายปีก่อนหน้า กระทั่งมาเกิดเหตุสลดท่ามกลางมรสุมคดีความในช่วงบั้นปลายชีวิต.



อ่านข่าวเพิ่มเติม
- ช็อก ผู้ร่วมก่อตั้ง ASOS มหาเศรษฐีอังกฤษ พลัดตกคอนโดหรูพัทยาเสียชีวิต
- หญิงสาวดับสลด หลังกินยาพาราแก้ปวดฟัน จนเป็นพิษ ไตวาย เหตุเพราะกินแบบนี้
- อาลัย Diane Keaton นักแสดงเจ้าของออสการ์ ตำนานแฟชั่นไอคอน
ติดตาม The Thaiger บน Google News:



