DSI เตรียมเรียกสอบ “ธรรมนัส-นฤมล” สัปดาห์หน้า ให้ข้อมูลคดีสแกนม่านตา

DSI เตรียมเรียกสอบ ธรรมนัส และ นฤมล สัปดาห์หน้า เพื่อให้ข้อมูลคดีสแกนม่านตา หลังทั้งสองเคยเป็นพยานลงนาม MOU โครงการดังกล่าว
จากกรณีนายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เปิดเผยถึงการลงนามบันทึกความเข้าใจระหว่างกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมและบริษัทไพรม์ ออพ พอร์ทูนิตี้ ฟันด์ วิซีซี จากประเทศสิงคโปร์ (Prime Opportunity Fund VCC Singapore) โดยมี นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ตำแหน่งในขณะนั้น รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, นายเบน สมิธ , ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ตำแหน่งในขณะนั้น รมว.เกษตรและสหกรณ์ และนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ตำแหน่งในขณะนั้น ผู้แทนการค้าไทย ร่วมเป็นสักขีพยานในการลงนามดังกล่าว
ส่งผลให้นายไชยชนก ได้ประสานขอให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ กับสำนักงาน ปปง. ช่วยดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง กระทั่งกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้รับเป็นคดีพิเศษที่ 148/2568 เพื่อตรวจสอบกรณีธุรกิจสแกนม่านตาแลกเหรียญคริปโทเคอร์เรนซี ภายใต้โครงการ Worldcoin ตามที่มีรายงานไปก่อนหน้านี้นั้น
ล่าสุด ร.ต.อ.สุรวุฒิ รังไสย์ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ได้นำกำลังเข้าค้น 5 เป้าหมาย โดยมีจุดสำคัญคือ บริษัทแห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ย่านบางกะปิ พบอุปกรณ์ทรงกลม 4 ลูก คือเครื่องสแกนม่านตา พร้อมกับตรวจยึดเอกสารและข้อมูลในระบบคอมพิวเตอร์จำนวนหนึ่ง โดยเป็นการสืบสวนขยายผลธุรกิจสแกนม่านตาแลกเหรียญคริปโทเคอร์เรนซี พบว่าบริษัทดังกล่าวเป็นผู้นำเข้าเครื่องสแกนม่านตา ซึ่งดีเอสไอรับเป็นคดีพิเศษแล้ว
ซึ่งข้อมูลการสืบสวนสอบสวนของดีเอสไอ พบว่า ตั้งแต่ปี 2567 มีการติดตั้งเครื่องและได้ชักชวนคนไทยสแกนม่านตาแล้วกว่า 1.2 ล้านคน เพื่อแลกเหรียญคริปโทเคอร์เรนซี
ส่วนข้อสังเกตที่โยงไปถึงปมการลงนาม MOU โครงการจัดตั้งศูนย์กลางธุรกิจดิจิทัลและการเงิน หรือ TIDC ระหว่างกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กับบริษัทสัญชาติสิงคโปร์ ที่มีการลงนามเมื่อวันที่ 27 มี.ค.2567 จะเป็นที่มาของการตั้งบริษัทเพื่อนำเข้าเครื่องสแกนม่านตาเข้ามาในประเทศไทยหรือไม่ อยู่ระหว่างการตรวจสอบเพิ่มเติม แต่เบื้องต้นรองอธิบดีดีเอสไอ ระบุว่า พบหลักฐานบางส่วนที่เกี่ยวข้องถึงนายเบน สมิธ
โดยในสัปดาห์หน้า ดีเอสไอเตรียมเชิญ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.เกษตรและสหกรณ์ และนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.ศึกษาธิการ เข้าให้ปากคำในฐานะพยาน เนื่องจากมีภาพปรากฏถ่ายรูปร่วมกับนายเบน สมิธ ในวันลงนาม MOU ด้วย
ทั้งนี้ ร.ต.อ.สุรวุฒิ ยังขอประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนที่เคยไปสแกนม่านตาดังกล่าวเข้ามาให้ข้อมูลกับดีเอสไอเพื่อเป็นข้อมูลในการสืบสวน ซึ่งขณะนี้มีมาบ้างแล้วแต่เป็นเพียงส่วนน้อย อาจเป็นเพราะด้วยนิสัยคนไทย ยังไม่ได้รับผลกระทบ
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- ธรรมนัส พูดแล้ว สัมพันธ์ เบน สมิธ สาเหตุฉะ อภิสิทธิ ทำไมต้องฟ้อง รังสิมันต์ โรม
- รมว.ดีอี เผยพบนักการเมือง 1-2 คน เอี่ยว MOU สิงคโปร์-สแกนม่านตา
- ทลายแก๊งรับแลกเหรียญ Worldcoin หลังคนแห่สแกนม่านตา ลุยค้น 109 จุดทั่วประเทศ
ติดตาม The Thaiger บน Google News:





