มาดามยุ้ย เดือด ตร.เรียกตรวจ 2 รอบ ไม่ติดป้ายทะเบียน กรมทางหลวง ยัน ปฏิบัติถูกต้อง

อดีตนางงาม-นักแข่งรถ โพสต์วิจารณ์ ถูกตำรวจเรียกซ้ำซ้อน ทั้งที่จ่ายค่าปรับรอบแรกแล้ว รอบ 2 ยังโดนเรียกค้นกระเป๋า ชี้ไม่สะดวก-อันตราย ด้านตำรวจแถลงชี้แจง ทำตามขั้นตอนถูกต้อง
จากกรณี ดร.กันธิชา ฉิมศิริ หรือ “มาดามยุ้ย” ซินเดอเรลล่าเมืองไทย นักแข่งรถซูเปอร์คาร์หญิงชื่อดังของไทย อดีตมิสซิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2016 ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก แสดงความไม่พอใจหลังจากถูกตำรวจเรียกหยุดรถถึง 2 ครั้งในวันเดียว เนื่องจากรถของเธอไม่ติดป้ายทะเบียนด้านหน้า วิจารณ์แนวทางการปฏิบัติงานของตำรวจว่า อาจก่อให้เกิดความไม่สะดวกและอันตรายต่อประชาชน
เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันศุกร์ที่ 7 พฤศจิกายน ซึ่งเป็นวันเกิดของตน ขณะที่กำลังขับรถแลมโบกินีท่องเที่ยว มีรถตำรวจขับตามมา ในตอนแรกคิดว่าตำรวจจะขับแซงไป แต่กลับถูกส่งสัญญาณให้จอดข้างทาง ก่อนแจ้งข้อหาเรื่องการไม่ติดป้ายทะเบียนด้านหน้า ซึ่ง ดร.กาญจน์ธิชา ชี้แจงว่าตนยินดีปฏิบัติตามกฎหมาย ได้จ่ายค่าปรับทันทีผ่านการสแกน โดยเก็บใบเสร็จไว้เป็นหลักฐานเรียบร้อยแล้ว
มาดามยุ้ยยังแสดงความกังวลว่า การที่ตำรวจขับรถไล่ตามและเรียกให้หยุดรถบนทางหลวง อาจก่อให้เกิดปัญหาจราจรและอันตรายได้ นโยบายของรัฐบาลในปัจจุบัน อนุญาตให้ส่งใบสั่งค่าปรับไปชำระที่บ้านได้แล้ว โดยไม่จำเป็นต้องเรียกหยุดรถข้างทาง
ต่อมาในคืนวันเดียวกัน ขณะกำลังขับรถกลับกรุงเทพฯ มีตำรวจอีกคันขับตามและเรียกให้หยุดรถอีกครั้ง ครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ขอตรวจค้นกระเป๋า ถามว่าตนพกปืนมาด้วยหรือไม่ ซึ่งตนก็ตอบปฏิเสธ
ดร.กันธิชา ตั้งคำถามถึงความจำเป็นในการเรียกหยุดครั้งที่ 2 ทั้งที่เธอได้จ่ายค่าปรับในประเด็นเดิมไปแล้วเมื่อช่วงเช้า มาดามยุ้ยได้แชร์คลิปวิดีโอเหตุการณ์ดังกล่าว เพื่อเรียกร้องให้ตำรวจหลีกเลี่ยงการใช้วิธีการดังกล่าวกับประชาชนคนอื่นๆ
ล่าสุด กองบังคับการตำรวจทางหลวง ได้แถลงชี้แจง กรณีคลิปเหตุการณ์เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงเรียกตรวจสอบรถยนต์ ยี่ห้อลัมโบร์กีนี ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน บริเวณทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2568 เวลาประมาณ 01.30 น. ความว่า
เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2568 เวลาประมาณ 13.00 น. บริเวณ ทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 กม.100 (มุ่งหน้าชลบุรี) เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงได้พบรถยนต์ยี่ห้อลัมโบร์กีนี ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนด้านหน้า จึงได้เรียกให้หยุดเพื่อตรวจสอบ เมื่อทำการตรวจสอบแล้วพบว่า รถคันดังกล่าวไม่ได้ติดแผ่นป้ายทะเบียนจริง เจ้าหน้าที่จึงได้ดำเนินการออกใบสั่งในข้อหา “ใช้รถที่ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน” ซึ่งมีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท จากนั้นผู้ขับขี่ได้ชำระค่าปรับผ่านระบบสแกน QR Code ที่ปรากฎในใบสั่ง ซึ่งเป็นขั้นตอนตามกฎหมาย
ต่อมา วันที่ 8 พฤศจิกายน 2568 เวลาประมาณ 01.30 น. บริเวณทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 กม.45 (มุ่งหน้า กทม.) เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงอีกนายหนึ่ง ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ในผลัดกลางคืน ได้พบรถยนต์คันเดียวกันที่ยังไม่ได้ติดแผ่นป้ายทะเบียน จึงได้เรียกให้หยุดเพื่อตรวจสอบ ซึ่งขณะนั้นเจ้าหน้าที่ไม่ทราบว่ารถคันดังกล่าวเคยถูกออกใบสั่งมาก่อนแล้วหรือไม่
อย่างไรก็ตาม เมื่อทำการตรวจสอบภายหลังพบว่า รถคันดังกล่าวได้ถูกออกใบสั่งไปก่อนหน้านี้แล้ว ในข้อหาไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงไม่ได้ดำเนินการเปรียบเทียบปรับเพิ่มเติม และได้เชิญให้ผู้ขับขี่เดินทางต่อได้ตามปกติ ซึ่งในขณะนั้นผู้ขับขี่ได้ใช้โทรศัพท์มือถือบันทึกภาพวิดีโอ จนปรากฏเป็นคลิปที่เผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์ในเวลาต่อมา
การที่เจ้าหน้าที่เรียกตรวจในลักษณะนี้ ถือเป็นเหตุอันควรสงสัยตามกฎหมาย เนื่องจากเป็นการพบการกระทำความผิดซึ่งหน้า เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงสามารถเรียกให้หยุดเพื่อตรวจสอบ ทั้งนี้ในช่วงเวลากลางคืน รถที่ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนมักถูกนำไปใช้ในการกระทำผิดกฎหมายหรือก่ออาชญากรรม การเรียกตรวจดังกล่าวจึงเป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามอำนาจที่กฎหมายกำหนด ซึ่งสามารถกระทำได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยของประชาชน
สำหรับกรณีที่มีการกล่าวถึง การจัดส่งใบสั่งถึงบ้านของผู้กระทำความผิด นั้น การส่งใบสั่งทางไปรษณีย์สามารถดำเนินการได้เฉพาะเมื่อมีหลักฐานชัดเจน เช่น ภาพจากกล้องตรวจจับความเร็ว หรือการจอดรถในที่ห้ามจอด ซึ่งมีหมายเลขทะเบียนปรากฏชัดเจน แต่ในกรณี “รถที่ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน” เจ้าหน้าที่ไม่สามารถทราบหมายเลขทะเบียนได้ จึงไม่สามารถดำเนินการออกใบสั่งอิเล็กทรอนิกส์และส่งถึงบ้านได้ตามขั้นตอนดังกล่าว
กองบังคับการตำรวจทางหลวง ขอเรียนให้ประชาชนเข้าใจว่า การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นไปตามอำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติไว้ เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย ความปลอดภัย และกฎระเบียบของบ้านเมือง ขอบคุณครับ
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- สง่างาม เจ้าคุณพระสินีนาถฯ สักการะพระธาตุแช่แห้ง จ.น่าน คนตาดีเห็นเลขทะเบียนรถ
- ตำรวจบุกรวบ ชาวไทย-ไนจีเรีย เอี่ยวโรแมนซ์สแกม ทำเหยื่อสูญ 114 ล้าน
- รวบ 3 สาวสองรุ่นใหญ่ โดนคดียาเสพติด ขอทาลิป สวยไว้ก่อน เผื่อตำรวจเห็นใจ
ติดตาม The Thaiger บน Google News:





