กัมพูชาฮึ่ม! เตือนไทยเล็งฉีก MOU 44 พื้นที่ทับซ้อนทางทะเล อาจทำลายความเชื่อใจ

กัมพูชาเตือนไทย หลังพิจารณาถอนตัวจาก MOU 2544 พื้นที่ทับซ้อนทางทะเล ชี้ทำลายความไว้เนื้อเชื่อใจ ย้ำจุดยืนร่วมพัฒนาทรัพยากร
กระทรวงการต่างประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศกัมพูชา ออกแถลงการณ์ตอบโต้กระแสข่าวกรณีรัฐบาลไทยกำลังพิจารณาถอนตัวจากบันทึกความเข้าใจปี 2544 หรือ MOU 2544 ว่าด้วยพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลในไหล่ทวีป ทางการกัมพูชาแสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรงผ่านแถลงการณ์เมื่อวันที่ 8 เม.ย. ที่ผ่านมา การตัดสินใจถอนตัวของทางการไทยจะทำลายความร่วมมือและความไว้เนื้อเชื่อใจที่มีร่วมกันมาอย่างยาวนานระหว่างสองประเทศเพื่อนบ้าน
เนื้อหาในแถลงการณ์เผยว่าข้อตกลงระดับทวิภาคีฉบับนี้ถือเป็นเครื่องแสดงเจตจำนงทางการเมืองที่แท้จริง เป็นความมุ่งมั่นร่วมกันของทั้งกัมพูชาและไทยในการสร้างกรอบการทำงานที่ยอมรับได้ทั้งสองฝ่าย การลงนามใน MOU 2544 เป็นการดำเนินการด้วยความสุจริตใจเพื่อจัดการปัญหาการอ้างสิทธิ์ในพื้นที่ทางทะเลที่ทับซ้อนกัน การสร้างกรอบการทำงานนี้มีขึ้นเพื่อแสวงหาประโยชน์จากทรัพยากรร่วมกันอย่างยุติธรรม
เป้าหมายหลักของข้อตกลงนี้มุ่งผลักดันการปักปันเขตแดนทางทะเลให้มีความสอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศ การเจรจาจะรับประกันการได้รับประโยชน์จากการพัฒนาทรัพยากรของทั้งสองประเทศ ข้อตกลงดังกล่าวยังแสดงถึงความปรารถนาดีในการกำหนดเขตแดนภายใต้แนวคิดมิตรภาพ ความร่วมมือ และความเจริญรุ่งเรืองร่วมกันสำหรับประชาชนของทั้งสองชาติ
ข้อตกลงฉบับนี้จะมีผลบังคับใช้ต่อไปจนกว่าทั้งสองประเทศจะสามารถบรรลุวัตถุประสงค์อย่างสมบูรณ์ ทางการกัมพูชาเตือนว่าการที่ทางการไทยตัดสินใจถอนตัวจากข้อตกลงเพียงฝ่ายเดียว จะถือเป็นการละทิ้งเจตนารมณ์แห่งความร่วมมืออันเป็นรากฐานสำคัญ ขั้นตอนการถอนตัวดังกล่าวอาจขัดขวางความพยายามในการแก้ไขปัญหาพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลและการพัฒนาทรัพยากรร่วมกันที่กำลังดำเนินอยู่
จุดยืนของรัฐบาลกัมพูชาในขณะนี้ยังคงยึดมั่นอย่างหนักแน่นต่อลายลักษณ์อักษรและเจตนารมณ์ของข้อตกลงปี 2544 ทางการกัมพูชายึดหลักการแห่งความปรารถนาดีและความสุจริตใจซึ่งเป็นแนวทางในการทำข้อตกลงมาตั้งแต่ต้น รัฐบาลกัมพูชายังคงสนับสนุนการพูดคุยเพื่อจัดการกับปัญหาทางทะเลที่มีความละเอียดอ่อน แม้แถลงการณ์จะไม่ได้ระบุถึงการเริ่มเจรจาอย่างเป็นทางการรอบใหม่ก็ตาม
พื้นที่ทับซ้อนทางทะเลในอ่าวไทยภายใต้กรอบ MOU 2544 เป็นพื้นที่ที่เชื่อว่ามีแหล่งทรัพยากรไฮโดรคาร์บอนจำนวนมหาศาลซ่อนอยู่ ผู้คนมองว่าข้อตกลงนี้เป็นกรอบการทำงานหลักสำหรับการจัดการพื้นที่ทับซ้อนมาอย่างยาวนาน การเปลี่ยนแปลงสถานะของข้อตกลงฉบับนี้อาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างไทยและกัมพูชา ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นอาจส่งผลสะเทือนต่อการพัฒนาทรัพยากรในพื้นที่พิพาทในอนาคต

ที่มา: The Phnom Penh Post
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- รมว.กลาโหม ยันไม่ต้องห่วง “เรือลอบขนน้ำมัน” ส่งกัมพูชา หนีไม่พ้น GPS
- กัมพูชา ชี้ไทยไม่มีสิทธิฉีก MOU 2543 ฝ่ายเดียว ย้ำจุดยืนแก้ปัญหาผ่าน JBC เท่านั้น
- กัมพูชา โชว์ภาพทลายสแกมเมอร์ทั่วประเทศ ลั่น ปิดให้เกลี้ยงในเมษายนนี้
ติดตาม The Thaiger บน Google News:





