กัมพูชา โชว์ภาพทลายสแกมเมอร์ทั่วประเทศ ลั่น ปิดให้เกลี้ยงในเมษายนนี้

กัมพูชา ดีเดย์ล้างบางฐานสแกมเมอร์ทั่วประเทศ ขีดเส้นตายเมษายนนี้ต้องปิดให้เกลี้ยง หลังกวาดล้างแล้วกว่า 200 แห่ง ส่งคนงานกลับประเทศกว่าหมื่นราย ฝั่งผู้เชี่ยวชาญสงสัยปราบที่ระบบหรือแค่ฉากหน้า
วันนี้ (12 มีนาคม 2569) สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า รัฐบาลกัมพูชายกระดับปราบปรามอาชญากรรมทางไซเบอร์ครั้งใหญ่ ตั้งเป้าสั่งปิดศูนย์คอลเซ็นเตอร์และฐานปฏิบัติการหลอกลวงออนไลน์ให้หมดไปจากประเทศภายในสิ้นเดือนเมษายนที่จะถึงนี้ ถือเป็นการกู้ชื่อเสียงของประเทศจากวิกฤตสแกมเมอร์ที่ระบาดไปทั่วภูมิภาค
นายไชย สินะฤทธิ์ รัฐมนตรีอาวุโสและประธานคณะกรรมการต่อต้านการหลอกลวงออนไลน์ ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว AP ว่า ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมปี 2568 รัฐบาลได้พุ่งเป้าไปที่สถานที่ต้องสงสัยว่าจะเป็นฐานปฏิบัติการหลอกลวงออนไลน์รวม 250 แห่ง ปัจจุบันสามารถสั่งปิดไปได้แล้วถึง 200 แห่ง หรือประมาณ 80% ของทั้งหมด
หลังจากผ่านพ้นเส้นตายในเดือนเมษายน 2569 ตำรวจจะดำเนินกิจกรรมปราบปรามอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันไม่ให้เครือข่ายเหล่านี้กลับมาฟื้นตัวหรือเปิดฐานปฏิบัติการใหม่ได้อีก การกวาดล้างครั้งคอลเซ็นเตอร์ล่าสุดได้ดำเนินคดีทางกฎหมายไปแล้ว 79 คดี โดยพุ่งไปที่ตัวการระดับหัวหน้าและผู้ร่วมขบวนการรวม 697 ราย
รัฐบาลได้ส่งตัวคนงานในศูนย์สแกมเมอร์กลับประเทศต้นทางไปแล้วเกือบ 10,000 คน จาก 23 ประเทศทั่วโลก ขณะนี้เหลืออีกไม่ถึง 1,000 คนที่อยู่ระหว่างรอการส่งกลับตามขั้นตอน ส่วนรายที่หนีออกมาได้เองหรือได้รับการปล่อยตัวจากการบุกค้นก็ได้เดินทางกลับประเทศไปก่อนหน้านี้แล้ว

เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ตำรวจกัมพูชาเพิ่งบุกทลายศูนย์สแกมเมอร์ที่ซ่อนตัวอยู่ในตึกสูงกลางกรุงพนมเปญ จับกุมชาวกัมพูชาและชาวจีนได้ประมาณ 60 ราย ขณะกำลังนั่งทำงานอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ เจ้าหน้าที่ระบุว่า ขบวนการนี้ใช้วิธีแชตไปหลอกลวงเหยื่อในยุโรปให้ร่วมลงทุนในโครงการปลอม ๆ ที่ไม่มีอยู่จริง
นอกจากนี้ยังมีการโชว์ของกลางที่ยึดมาได้จากการบุกค้นที่อื่น ๆ ทั้งเครื่องแบบและบัตรประจำตัวปลอมที่สแกมเมอร์ใช้ปลอมตัวเป็นตำรวจญี่ปุ่นเพื่อข่มขู่และหลอกลวงเหยื่อออนไลน์

แม้รัฐบาลจะยืนยันความตั้งใจ แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านอาชญากรรมข้ามชาติจากศูนย์เอเชีย มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด กลับมองต่างออกไป ตั้งคำถามสำคัญคือ รัฐบาลกำลังปราบปรามระบบที่เอื้อให้อุตสาหกรรมนี้อยู่ หรือแค่ทำลายตัวตึกที่ใช้ก่อเหตุเท่านั้น
เขากล่าวว่าการกวาดล้างในอดีตมักจะทิ้งเครือข่ายการเงินและกลุ่มผู้อิทธิพลที่หนุนหลังไว้ ทำให้ขบวนการเหล่านี้ฟื้นตัวกลับมาได้ไวมาก อีกทั้งปัจจุบันยังไม่มีสัญญาณว่าการบังคับใช้กฎหมายจะไปถึงตัวการใหญ่ที่เป็นกลุ่มชนชั้นนำในกัมพูชา ประกอบกับการปิดกั้นสื่ออิสระและภาคประชาสังคม ทำให้ตรวจสอบได้ยากว่ารัฐบาลทำได้จริงตามที่กล่าวอ้างหรือไม่
ทั้งนี้ อาชญากรรมผูกติดกับการค้ามนุษย์อย่างแยกไม่ออก เหยื่อมักถูกหลอกด้วยข้อเสนอการทำงานที่ดูดี ก่อนจะถูกบังคับให้ทำงานหลอกรัก หรือหลอกลงทุนคริปโทเคอร์เรนซี ในสภาพความเป็นอยู่ที่ใกล้เคียงกับทาส ในแต่ละปีขบวนการเหล่านี้สร้างความเสียหายแก่คนทั่วโลกเป็นมูลค่าหลายหมื่นล้านดอลลาร์




ข้อมูลจาก : apnews
อ่านข้าวที่เกี่ยวข้อง
- “เขมร” อ่วม! ราคาน้ำมันพุ่งเกือบ 20% เผยมีน้ำมันสำรองในประเทศแค่ 21 วัน
- ทหารเขมร โชว์ศอกมะพร้าว เย้ย บัวขาว โวแค่ทีเดียวก็แตกแล้ว ไม่ต้องทำหลายที
- โป๊ะแตก! กัมพูชาผุด เศียรพระในรากไม้ ชาวเน็ตจับผิด ปูนยังไม่แห้ง หวังเคลมไทย?
ติดตาม The Thaiger บน Google News:





