สรุป “ประท้วงอิหร่าน” คนอดอยากลงถนน ลามล้มระบอบรัฐอิสลาม เกิดอะไรขึ้นบ้าง
สรุปเหตุการณ์ ประท้วงอิหร่าน เข้าสู่ยุคมืด เมื่อปากท้องพาคนลงถนน เดิมพันครั้งสุดท้ายเพื่อโค่นล้มระบอบปกครอง
ขณะนี้ประเทศอิหร่านกำลังถูกตัดขาดจากโลกภายนอก รัฐบาลตัดสินใจตัดสัญญาณอินเทอร์เน็ตและโทรศัพท์ทั่วประเทศ หวังปิดหูปิดตาไม่ให้ภาพความรุนแรงจากการปราบปรามประชาชนเล็ดลอดออกมา แต่เสียงตะโกนด้วยความคับแค้นของผู้คนกลับดังไปไกลกว่านั้น
การประท้วงใหญ่ทั่วประเทศรอบนี้ คือสัญญาณว่าระบอบการปกครองโดยผู้นำศาสนาอิสลามที่ดำเนินมากว่า 40 ปี กำลังเผชิญกับวิกฤตศรัทธาครั้งใหญ่ที่สุด
จุดเริ่มต้นประท้วงในอิหร่าน เมื่อความหิวโหยน่ากลัวกว่ากระสุนปืน
ชนวนเหตุไม่ได้เริ่มจากนักศึกษาหรือนักเคลื่อนไหวทางการเมือง แต่เริ่มจาก “กลุ่มพ่อค้าในตลาด” (Bazaaris) ซึ่งในหน้าประวัติศาสตร์อิหร่าน กลุ่มนี้คือฐานเสียงสำคัญ เป็นผู้สนับสนุนหลักของรัฐบาลมาโดยตลอด ย้อนกลับไปเมื่อปี 1979 กลุ่มพ่อค้า คือท่อน้ำเลี้ยงที่ช่วยให้การปฏิวัติอิสลามสำเร็จจนโค่นล้มระบอบกษัตริย์เดิมได้
แต่ในวันนี้ พ่อค้าแม่ขายกลับต้องปิดร้านและเดินลงถนนเสียเอง

ผู้ประท้วงเดินขบวนในใจกลางกรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน วันจันทร์ที่ 29 ธันวาคม 2025 (Fars News Agency via AP)
สาเหตุหลักมาจากสภาวะเศรษฐกิจที่พังพินาศ ค่าเงินเรียลของอิหร่านดิ่งลงเหว จนตอนนี้ต้องใช้เงินถึง 1.4 ล้านเรียลเพื่อแลกเงินเพียง 1 ดอลลาร์สหรัฐฯ เงินเฟ้อพุ่งสูงกว่า 40%
สิ่งที่ซ้ำเติมความเดือดร้อนคือรัฐบาลตัดสินใจยกเลิกมาตรการช่วยเหลือและตรึงราคาสินค้า ทำให้สินค้านำเข้าพื้นฐานพุ่งสูงขึ้นชั่วข้ามคืน น้ำมันพืชและเนื้อไก่กลายเป็นของหายากและราคาแพงจนคนทั่วไปเอื้อมไม่ถึง รัฐบาลพยายามแก้ปัญหาด้วยการแจกเงินคนละประมาณ 7 ดอลลาร์ต่อเดือน (ราว 200 กว่าบาท) ซึ่งประชาชนมองว่ามันไม่ได้ช่วยอะไรเลย
เรื่องปากท้อง ทำให้ต้องลุกขึ้นสู้ ลามสู่ “ผีของพระเจ้าแผ่นดิน”
เมื่อความอดอยากเข้าครอบงำ ความกลัวจึงหายไป การประท้วงที่เริ่มในกรุงเตหะรานได้ลุกลามไปกว่า 100 เมืองทั่วประเทศ จนข้อเรียกร้องได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
จากเดิมที่ขอให้แก้ปัญหาเศรษฐกิจ ตอนนี้ผู้ชุมนุมตะโกนขับไล่ “อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี” ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน มีการเผาทำลายธงชาติและสถานที่ราชการ
กระแสโหยหาอดีตในหมู่ประชาชนลุกโชนอย่างน่ากลัว ผู้ชุมนุมจำนวนมากตะโกนสโลแกนว่า “นี่คือศึกครั้งสุดท้าย ปาห์ลาวีจะคืนถิ่น” (This is the last battle, Pahlavi will return) ซึ่งหมายถึง “เรซา ปาห์ลาวี” มกุฎราชกุมารของอดีตพระเจ้าชาห์ที่ถูกโค่นล้มไปเมื่อ 40 ปีก่อน ซึ่งปัจจุบันลี้ภัยอยู่ในสหรัฐฯ
ภาพที่เห็นคือคนรุ่นใหม่และคนรุ่นเก่าที่เคยสนับสนุนรัฐบาลศาสนา กลับมาเรียกร้องหาอดีตราชวงศ์ที่พวกเขาเคยขับไล่ สะท้อนให้เห็นว่าประชาชนหมดหวังกับระบอบปัจจุบันจนถึงขีดสุด

สหรัฐฯ ขู่ “ถล่มซ้ำ” เปิดเปลือยความอ่อนแอของอิหร่าน
จังหวะเวลาของการประท้วงครั้งนี้เกิดขึ้นในวันที่อิหร่าน “อ่อนแอที่สุด”
ในเชิงภูมิรัฐศาสตร์ อิหร่านเพิ่งบอบช้ำจากสงคราม 12 วันกับอิสราเอลและสหรัฐฯ เมื่อเดือนมิถุนายน 2025 ส่งผลให้โรงงานนิวเคลียร์หลายแห่งถูกทำลาย มิหนำซ้ำ พันธมิตรที่อิหร่านฟูมฟักมานานที่เรียกว่า “อักษะแห่งการต่อต้าน” (Axis of Resistance) ก็ล่มสลายลง ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มฮามาสที่ถูกปราบในกาซา กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอนที่สูญเสียผู้นำ หรือการล่มสลายของรัฐบาลบาชาร์ อัล-อัสซาด ในซีเรีย
เมื่ออิหร่านไร้เขี้ยวเล็บ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ จึงได้ทีข่มขู่ซ้ำ ประกาศกร้าวว่า “หากรัฐบาลอิหร่านเริ่มฆ่าประชาชนเมื่อไหร่ สหรัฐฯ จะโจมตีกลับอย่างหนักหน่วง”
ทรัมป์ยังยกตัวอย่างความสำเร็จในการจับกุมประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร ของเวเนซุเอลา มาเป็นคำเตือนถึงผู้นำอิหร่าน

ตัดเน็ต ปิดข่าว ปิดข่าวคนตาย
รัฐบาลอิหร่านเลือกใช้วิธีเดิมที่เคยใช้เสมอเมื่อภัยมาถึงตัว ด้วยการตัดสัญญาณอินเทอร์เน็ต เพื่อสกัดกั้นการนัดหมายชุมนุม ปิดข่าวการสังหารประชาชน องค์กรตรวจสอบความปลอดภัยไซเบอร์ระบุว่า นี่คือสัญญาณอันตรายว่ารัฐบาลกำลังเตรียมใช้ ความรุนแรงขั้นเด็ดขาด
รายงานจากองค์กรสิทธิมนุษยชนระบุว่า มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 45 ราย ในจำนวนนี้มีเด็กรวมอยู่ด้วยถึง 8 ราย มีผู้ถูกจับกุมไปแล้วกว่า 2,000 คน ขณะที่ฝั่งรัฐบาลเองก็สูญเสียเจ้าหน้าที่ความมั่นคงไปหลายนายจากการปะทะกับผู้ชุมนุมที่โกรธแค้น
ความหวังอันเลือนราง ประท้วงที่ไม่มีวันชนะ
แม้ประธานาธิบดี มาซูด เปเซชเคียน ที่เพิ่งรับตำแหน่งได้ปีกว่า จะพยายามออกมาพูดให้ความหวังและขอให้เจ้าหน้าที่อดทนอดกลั้น แต่ดูเหมือนคำพูดเหล่านั้นจะสายเกินไปสำหรับประชาชนที่ต้องดิ้นรนหาเงินซื้อยาและอาหาร
เสียงสะท้อนจากชาวบ้านในเตหะรานคนหนึ่งบอกว่า “ชีวิตที่นี่เหมือนแขวนอยู่บนเส้นด้าย จะบินหนีก็ไม่มีปีก จะอยู่ที่นี่ต่อก็ไร้ความหวัง มันทนไม่ไหวแล้ว”
ขณะที่อีกคนบอกว่า “ฉันได้กลิ่นของเสรีภาพ เมื่อเราลงถนน เรากล้าเปิดหน้า เพราะเราไม่มีอะไรจะเสียอีกแล้ว”
สถานการณ์ในอิหร่านขณะนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องของราคาไก่หรือน้ำมัน แต่มันคือเดิมพันครั้งสุดท้ายของประชาชนที่ต้องการทวงคืนอนาคต ท่ามกลางสายตาของมหาอำนาจโลกที่จ้องมองอยู่ และพร้อมจะเปลี่ยนกระดานหมากนี้ได้ทุกเมื่อหากรัฐบาลอิหร่านก้าวพลาดเพียงนิดเดียว

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- “ทรัมป์” เตือน “อิหร่าน” สหรัฐฯพร้อมโจมตีรุนแรง หากเริ่มฆ่าผู้ชุมนุมประท้ว
- ไทยงัดหลักฐาน ทหารกัมพูชาวางทุ่นระเบิด กลางที่ประชุมเจนีวา ด้านเขมรประท้วงวุ่น
- สรุป “สงครามซูดาน” นรกบนดิน ข่มขืนทารก ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ 12 ล้านคนไร้บ้าน โลกเงียบกริบ
ติดตาม The Thaiger บน Google News:





