สรุปดราม่าปม พระสิ้นคิด รุกป่า 12 ไร่ สู่วันที่กรมป่าไม้ ยืนยัน “ไม่จับ-ไม่ไล่ วัดอยู่ต่อได้”

สรุปดราม่าปม หลวงตาสินทรัพย์ (พระสิ้นคิด) บุกรุกป่า 12 ไร่ สู่วันที่ กรมป่าไม้ แถลงยืนยัน “ไม่จับ-ไม่ไล่ วัดอยู่ต่อได้”
จุดเริ่มต้นของเรื่องราว เรื่องนี้เริ่มมาจากการที่มีคนร้องเรียนไปทางกรมป่าไม้อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2567 โดยผู้ร้องเรียนระบุว่า “วัดป่าบ่อน้ำพระอินทร์ จ.อุบลราชธานี ซึ่งมี หลวงตาสินทรัพย์ หรือ พระสิ้นคิด จำพรรษาอยู่ มีการสร้างกุฏิและสิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ รุกล้ำออกไปนอกพื้นที่ที่ทางการอนุญาตให้ใช้ประโยชน์
เมื่อมีคนร้องเรียนกรมป่าไม้จึงส่งเจ้าหน้าที่ชุดเฉพาะกิจ พร้อมด้วยตำรวจและฝ่ายปกครอง ลงพื้นที่ไปตรวจสอบข้อเท็จจริง และพบว่าพื้นที่ในการดูแลของวัดนั้น แบ่งออกเป็น 3 โซนหลัก คือ
- โซนที่ 1 พื้นที่สร้างวัด (15 ไร่) โซนนี้ “ถูกกฎหมาย 100%” ได้รับอนุญาตให้สร้างวัดถูกต้องตามกฎหมาย และเป็นที่ตั้งกุฏิของหลวงตาสินทรัพย์
- โซนที่ 2 พื้นที่พุทธอุทยาน (484 ไร่) โซนนี้เป็นพื้นที่ป่าไม้ แต่กรมป่าไม้และวัดทำข้อตกลงร่วมกันภายใต้โครงการ “พระสงฆ์ช่วยงานป่าไม้” เพื่อให้พระและลูกศิษย์ช่วยกันดูแลฟื้นฟูป่า ซึ่งโซนนี้ก็ไม่มีปัญหาอะไร
- โซนที่ 3 พื้นที่ส่วนเกิน (12 ไร่) ซึ่งโซนที่เป็นปัญหา เพราะเจ้าหน้าที่พบว่ามีสิ่งปลูกสร้าง (เช่น กุฏิ) รวม 48 รายการ กินพื้นที่ประมาณ 12 ไร่ โดยพื้นที่ตรงนี้อยู่นอกเหนือจากโซนที่ 1 และโซนที่ 2 ที่ได้รับอนุญาต
ด้านทนายความของวัดชี้แจงว่า “วัดมีพื้นที่ดูแลกว่า 500 ไร่มานานแล้ว แต่ในปี 2552 มีการยื่นขออนุญาตตั้งวัดและพุทธอุทยาน การขยับปรับแนวเขตใหม่ในตอนนั้น ทำให้กุฏิและสิ่งปลูกสร้างเดิมที่มีอยู่แล้วบางส่วน ถูกดันออกไปอยู่นอกเขตที่ขออนุญาตโดยปริยาย จึงมองว่าปัญหาพื้นที่ส่วนเกิน 12 ไร่นี้ เกิดจากปัญหาทางเทคนิคในอดีต ที่เจ้าหน้าที่ไม่ได้มาปักหมุดแนวเขตให้ชัดเจนตั้งแต่แรก”
ขณะที่ทาง หลวงตาสินทรัพย์ (พระสิ้นคิด) ประธานที่พักสงฆ์ ได้ออกมาไลฟ์สดตำหนิพฤติกรรมของเจ้าหน้าที่ โดยมองว่าการบุกเข้ามาจำนวนมากและใส่รองเท้าขึ้นศาลาเป็นการไม่เหมาะสม
หลวงตาระบุว่า “ตนเข้ามารับช่วงดูแลวัดนี้เมื่อปี 2562 ได้ช่วยฟื้นฟูป่าและซื้อที่ดินคืนจากชาวบ้านมาปลูกป่าเพิ่ม จึงรู้สึกสลดใจและน้อยใจที่ถูกกล่าวหาว่ารุกป่า”
ต่อมาในวันที่ 9 เมษายน 2569 หลวงตาสินทรัพย์ ประกาศปล่อยวางและเตรียมพาคณะสงฆ์ แม่ชี รวมถึงเหล่าลูกศิษย์ รวมแล้วกว่า 1,000 คน อพยพออกจากวัดภายใน 7 วัน ด้วยรถบัสกว่า 40 คัน โดยอาจเดินธรรมยาตราไปที่ อบต.ช่องเม็ก หรือศาลากลางจังหวัดอุบลฯ เพื่อทิ้งสมบัติแผ่นดินคืนให้รัฐไปดูแลเอง
หลังมีข่าวการเตรียมอพยพคนนับพันออกจากวัดหลวงตาสินทรัพย์ อธิบดีกรมป่าไม้ และเจ้าหน้าที่ระดับสูงได้จัดแถลงข่าวในทันที เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น และเพื่อลดระดับความขัดแย้ง โดยทางกรมป่าไม้ ยืนยันว่า
“พื้นที่ที่ได้รับอนุญาตแล้ว ทั้งโซนตั้งวัด 15 ไร่ และโซนพุทธอุทยาน 484 ไร่ ทางวัดยังสามารถใช้ประโยชน์ได้ตามปกติ ไม่มีการยกเลิกสิทธิใด ๆ สำหรับพื้นที่ส่วนเกิน 12 ไร่ นั้นเป็นการไปแจ้งความเพื่ออายัดและยึดคืนพื้นที่กลับมาเป็นของรัฐ ตามกระบวนการกฎหมายป่าไม้ โดยไม่ได้ระบุตัวผู้กระทำความผิด ไม่ได้มีการแจ้งข้อหาหรือกล่าวโทษหลวงตาสินทรัพย์ พระสงฆ์ แม่ชี หรือลูกศิษย์ และไม่มีการจับกุมบุคคลใดในวัดทั้งสิ้น
ส่วนเรื่องการเข้าตรวจสอบเป็นไปตามนโยบายบังคับใช้กฎหมายเมื่อมีผู้ร้องเรียน ยืนยันว่าทุกอย่างดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา ไม่ได้มีเจตนากลั่นแกล้ง และไม่มีคำสั่งขับไล่ใครออกจากพื้นที่ ทุกคนในวัดยังคงสามารถพักอาศัยและปฏิบัติธรรมในเขตพื้นที่ที่ถูกต้องได้เช่นเดิม อีกทั้งทางวัดและกรมป่าไม้ยังคงสามารถร่วมมือกันในโครงการ “พระสงฆ์ช่วยงานป่าไม้” เพื่อดูแลและฟื้นฟูผืนป่าในเขต 484 ไร่ได้ตามปกติต่อไป”

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- สาธุ เปิดประวัติ “หลวงตาสินทรัพย์” จากวังวนนักเลง สู่พระวัดป่ามากศรัทธา
- ศรัทธาแรง “กู๋เคี้ยง” บริจาคที่ดินพันล้านให้ หลวงตาสินทรัพย์
- สาธุรัวๆ แม่ชีเจิ้นถวายรถหรู 7 ล้านให้ “หลวงตาสินทรัพย์” ส่องเลขทะเบียนรถซื้อหวย
- อนันต์ชัย ฟ้อง “แพรี่” ลูกเพจงานเข้าด้วย ปมหมิ่นหลวงตาสินทรัพย์
- เพจ “พระสิ้นคิด” แจงปมบริจาคที่ดิน 1 พันล้าน คลิปเก่า-หลวงตายังไม่รับถวาย
อ้างอิงจาก : FB อรรถรส
ติดตาม The Thaiger บน Google News:



