สีสันเลือกตั้ง 69 บุญต้องสร้างสิทธิก็ต้องใช้ ไวรัล “แตรวงแห่นาคถล่มคูหา”
สี่เท้ายังรู้พลาด นักเลือกตั้งยังรู้เพลิน ปฐมบทแห่งการหย่อนบัตร 8 กุมภาพันธ์ 2569 มิได้มีเพียงบรรยากาศห่มคลุมด้วยความเคร่งขรึมแห่งอำนาจรัฐ หากแต่เจือปนด้วยรสนิยมอันพิลึกพิลั่นและเปี่ยมด้วยอารมณ์ขันของ “ราษฎรไทย” ที่แห่กันมาสำแดงสิทธิด้วยท่วงท่าอันวิจิตรพิสดาร
บรรยากาศการเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 นอกจากจะลุ้นระทึกกับผลคะแนนแล้ว โลกโซเชียลยังระเบิดไอเดียสร้างสรรค์ ปล่อยมุกเด็ดและภาพไวรัลที่สะท้อนอารมณ์ขันของคนไทยท่ามกลางความตึงเครียดทางการเมืองได้อย่างเผ็ดร้อน
ทั้งนี้ แม้จะเน้นฮา แต่ กกต. ฝากเตือนว่า “ห้ามถ่ายภาพบัตรเลือกตั้งที่ลงคะแนนแล้ว” หรือเซลฟี่ในคูหาเด็ดขาด เพราะมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับนะครับ สนุกได้แต่อย่าทำผิดกฎหมาย!
วิจิตรตระการ “ดอกจาน” บานในหน่วยเลือกตั้ง
พญาไม้แห่งที่ราบสูงถูกอัญเชิญมาสถิตบนศีรษะของ “จิรวัฒน์” ดีไซเนอร์หนุ่มผู้เปี่ยมด้วยอัตลักษณ์ เขาเดินเยื้องย่างเข้าสู่คูหาด้วยชุดไทยประยุกต์ที่ประดับประดาด้วย “มงกุฎดอกจาน” สีส้มสด แย้มบานสะพรั่งกลางมหาสารคาม
เจ้าตัวลั่นวาจาว่า นี่คือการสำแดงตนในฐานะ “คนอีสาน” ที่ต้องการเห็นรัฐธรรมนูญในฝันและกฎหมายที่เดินตาม “ทำนองคลองธรรม” มากกว่าที่เป็นอยู่ แม้จะไปเลือกตั้งล่วงหน้ามาแล้วเมื่อวันที่ 1 ก.พ.69 ที่ผ่านมา แต่ในวันประชามติเขาก็ยังกลับมาทำหน้าที่พลเมืองให้คุ้มค่าทุกเม็ดทราย


บุญก็ต้องสร้าง สิทธิก็ต้องใช้ “แตรวงแห่นาคถล่มคูหา”
ที่อำเภอหนองแค จังหวัดสระบุรี เสียงฉิ่งฉาบกลองยาวสนั่นหวั่นไหวไปทั่ววัดหนองพระบาง เมื่อ “นาคปอนด์” และ “นาคตั้ม” 2 ชายชาตรีตัดสินใจ “บวชหน้าไฟ” ก่อนจะเข้าอุโบสถอุปสมบททดแทนคุณบิดามารดา ทั้งสองขอร้องให้คุณพ่อช่วยขับรถ 6 ล้อ แห่ขบวนนาคพร้อมญาติมิตรมาชะโงกดูบัญชีรายชื่อหน้าหน่วยเลือกตั้ง
บรรยากาศเต็มไปด้วยความรื่นเริงหรรษา นาคทั้งสองเข้าคูหาก่อนเข้าโบสถ์ สะท้อนภาพจำใหม่ว่า “หน้าที่ทางโลกและทางธรรม เราทำควบคู่กันได้ไม่ขาดตกบกพร่อง”

ไวรัลสายแซะ “ชนะไปก็ไม่ได้ตั้งรัฐบาล”
ในดินแดนแห่งปลายนิ้วสัมผัสจอ โลกออนไลน์กลับคึกคักด้วยอารมณ์ขันอันเจ็บแสบ เมื่อภาพล้อเลียนพร้อมแคปชั่น “ชนะไปก็ไม่ได้ตั้งรัฐบาล ฮาเลือกไปดาวอังคารกับพี่เต้ดีกว่า” (เครดิต thk.cr) ถูกแชร์ว่อนประหนึ่งไฟลามทุ่ง เป็นการเสียดสีระบบการเมืองไทยที่ซับซ้อนซ่อนเงื่อนจนประชาชนเริ่มเบื่อหน่าย และเลือกที่จะใช้เสียงหัวเราะเป็นอาวุธในการสื่อสารทางการเมือง
อารมณ์ขันเหล่านี้หาใช่เรื่องเหลวไหล หากแต่เป็น “ภาษาการเมือง” อีกแขนงหนึ่งที่ชาวสยามใช้ปลอบประโลมตนเองท่ามกลางกระแสธารแห่งความขัดแย้ง พลังของเสียงหัวเราะในคูหาวันนี้ (8 ก.พ.) จึงไม่ได้มีราคาเพียงแค่ตลกบริโภค หากแต่เป็นเสียงสะท้อนที่ฝ่ายกุมอำนาจมิอาจมองข้ามด้วยสายตาอันเย็นชาได้เลย.

ขอบคุณข้อมูลจาก : Siamrath , LUI News – สำนักข่าวลุย
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- งามไส้คลิปแฉ กปน.หน่วยเลือกตั้งสุดมั่ว ตอบมาได้สีชมพูแบ่งเขตถูกแล้วค่ะ!
- นิด้าโพล ทำนายผลการเลือกตั้ง สส. กรุงเทพ ส้มกวาดเรียบ
- ศึกหีบเลือกตั้ง 69 ไทย VS ญี่ปุ่น วัดกันหมัดต่อหมัด วัสดุ-เทคโนโลยี-งบประมาณ ใครเจ๋งกว่ากัน?
ติดตาม The Thaiger บน Google News:





