ข่าว

ธรรมนัส โต้คนมอง พรรคสแกมเมอร์ แจงรู้จัก เบน สมิธ ยันบริสุทธิ์ ท้าสอบเส้นทางเงิน

ธรรมนัส ตอบกลับคนมอง พรรคสแกมเมอร์ ยอมรับรู้จัก ‘เบน สมิธ’ แจงสาเหตุเคยทำบุญ-ถ่ายรูปด้วยกัน ยืนยันความบริสุทธิ์ เป็นนักการเมืองกล้าชนกลุ่มทุน สิ่งผิดกฎหมาย ขอสู้เพื่อประชาชน

หลังจากวานนี้ นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา ผู้ดำเนินรายการ กรรมกรข่าวคุยนอกจอ พาไปล้วงลึกประเด็นร้อนกรณีประกันสังคมสั่งตัดสูทให้เจ้าหน้าที่กว่า 7,000 คน รวมเงินกว่า 35 ล้าน จนถูกหลายคนมองว่าใช้เงินฟุ่มเฟือย วันนี้ (30 มกราคม 2569) ใกล้ช่วงวันเลือกตั้งจึงหันมาเจาะลึกเรื่องการเมือง โดยชวน ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า แคนดิเดตนายกฯ พรรคกล้าธรรม เปิดเผยถึงสถานการณ์ทางการเมืองและข้อครหาต่าง ๆ

นายสรยุทธ เริ่มต้นด้วยการสอบถามว่า กรณีพรรคประชาธิปัตย์และพรรคประชาชนประกาศชัดเจนว่าจะไม่ร่วมงานด้วย ฝั่ง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ยอมรับว่าเป็นพรรคเดียวที่มีข้อจำกัดทางการเมืองสูง จากประสบการณ์ทางการเมืองตั้งแต่ยุคไทยรักไทยจนถึงปัจจุบัน ตนมองว่าพรรคที่ประกาศตัวหรือออกมาโจมตีว่าไม่เอาคนนั้นคนนี้มักจะจบลงที่การเป็นฝ่ายค้าน ตามสถิติที่ผ่านมา

เมื่อถูกถามถึงความสัมพันธ์กับ เบน สมิธ ที่ก่อนหน้านี้ถูกกล่าวหาว่าไปโยงใยกับกลุ่มสแกมเมอร์ ฝั่ง ร.อ.ธรรมนัส ยอมรับว่ารู้จักบุคคลดังกล่าวจริง ผ่านการแนะนำของกลุ่มอีลีท (Elite) หรือกลุ่มชนชั้นนำที่ตนสมาคมด้วย รู้จักกันมาก่อนหน้านี้แต่ไม่ได้ไปมาหาสู่กันลึกซึ้ง เพียงแค่รับรู้ว่าเขาคือ เบน สมิธ

ต่อมาขยายความถึงข้อกล่าวหาของนายเบน สมิธ โดยเน้นย้ำว่าสังคมต้องแยกแยะระหว่าง ‘สแกมเมอร์’ กับ ‘เว็บพนัน’ ให้ชัดเจน เพราะสแกมเมอร์ คือขบวนการหลอกลวง โกหกให้ประชาชนหลงเชื่อและสูญเสียทรัพย์สิน ถือเป็นเรื่องร้ายแรงที่สุดและต้องจัดการขั้นเด็ดขาด

ในฐานะที่ตนมีประสบการณ์ดูแลเรื่องการปราบปรามการค้ามนุษย์ ร.อ.ธรรมนัส เสนอแนวทางแก้ปัญหาสแกมเมอร์ ส่วนใหญ่อยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน เช่น กัมพูชา หรือ พม่า หากตนมีอำนาจหน้าที่จะใช้มาตรการคัดกรองคนไทยที่จะเดินทางไปประเทศเหล่านี้อย่างเข้มงวด หากไปแล้วไม่กลับตามกำหนด ต้องยึดพาสปอร์ตและจัดการขั้นเด็ดขาดทันที

ในขณะที่ ‘เว็บพนัน’ คือการเปิดเล่นพนันแบบผิดกฎหมาย ซึ่งเป็นการสมยอมของผู้เล่น แม้จะผิดกฎหมายไทยแต่ในสากลโลกส่วนใหญ่มีกัน ตนไม่ได้บอกว่าควรมีหรือไม่มี แต่อย่าเป็นคนที่ไม่ยอกรับความเป็นจริงในสังคมโลก ถา้ถามว่าอยากให้มีไหม ตนไม่มีความรู้เรื่องนี้ แต่ชี้ว่าน้ำหนักความผิดต่างกัน

ส่วนกรณีคนของพรรคตนที่โดนคดี ก็ต้องปล่อยให้พิสูจน์กันไป เดี๋ยวศาลพิพากษาเองว่าผิดหรือไม่ผิด

ภาพจาก Facebook : สรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว

นายสรยุทธ สอบถามกรณีที่มีการเชื่อมโยงว่าทีมงานของ ร.อ.ธรรมนัส ไปเป็นทนายให้ เบน สมิธ นั้น ร.อ.ธรรมนัส ชี้แจงว่าทนายความคนดังกล่าวเคยเป็นทนายให้ เบน สมิธ มาก่อนที่จะมาร่วมงานกับตน และเคยอยู่กับทีมงานของ นายเสรีพิศุทธ์ มาก่อน ตนไม่ได้เป็นคนแนะนำแต่อย่างใด

ส่วนภาพถ่ายร่วมกันหรือการไปทำบุญนั้น ตนมองว่าเป็นเรื่องปกติของนักการเมืองที่มีคนมาขอถ่ายรูปด้วยมากกว่า 100 คน และ ถ่ายรูปคู่นักการเมืองมากว่า 20 คน และสามารถตรวจสอบได้เลยว่าเส้นทางการเงินว่ามีธุรกรรมร่วมกันหรือไม่

สำหรับประเด็นที่ไปปรากฏตัวที่กระทรวงดิจิทัลฯ ในวันที่ เบน สมิธ ไปเซ็น MOU ร.อ.ธรรมนัส เล่าว่าวันนั้นตนนัดคุยงานเรื่องข่าวสารภาคการเกษตรกับนายประเสริฐ จันทรรวงทอง และไม่ทราบล่วงหน้าว่านายเบนจะมา แต่เมื่อไปเจอก็ทักทายกันตามปกติ

ส่วนเนื้อหาใน MOU โดยเฉพาะเรื่องการสแกนม่านตาที่ถูกตั้งข้อสงสัย ร.อ.ธรรมนัส ให้ความเห็นว่าผู้ที่ลงนามฝ่ายไทยคือ นายวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ซึ่งเป็นถึงอดีตผู้พิพากษาและปลัดกระทรวงยุติธรรม ย่อมไม่ทำอะไรที่โง่เขลาหรือผิดกฎหมายแน่นอน ต้องไปดูรายละเอียดใน MOU ว่าระบุเรื่องที่ผิดกฎหมายไว้หรือไม่

ในช่วงท้าย ร.อ.ธรรมนัส ย้ำจุดยืนว่าตนเป็นนักการเมืองที่กล้าชนกับกลุ่มทุนและสิ่งผิดกฎหมายเพื่อปกป้องคนฐานราก ที่ยอมชนทุกอย่างไม่ใช่เพราะตนเองแต่เป็นเพราะพี่น้องประชาชนทั้งนั้น พร้อมยืนยันความบริสุทธิ์และพร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมหากมีข้อสงสัย

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ติดตาม The Thaiger บน Google News:

sukanlaya s.

นักเขียนบทความ SEO ประจำเว็บไซต์ The Thaiger จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เชี่ยวชาญงานเขียนประเภท ข่าวกระแสสังคม และบทความไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะเป็น รีวิวที่เที่ยว เทรนด์แฟชั่นและความงาม พร้อมแนะนำกระแสมาแรง ทันเหตุการณ์ ช่องทางติดต่อ ying@thethaiger.com

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to top button