เปิดคลิปวินาทีระทึก คนร้ายขว้างระเบิดใส่ส.ส.หญิงฮอนดูรัส กลางฝูงชนหน้ารัฐสภา

เรียกว่าอุกอาจก็คงไม่แปลก เมื่อคนร้ายปาระเบิดทรงกลมใส่ศีรษะของส.ส.หญิงฮอนดูรัส ก่อนเกิดระเบิดขึ้น ขณะที่กำลังเดินไปแถลงข่าวด้านหน้าสภา
กิดเหตุการณ์สะเทือนขวัญบริเวณหน้าอาคารรัฐสภาแห่งชาติฮอนดูรัส เมื่อนาง กลาดิส ออโรร่า โลเปซ (Gladis Aurora López) สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรวัย 65 ปี ถูกลอบทำร้ายด้วยวัตถุระเบิดท่ามกลางฝูงชนและกลุ่มนักข่าว
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่น ขณะที่กลุ่มนักการเมืองจากพรรคฝ่ายค้าน (National Party) กำลังเตรียมตัวให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน โดยในคลิปวิดีโอจากพยานในที่เกิดเหตุเผยให้เห็นภาพ สส. โลเปซ กำลังเดินโบกมือทักทายนักข่าว ก่อนที่วัตถุรูปทรงกลมจะพุ่งเข้ากระแทกบริเวณท้ายทอยของเธอและเกิดการระเบิดขึ้นทันที
BREAKING: Video shows someone throwing an explosive toward a crowd near the outskirts of Honduras’ Congress. pic.twitter.com/FB6zypq4qw
— Faytuks Network (@FaytuksNetwork) January 8, 2026
นายโตมัส ซัมบราโน หัวหน้าวิปพรรคฝ่ายค้าน ระบุว่า สส. โลเปซ บาดเจ็บสาหัส มีบาดแผลฉกรรจ์และเลือดออกมากบริเวณศีรษะและแผ่นหลัง เธอได้รับการปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนถูกส่งตัวไปยังโรงพยาบาลเอกชนในเวลาต่อมา
ขณะที่พรรคฝ่ายค้านได้ออกแถลงการณ์ประณามเหตุการณ์ครั้งนี้อย่างรุนแรง โดยอ้างว่าผู้ก่อเหตุเป็นสมาชิกของพรรครัฐบาล (Liberty and Refoundation Party) ซึ่งนำโดยอดีตประธานาธิบดี มานูเอล เซลายา และประธานาธิบดี ซิโอมีรา กัสโตร

เหตุลอบทำร้ายครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดหลังการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่ผ่านมา ซึ่งผู้สมัครจากพรรคฝ่ายค้านชนะการเลือกตั้งด้วยคะแนนทิ้งห่างไม่ถึง 1 เปอร์เซ็นต์ ท่ามกลางสถานการณ์ของประเทศที่กำลังอยู่ในช่วงเตรียมส่งมอบอำนาจประธานาธิบดีในวันที่ 27 มกราคมนี้ ทำให้เกิดความขัดแย้งระหว่างกลุ่มสนับสนุนรัฐบาลและฝ่ายค้านอย่างหนัก
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่สามารถจับกุมผู้กระทำผิดได้ และกำลังเร่งตรวจสอบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บรายอื่นจากแรงระเบิดเพิ่มเติมหรือไม่
พรรคฝ่ายค้านย้ำชัดว่า “ความรุนแรงทางการเมืองเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้และจะไม่ทนต่อพฤติกรรมนี้ไม่ว่ากรณีใดๆ” ขณะที่สถานการณ์ความมั่นคงในเมืองหลวงยังคงเข้มงวดเพื่อป้องกันเหตุปะทะซ้ำรอยครับ
อ้างอิง : www.news.com.au
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
ติดตาม The Thaiger บน Google News:





