วิโรจน์ โพสต์เทียบเกมในสภาคล้ายฟุตบอล เจอผู้เล่นเกเร ทางออกไม่ใช่แค่อดทน

วิโรจน์ โพสต์เทียบเกมในสภาคล้ายฟุตบอล เจอผู้เล่นเกเร ทางออกไม่ใช่แค่อดทน หลังนายคริส กล่าวหา สส.พรรคส้ม ใช้ ChatGPT เขียนอภิปราย
จากกรณีที่ นายคริส โปตระนันทน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจ ลุกขึ้นประท้วง นายภัณฑิล น่วมเจิม สส.กทม. พรรค ปชน. ทำผิดข้อบังคับประชุมสภาฯ โดยนายคริส กล่าวว่า เชื่อว่าขณะนี้ประชาชนมีปัญหากับ สภาฯ แห่งนี้ มีปัญหากับนักการเมืองที่เขาเลือกเข้ามา ทำงานคุ้มค่าเงินภาษีหรือไม่ เข้ามาแล้วใช้ Chat GPT เขียนอภิปราย หรือเปล่า ใช้ Chat GPT แล้วยังท่องไม่ได้ แล้วเข้ามาอภิปรายในสภาฯ อันศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ ทำงานคุ้มค่าภาษีที่ประชาชน จ่ายหรือไม่ บางคนเป็นสามล้อถูกหวย เกาะพรรคเข้ามา ไม่มีความเก่ง ไม่ได้มีความเป็นตัวเอง แต่ท่านได้เข้ามาสู่สภาฯ ต้องตระหนักว่า ทำงานให้คุ้มภาษีไหม ได้สิทธิ์มากเกินกว่าประชาชนทั่วไปหรือไม่ จนกลายเป็นเหตุวุ่นวายในการประชุมสภาเมื่อวานนี้ (2 เมษายน 69) นั้น
นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรคประชาชนและอดีต สส. ของพรรคได้โพสต์ข้อความเฟซบุ๊กระบุว่า “เมื่อเจอผู้เล่นเกเรตามประกบ คอยยั่วยุ เพื่อหวังให้เราน้อตหลุดทำฟาล์วแล้วรับใบแดง
เกมในสภา และงานการเมือง บางทีมันก็คล้ายๆ กับเกมฟุตบอล เวลาที่ถูกฝ่ายตรงข้ามคอยประกบตอดไม่เลิก มีลูกตุกติกตลอด เวลาประกบตัวประกบก็จะคอยพูดเหยียดหยามยั่วยุอยู่นั่น เป็นแท็คติกที่คู่แข่งตั้งใจใช้เพื่อทำลายสมาธิ และหวังให้ผู้ดล่นตัวสำคัญของทีมเรา หมดความอดทน จนไปทำฟาล์วรุนแรงจนต้องใบแดงออกจากสนาม ดังนั้นหากรับมือกับการยั่วยุผิดวิธี เกมจะเสียหายทันที
ทางออกจึงไม่ใช่แค่ “อดทน” แต่ต้องปรับแท็กติกของทีมอย่างมีระบบ
ประการแรก ต้องเปลี่ยนบทบาทของผู้เล่นตัวหลัก จาก “ตัวทำเกม” เป็น “ตัวหลอก” เพื่อเปิดพื้นที่ให้เพื่อนร่วมทีมเล่นแทน วิธีนี้จะทำให้การประกบสูญเปล่า และกลายเป็นข้อได้เปรียบของทีมเรา งานการเมืองก็เหมือนกันครับ เป็นเวลาที่ผู้เล่นคนอื่นๆ ต้องช่วยกันระดมทำงานที่เป็นประโยชน์กับประชาชน ในประเด็นต่างๆ ให้มีผลงานที่ชัดเจน พอได้ส่องประตูจะๆ สัก 2-3 ครั้ง หรือถ้าดีที่สุดคือทำประตูได้ ผลงานจะเป็นการเอาคืนที่ดีที่สุด
ประการต่อมา ควรลดการครองบอลของผู้เล่นที่ถูกยั่ว โดยใช้การเล่นแบบน้อยจังหวะ พร้อมมีตัวสนับสนุนใกล้ตัวตลอดเวลา เพื่อตัดโอกาสการปะทะ และลดความเสี่ยงในการตอบโต้ทางอารมณ์ ในทางการเมือง ก็คือ อย่าไปสนใจ สส. ฝ่ายตรงข้ามที่คอยยั่วยุ หรือเอาแต่จับผิด แล้วมาพูดจาดูถูกครับ ทำงานของเราไป ถ้าจำเป็นต้องชี้แจง ก็ให้อีกคนช่วยชี้แจงด้วยเหตุด้วยผล ด้วยความสุภาพ และมีวุฒิภาวะ การปะทะก็จะไม่เกิดครับ
นอกจากนี้ การเปลี่ยนจุดโจมตีเป็นอีกหัวใจสำคัญ หากคู่แข่งล็อกเป้าผู้เล่นคนหนึ่ง ทีมควรสลับฝั่งหรือเปลี่ยนรูปแบบการเข้าทำอย่างรวดเร็ว เพื่อทำให้การประกบกลายเป็นสิ่งไร้ประโยชน์ ในงานการเมืองก็คือ ลงไปลุยทำงานในวาระต่างๆ อย่างตอนนี้ราคาน้ำมันดีเซลพุ่งทะยานไปที่ 47.74 บาทต่อลิตรแล้ว ซึ่งผลกระทบมันเกิดขึ้นในหลายมิติมากๆ ไม่ใช่แค่ราคาน้ำมันที่แพงขึ้น ผมคิดว่า สส. ควรลงไปในพื้นที่ เพื่อเก็บข้อมูลปัญหาในวงกว้างทั้งต้นทุนการผลิตของโรงงาน การขาดแคลนวัตถุดิบ ความดิ้นรนของ SME การขาดแคลนเวชภัณฑ์ของโรงพยาบาล ปัญหาเรื่องราคาปุ๋ยของเกษตรกร ภาระที่หนักอึ้งของบริษัทขนส่ง ฯลฯ
ให้เขาตามประกบด่าไปครับ อย่าไปเอาหัวโหม่งแล้วรับใบแดง เปลี่ยนแกนในการบุก แล้วพยายามจบสกอร์ให้ได้ เอาเป็นว่าถ้ายิงประตูขึ้นนำได้เมื่อไหร่ เดี๋ยวเจ้าผู้เล่นที่รับงานให้มายั่วยุ มันจะพูดอะไรไม่ออก
ได้เวลาเปิดเกมรุกที่หลากหลาย ตั้งใจทำงานให้กับประชาชนอย่างเต็มที่ เดี๋ยวบรรยากาศในสภาที่ Toxic ก็จะค่อยๆ ดีขึ้นมาเองครับ”
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- วิโรจน์ ชนะคดี อนุทินฟ้องหมิ่น ปมตำหนิบริหารวัคซีนโควิด ศาลชี้ วิจารณ์สุจริต
- “ไอซ์ รักชนก” แจกสติกเกอร์ หลังราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นอีก 3.50 บาท/ลิตร
- “วิโรจน์” ไม่ทน ยอมรับไม่ได้ “ชูวิทย์” จับแพะชนแกะ ใส่ร้ายพรรคประชาชน
ติดตาม The Thaiger บน Google News:





