อิหร่าน โต้ข่าว ปล่อยเรือน้ำมันอินเดีย ผ่านฮอร์มุซ ยันคุมเข้มขั้นสุด ไม่มีข้อยกเว้น

อิหร่าน ปัดข่าวลือให้สิทธิพิเศษ เรือน้ำมันอินเดียผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ยืนยันคุมเข้ม-ทุกลำต้องขออนุญาต หลังสงครามกระทบเส้นทางขนส่ง ดันราคาน้ำมันโลก
วันนี้ (12 มีนาคม 2669) ทางการอิหร่านออกมาปฏิเสธรายงานข่าวที่อ้างว่า รัฐบาลเตหะรานยอมเปิดทางให้เรือบรรทุกน้ำมันที่ติดธงชาติอินเดียแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ หลังจากมีกระแสข่าวลือว่าอิหร่านยอมผ่อนปรนให้อินเดียเป็นกรณีพิเศษ
ข่าวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจาก นายเอส. ไจชานการ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอินเดีย หารือกับนายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน เพื่อขอให้เปิดเส้นทางทะเลสายสำคัญ เพราะเป็นทางขนส่งน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติ อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวในกรุงเตหะรานได้ยืนยันกับสำนักข่าว NDTV สั้น ๆ แต่ชัดเจนว่า “เรื่องนี้ไม่เป็นความจริง”
ก่อนหน้านี้ สำนักข่าว IANS ของอินเดียรายงานว่า มีเรือบรรทุกน้ำมันสัญชาติอินเดียอย่างน้อย 2 ลำ ได้แก่ Pushpak และ Parimal สามารถแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างปลอดภัย สวนทางกับเรือจากสหรัฐอเมริกา ยุโรป และอิสราเอล ที่ยังถูกจำกัดการเดินเรืออย่างเข้มงวดในน่านน้ำยุทธศาสตร์แห่งนี้
นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า เมื่อสองวันก่อน เรือบรรทุกน้ำมันที่ติดธงชาติไลบีเรียซึ่งบรรทุกน้ำมันดิบจากซาอุดีอาระเบีย และมีกัปตันเรือเป็นชาวอินเดีย เพิ่งเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซและเข้าเทียบท่าที่เมืองมุมไบได้สำเร็จ ถือเป็นเรือลำแรกที่มุ่งหน้าสู่อินเดียและผ่านเส้นทางนี้ได้อย่างปลอดภัย นับตั้งแต่สหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่าน ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้การสัญจรทางทะเลบริเวณนี้หยุดชะงักลง
ท่าทีของอิหร่านในน่านน้ำนี้มีความเด็ดขาดมาตลอด โดยผู้บัญชาการกองกำลังทหารเรือพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) เคยประกาศกร้าวไว้ว่า เรือทุกลำที่ต้องการแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซจะต้องได้รับความเห็นชอบจากอิหร่านก่อน มิฉะนั้นอาจตกเป็นเป้าหมายการโจมตี
ขณะนี้ ปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ และอิสราเอลที่พุ่งเป้าโจมตีอิหร่านล่วงเข้าสู่วันที่ 13 แล้ว และยังไม่มีทีท่าว่าจะยุติลง ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อการเดินเรือ และดันให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ทางอิหร่านได้ยกระดับการคุมเข้มการสัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซเพื่อตอบโต้ พร้อมระบุเงื่อนไขว่า จะอนุญาตให้เฉพาะเรือที่ไม่ได้เอื้อผลประโยชน์ต่อสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลเท่านั้นที่สามารถแล่นผ่านได้อย่างปลอดภัย

ทำไมช่องแคบฮอร์มุซถึงเป็นจุดชี้ชะตาเศรษฐกิจโลก?
ช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางน้ำที่มีความยาวประมาณ 167 กิโลเมตร กว้างที่แคบที่สุดประมาณ 54 กิโลเมตร ตั้งอยู่ระหว่างอิหร่านและโอมาน ทำหน้าที่เชื่อมระหว่างอ่าวเปอร์เซียกับทะเลอาหรับ พื้นที่ตรงนี้เป็นหนึ่งในเส้นทางเดินเรือที่พลุกพล่านและมีความสำคัญทางยุทธศาสตร์มากที่สุดในโลก โดยเฉพาะในภาคพลังงาน เพราะปัจจัยดังนี้
1. เส้นเลือดใหญ่น้ำมันโลก
ในสถานการณ์ปกติจะมีน้ำมันไหลเวียนผ่านน่านน้ำนี้ถึง 13 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือคิดเป็นร้อยละ 31 ของการขนส่งน้ำมันทั่วโลก การจำกัดการเดินเรือบริเวณนี้จะกระทบต่อท่าเรือสำคัญของทั้งอิรัก คูเวต ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ รวมถึงอิหร่านเองด้วย เนื่องจากประเทศเหล่านี้ใช้ช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางหลักในการส่งออกน้ำมันสู่ตลาดโลก
2. ศูนย์กลางก๊าซธรรมชาติ
สัดส่วนมหาศาลของก๊าซธรรมชาติเหลวทั่วโลกก็ต้องขนส่งผ่านช่องทางนี้เช่นกัน หากการขนส่งสะดุดลงเพียงชั่วครู่จะสร้างปัญหาเป็นลูกโซ่ไปถึงตลาดการเงิน ห่วงโซ่อุปทาน และกระทบต่อค่าครองชีพของครัวเรือนทั่วโลก
3. แสนยานุภาพของอิหร่านในพื้นที่
ข้อมูลแผนที่จากสำนักข่าวกรองกลาโหมสหรัฐฯ (DIA) ชี้ว่า กองทัพอิหร่านมีศักยภาพในการโจมตีครอบคลุมพื้นที่ช่องแคบฮอร์มุซและบริเวณใกล้เคียงได้ทั้งหมด ด้วยขีปนาวุธร่อนต่อต้านเรือที่พัฒนาต่อยอดมาจากอาวุธของจีน
4. ความเสี่ยงจากอาวุธสงครามเต็มรูปแบบ
อิหร่านยังสามารถโจมตีเรือต่าง ๆ ด้วยขีปนาวุธพิสัยไกล โดรน เรือเร็วโจมตี และทุ่นระเบิดทางเรือ ซึ่งเป็นยุทธวิธีที่อิหร่านเคยใช้มาแล้วในยุคสงครามอิหร่าน-อิรัก และความร้ายแรงของอันตรายนี้ยิ่งชัดเจนขึ้น จากการที่สหรัฐฯ ต้องพุ่งเป้าโจมตีเรือวางทุ่นระเบิดของอิหร่านในความขัดแย้งระลอกล่าสุด
ข้อมูลจาก : ndtv
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- กระทรวงต่างประเทศ ประท้วงอิหร่านยิงเรือไทย เชิญทูตอิหร่านมาคุยแล้ว
- เพจดังเผย อิหร่าน ไม่เคยให้เรือไทยผ่าน ฮอร์มุซ แค่วัดดวงลอบผ่านแล้วโดนจับได้
- เปิดยอดเงินชราภาพ 3 ลูกเรือไทยสูญหายเหตุเรือมยุรีนารี หนึ่งรายได้แค่ 678 บาท
ติดตาม The Thaiger บน Google News:





