ช่องแคบฮอร์มุซ เป็น “น่านน้ำสากล” จริงหรือ? ทำไมอิหร่านถึงปิดไม่ได้
อิหร่านโต้แย้งสิทธิ์ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ภายใต้ UNCLOS ขณะที่สหรัฐฯ ยืนยันว่ากฎหมายระหว่างประเทศไม่เปิดช่องให้ปิดกั้นการเดินเรือได้
ทุกครั้งที่อิหร่านขู่ปิดช่องแคบฮอร์มุซ สื่อมักมองข้ามคำถามสำคัญที่ว่า อิหร่านมีอำนาจทางกฎหมายที่จะทำได้จริงหรือ? คำตอบสั้น ๆ คือ ไม่มี ทว่ารายละเอียดทางกฎหมายกลับซับซ้อนกว่านั้นมาก หลายคนเข้าใจผิดว่าช่องแคบฮอร์มุซเป็นน่านน้ำสากลที่ไม่มีใครครอบครอง แต่ความจริงไม่ใช่อย่างนั้น
จุดที่แคบที่สุดของช่องแคบนี้กว้างเพียง 21 ไมล์ทะเล เมื่ออิหร่านและโอมานต่างอ้างสิทธิ์เขตทะเลฝั่งละ 12 ไมล์ทะเล น่านน้ำทั้งหมดจึงทับซ้อนกันและอยู่ภายใต้อำนาจอธิปไตยของสองประเทศนี้ โดยไม่มีส่วนใดเลยที่เป็นทะเลหลวง
อย่างไรก็ตาม การที่น่านน้ำอยู่ในเขตทะเลอาณาเขตของประเทศใดประเทศหนึ่ง ไม่ได้หมายความว่าประเทศนั้นจะสั่งปิดกั้นการเดินเรือได้ตามใจชอบ
อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS)
อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) ปี 1982 กำหนดกฎพิเศษสำหรับช่องแคบที่ใช้เดินเรือระดับโลก เรียกว่า สิทธิผ่านทาง (Transit Passage) ซึ่งอนุญาตให้เรือและเครื่องบินของทุกชาติแล่นผ่านได้อย่างต่อเนื่อง
ที่สำคัญคือ รัฐเจ้าของพื้นที่ ไม่มีสิทธิ์สั่งระงับ การเดินทางนี้ ไม่ว่าจะอ้างเหตุฉุกเฉินใด ๆ ก็ตาม กฎนี้แข็งแกร่งกว่าสิทธิผ่านโดยสุจริต (Innocent Passage) ในน่านน้ำทั่วไปที่รัฐยังพอมีสิทธิ์ระงับได้ เพราะกฎ Transit Passage นี้บังคับใช้ครอบคลุมทั้งเรือพาณิชย์และเรือรบของทุกชาติ

จุดยืนของอิหร่าน VS สหรัฐฯ
อิหร่านลงนามใน UNCLOS แต่ ไม่เคยให้สัตยาบัน ความแตกต่างตรงนี้สำคัญมาก เตหะราน แย้งว่า กฎ Transit Passage บังคับใช้เฉพาะประเทศที่ให้สัตยาบันสนธิสัญญาอย่างเป็นทางการเท่านั้น เมื่ออิหร่านไม่ได้ให้สัตยาบัน จึงผูกพันแค่กฎ Innocent Passage ที่อ่อนกว่า ซึ่งเปิดช่องให้อิหร่านบังคับให้เรือรบต่างชาติต้อง ขออนุญาต ก่อนแล่นผ่านได้
“On the other hand, Iran has signed but not ratified the UNCLOS, but it has ratified the 1958 Geneva Convention on the Territorial Sea and Contiguous Zone.” – ASIL – Transit Passage Rights
ในทางตรงกันข้าม วอชิงตันชี้ว่า กฎ Transit Passage ได้กลายเป็น กฎหมายจารีตประเพณีระหว่างประเทศ ไปแล้ว ผ่านการปฏิบัติกันอย่างแพร่หลายของรัฐต่าง ๆ ทั่วโลก ดังนั้นจึงมีผลผูกพันทุกประเทศ ไม่ว่าจะให้สัตยาบัน UNCLOS หรือไม่ก็ตาม ข้อขัดแย้งนี้คือแกนกลางของความตึงเครียดระหว่างกองทัพเรือสหรัฐฯ กับอิหร่านที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า
หากเรือถูกโจมตี ประเทศเจ้าของธงมีสิทธิ์ทำอะไร?
หากเรือพาณิชย์ถูกโจมตีในช่องแคบ กฎหมายโลกให้อำนาจรัฐเจ้าของธงเรือไว้ดังนี้
- ตาม UNCLOS มาตรา 91 รัฐเจ้าของธงสามารถเรียกร้องค่าเสียหายผ่านศาลระหว่างประเทศได้
- มติสมัชชาใหญ่ UN ที่ 3314 ระบุว่า การโจมตี กองเรือพาณิชย์ ถือเป็นการรุกราน ซึ่งนักวิจัยด้านความมั่นคงมองว่า การโจมตีเรือเพียงลำเดียวก็อาจเข้าข่ายการโจมตีกองเรือได้
อย่างไรก็ตาม การจะใช้ข้ออ้างนี้เพื่อ ตอบโต้ด้วยกำลังทหาร (ภายใต้มาตรา 51) ยังคงเป็นประเด็นที่นักวิชาการด้านกฎหมายถกเถียงกันอย่างหนัก ยิ่งเรือยุคใหม่นิยมใช้ระบบ ธงแห่งความสะดวก (จดทะเบียนประเทศหนึ่ง แต่เจ้าของอยู่อีกประเทศหนึ่ง) ยิ่งทำให้การอ้างสิทธิ์ซับซ้อนขึ้นไปอีก

สาเหตุที่ ช่องแคบฮอร์มุซ ไม่ใช่น่านน้ำสากล
ช่องแคบฮอร์มุซแคบเพียง 21 ไมล์ทะเลที่จุดที่แคบที่สุด ทั้งอิหร่านและโอมานต่างอ้างสิทธิ์เขตทะเลอาณาเขต 12 ไมล์ทะเลคนละฝั่ง เมื่อรวมกันแล้วจึงครอบคลุมน่านน้ำทั้งหมดในช่องแคบพอดี ไม่เหลือส่วนใดเป็นทะเลหลวง
อ้างอิงข้อมูลจากสำนักข่าว Better World Campaign อธิบายตรง ๆ ว่า
“Because the channel lies within the territorial waters of Iran and Oman, UNCLOS created a special legal regime for straits like it known as ‘transit passage.'”
แปลว่า เพราะช่องแคบนี้อยู่ภายในน่านน้ำอาณาเขตของอิหร่านและโอมาน กฎหมายทะเลจึงต้องสร้างระบอบพิเศษขึ้นมารองรับ ซึ่งถ้าเป็นน่านน้ำสากลจริง ก็ไม่จำเป็นต้องมีระบอบพิเศษนี้เลย
หลักฐานทางประวัติศาสตร์ ปิดสนิทตั้งแต่ปี 1972
ข้อมูลจาก วิกิพีเดีย บทความเรื่อง Strait of Hormuz บันทึกว่า
“In 1959, Iran altered the legal status of the strait by expanding its territorial sea to 12 nmi… In 1972, Oman also expanded its territorial sea to 12 nmi… Thus, by 1972, the Strait of Hormuz was completely ‘closed’ by the combined territorial waters of Iran and Oman.”
กล่าวคือ ตั้งแต่ปี 1972 เป็นต้นมา น่านน้ำทุกตารางไมล์ในช่องแคบฮอร์มุซอยู่ภายใต้อำนาจอธิปไตยของสองประเทศนี้แล้ว ไม่มีส่วนไหนเป็น “ทะเลหลวง” หรือน่านน้ำสากลแม้แต่น้อย
แล้วทำไมเรือถึงยังผ่านได้?
เพราะกฎหมายระหว่างประเทศ (UNCLOS) สร้างสิ่งที่เรียกว่า “สิทธิ transit passage” ขึ้นมาโดยเฉพาะ Washington Institute อธิบายว่า
“UNCLOS also explicitly declares that transit passage through an international strait ‘shall not be impeded’ (Article 38), and that coastal states cannot suspend it for any purpose, including military exercises (Article 44).”
พูดง่าย ๆ คือ แม้น่านน้ำจะเป็นของอิหร่านและโอมาน แต่กฎหมายระหว่างประเทศบังคับว่าต้องปล่อยให้เรือทุกชาติผ่านได้ และห้ามระงับสิทธินี้ไม่ว่าจะอ้างเหตุผลใด
สรุปประเด็นอ่าว “ฮอร์มุซ”
- ฮอร์มุซเป็นน่านน้ำสากล ยังถกเถียง (เพราะอยู่ในเขตทะเลอาณาเขตของอิหร่านและโอมาน)
- เรือทุกลำมีสิทธิ์ผ่านได้อย่างเสรี ถูกต้อง (ภายใต้กฎ Transit Passage)
- อิหร่านปิดช่องแคบได้ตามกฎหมาย ยังถกเถียง (อิหร่านปฏิเสธว่าไม่ผูกพันกับกฎ UNCLOS)
- การโจมตีเรือพาณิชย์คือการรุกราน ถูกต้องบางส่วน (มีฐานกฎหมายรองรับ แต่นำไปสู่การตอบโต้ทางทหารได้ยาก)
ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ?
น้ำมันโลกประมาณ 20% ต้องแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ การปิดกั้นใดๆ ย่อมกระทบตลาดพลังงานโลกในทันที การเข้าใจโครงสร้างกฎหมายของช่องแคบนี้ จะช่วยให้เราเข้าใจว่า การประจำการของกองทัพเรือสหรัฐฯ และการขู่ปิดช่องแคบของอิหร่าน ไม่ใช่แค่วาทกรรมทางการเมือง แต่คือการต่อสู้กันว่า กฎหมายใด ควรบังคับใช้กับเส้นทางน้ำที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
แหล่งอ้างอิง
- EJIL Talk – The Legality of Iran’s Closure of the Strait of Hormuz
- Better World Campaign – What the UN Law of the Sea Says About Iran Closing the Strait of Hormuz
- Oxford Academic – Armed Attacks Against Merchant Vessels (JCSL)
- ASIL – Transit Passage Rights in the Strait of Hormuz
- Lieber Institute West Point – Attacks on Merchant Shipping
- Washington Institute – Clarifying Freedom of Navigation in the Gulf
- UN General Assembly Resolution 3314 (XXIX)
- Wikipedia – Strait of Hormuz
ติดตาม The Thaiger บน Google News:





