“มาดามแป้ง” รับเป็นความผิดพลาดของส.บอลไทย หลังชวดเหรียญทอง ซีเกมส์ 2025

“มาดามแป้ง” นวลพรรณ ล่ำซำ นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ยอมรับเป็นความผิดของสมาคม หลังจากที่ไม่สามารถคว้าเหรียญทองในการแข่งขัน ซีเกมส์ ครั้งที่ 33 เมื่อปลายปีก่อน
วันนี้ (9 มกราคม) ในการประชุมคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ “มาดามแป้ง” นวลพรรณ ล่ำซำ นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ได้ออกมายอมรับว่าเป็นความผิดพลาดของสมาคม หลังจากที่ทางlมาคมฯ ไม่สามารถคว้าเหรียญทองได้เลยแม้แต่เหรียญเดียว ในการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ เมื่อปลายปีที่ผ่านมา จากการลงแข่งขัน 4 รายการ ทั้ง ฟุตบอลชาย, ฟุตบอลหญิง, ฟุตซอลชาย และ ฟุตซอลหญิง
“มาดามแป้ง” ยังชี้อีกว่า สาเหตุเป็นเพราะโปรแกรมการแข่งขันนั้นตรงกับโปรแกรมของไทยลีก ทำให้เห็นว่ามีนักเตะบางรายที่ต้องเล่นให้กับทีมชาติ แล้วกลับไปรับใช้สโมสรต่อ สลับกันไปมา

“ก่อนอื่นต้องขอโทษคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย ที่ผลงานฟุตบอลในมหกรรมกีฬาซีเกมส์ไม่สามารถคว้าเหรียญทองได้เลย โดยเฉพาะฟุตบอลชาย ซึ่งยอมรับว่า รอบนี้เป็นความผิดพลาดของสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ที่ไม่สามารถให้นักเตะพักจากการเตะลีกให้สโมสรได้ เนื่องจากช่วงเก็บตัวซีเกมส์ไม่ตรงกับฟีฟ่าเดย์”
“อีกอย่างต้องยอมรับด้วยว่า ปัจจุบันค่าสัมประสิทธิ์ไทยลีกตอนนี้ ขึ้นสูงเท่าจีนแล้ว วันนี้สิทธิ์การไปเล่นต่างประเทศ (ฟุตบอลสโมสรเอเชีย) มากพอกับจีน เราจึงต้องบาลานซ์ 2 ขาให้ดี ซึ่งเป็นเรื่องยาก การบริหารสมาคมกีฬาฟุตบอลต้องยืดหยุ่นมาก”
“แป้งอยู่ตรงนี้ก็พยายามบาลานซ์มาตลอด และจะต้องมีการพูดคุยกับสโมสรให้มากขึ้น ส่วนเรื่องโควต้านักเตะต่างชาติในไทยลีก เราต้องล้อไปกับฟุตบอลสโมสรเอเชียให้มากขึ้น ก็คือต้องให้โควต้าต่างชาติมากขึ้น ซึ่งก็ทำให้คุณภาพนักกีฬาไทยอาจจะลดลง ตอนนี้กำลังแก้ไข เมื่อวานก็มีประชุมที่สมาคมฯ”
“สำหรับการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026 อยากจะขอให้คณะกรรมการฯ พิจารณาส่งทีมฟุตบอลไปแข่งเอเชี่ยนเกมส์ ซึ่งทางสมาคมฯ ได้กลับมาดูช่วงแข่งแล้วเอเชียนเกมส์เป็นช่วงฟีฟ่าเดย์ จึงค่อยยังชั่วที่สโมสรต้องปล่อยตัวนักเตะอยู่แล้ว”
“ส่วนซีเกมส์ ทุกท่านรู้หรือไม่ว่า ฟุตบอลชาย จบแมตช์หนึ่ง ก็ต้องกลับไปแข่งให้สโมสร ไม่รู้จะทำยังไง สโมสรก็ต้องใช้ตัวหลัก นักเตะกลับมาก็ล้า เห็นชัดช่วงต่อเวลารอบชิงชนะเลิศว่าโดน เวียดนาม แน่ คือเวียดนามเขาเองก็เล่นดีด้วย”
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
ติดตาม The Thaiger บน Google News:





