เหี้ยมเกินคน! แค้นแม่ไม่รับรัก ขโมยลูก 5 ขวบ โยนให้จระเข้กินทั้งเป็น สภาพศพเละสุดเวทนา

โหดเหี้ยมเกินมนุษย์! ชายวัย 76 ขึ้นศาลลุ้นโทษประหารอีกครั้ง หลังก่อคดีสะเทือนขวัญ ลักพาตัวเด็กหญิง 5 ขวบ โยนทิ้งดงจระเข้ทั้งเป็น
คดีสะเทือนขวัญสร้างความตกตะลึงให้กับรัฐฟลอริดาเมื่อเกือบ 30 ปีก่อน กลับมาเป็นที่สนใจของสาธารณชนอีกครั้ง ฮาเรล แบรดดี้ ชายชราวัย 76 ปี ฆาตกรเหี้ยม ต้องกลับมาขึ้นศาลเพื่อพิจารณาโทษใหม่อีกครั้ง โดยมีเดิมพันเป็น “โทษประหารชีวิต” จากคดีลักพาตัวเด็กหญิงวัย 5 ขวบ ไปทิ้งไว้ในดงจระเข้จนเสียชีวิตอย่างทรมาน
คดีวิปโยคนี้เกิดขึ้นในเดือนพฤศจิกายน ปี 1998 แบรดดี้ได้ลักพาตัว ควาติชา เมย์ค็อก เด็กหญิงวัย 5 ขวบ และ แชนเดลล์ แม่ของเด็ก หลังจากที่พวกเขาเพิ่งรู้จักกันที่โบสถ์ อัยการระบุว่ามูลเหตุจูงใจมาจากความแค้นที่แชนเดลล์ปฏิเสธความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า

แบรดดี้ขับรถพาแชนเดลล์ไปยังไร่อ้อยที่ห่างไกลผู้คน ก่อนจะลงมือบีบคอเธอจนหมดสติ ทิ้งเธอไว้โดยเข้าใจว่าเธอเสียชีวิตแล้ว แต่เคราะห์ดีที่เธอฟื้นขึ้นมาได้ แล้วโบกรถขอความช่วยเหลือจากผู้ที่ขับผ่านไปมา
หลังจากทำร้ายแม่ แบรดดี้ไม่ได้ปล่อยหนูน้อยควาติชาไป เขาพาตัวเธอไปยังบริเวณทางหลวงอินเตอร์สเตต 75 ในเขตเอเวอร์เกลดส์ ซึ่งรู้จักกันในชื่อที่น่าสะพรึงกลัวว่า ตรอกจระเข้
เขาตัดสินใจทิ้งเด็กหญิงไว้ที่นั่นทั้งที่ยังมีชีวิตอยู่ โดยสารภาพกับตำรวจในภายหลังว่า เขาทำไปเพราะกลัวว่าเด็กจะไปบอกคนอื่นเรื่องที่เขาทำร้ายแม่ของเธอ แถมยอมรับหน้าตาเฉยในเอกสารคำร้องต่อศาลว่า เขารู้อยู่แล้ว ว่าเด็กน่าจะไม่รอดชีวิต
ต่อมา ชาวประมงสองคนพบร่างไร้วิญญาณของควาติชาในคลองอีก 2 วันถัดมา สภาพศพสร้างความสะเทือนใจแก่ผู้พบเห็น แขนซ้ายของหนูน้อยหายไป ซึ่งผลชันสูตรยืนยันว่าถูกจระเข้กัดขาดหลังจากเสียชีวิตแล้ว

อย่างไรก็ตาม รายละเอียดที่น่าเจ็บปวดที่สุดคือ แพทย์นิติเวชระบุว่า ควาติชายังมีชีวิตอยู่ขณะที่ถูกจระเข้กัดเข้าที่ศีรษะและหน้าท้อง แม้ว่าเธออาจจะหมดสติไปแล้วในตอนนั้น
ผลชันสูตรพบรอยแผลที่ริมฝีปากจากการถูกปลาตอดกิน รอยถลอกตามร่างกายที่สอดคล้องกับการถูกผลักตกรถและไถลไปกับพื้นถนน ส่วนสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงเกิดจากแรงกระแทกอย่างรุนแรงที่ศีรษะด้านซ้าย
เดิมที แบรดดี้ถูกตัดสินจำคุกและรับโทษประหารชีวิตไปแล้วตั้งแต่ปี 2007 หลังการพิจารณาคดีโดยคณะลูกขุน แต่เนื่องจากในปี 2016 ศาลฎีกาสหรัฐฯ มีคำวินิจฉัยแย้งเรื่องกระบวนการตัดสินโทษประหารของรัฐฟลอริดา ทำให้คดีของเขาถูกรื้อฟื้นกลับมาพิจารณาบทลงโทษใหม่อีกครั้ง
ล่าสุด สัปดาห์นี้กระบวนการคัดเลือกคณะลูกขุนได้เริ่มต้นขึ้นแล้วที่ศาลไมอามี-เดด ซึ่งสถานการณ์ดูจะไม่เป็นผลดีต่อแบรดดี้นัก เนื่องจากภายใต้กฎหมายใหม่ปี 2023 ของฟลอริดา อนุญาตให้ศาลสั่งประหารชีวิตได้ หากคณะลูกขุนลงมติเห็นชอบด้วยคะแนนเสียงเพียง 8 ต่อ 4 (จากเดิมที่ต้องเป็นเอกฉันท์)
ในการตัดสินคดีครั้งแรก ผู้พิพากษา เลนเนิร์ด อี. กลิก ได้กล่าวประโยคที่สะท้อนความรู้สึกของคนทั้งสังคมไว้ว่า: “ผู้ใหญ่มีหน้าที่ต้องปกป้องเด็กๆ จากปีศาจร้าย ไม่ใช่ทำตัวเป็นปีศาจเสียเอง”

ติดตาม The Thaiger บน Google News:



