สาธารณรัฐกอทูเล ประกาศเอกราช รัฐใหม่ใกล้ไทย โลกจะรับรองไหม
วิเคราะห์เกมการเมือง สาธารณรัฐกอทูเล รัฐใหม่ใกล้ไทย กับเส้นทางวิบากสู่การยอมรับในฐานะ ประเทศเกิดใหม่ ในเวทีโลก
หากใครได้มีโอกาสยืนริมแม่น้ำเมยฝั่งอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก แล้วมองข้ามไปยังฝั่งเมืองเมียวดี รัฐกะเหรี่ยง จะพบว่าเส้นพรมแดนแห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงจุดผ่านแดนเพื่อการค้าหรือพื้นที่หนีภัยความตายตามวิถีชีวิตปกติอีกต่อไป เมื่อพื้นที่ดังกล่าวถูกดึงเข้าสู่ศูนย์กลางของหน้าประวัติศาสตร์ใหม่ผ่านคำว่า ประกาศเอกราช โดยในช่วงวันที่ 5–6 มกราคม 2569 ณ ค่ายอูเกอคี บ้านชูกะลี ได้มีการจัดพิธีสถาปนา สาธารณรัฐกอทูเล (Republic of Kawthoolei) ขึ้นอย่างเป็นทางการ
ภายใต้การนำของ พล.อ.เนอดา เมียะ ลูกชายของอดีตผู้นำกะเหรี่ยงระดับตำนานอย่าง พล.อ.โบ เมียะ โดยเขาได้ประกาศตนเป็นประธานาธิบดี พร้อมเปิดตัวคณะรัฐมนตรีและอ้างอิงหลักสิทธิมนุษยชนสากลว่า รัฐเมียนมาได้ล่มสลายลงแล้ว และดินแดนแห่งนี้คืออธิปไตยของชาวกะเหรี่ยงอย่างแท้จริง
ทว่าในโลกของความเป็นจริง การ “ประกาศเปิดบ้าน” ไม่ได้หมายความว่าเพื่อนบ้านจะยอมเดินเข้ามาและยอมเรียกสถานที่แห่งนั้นว่า “ประเทศ” เสมอไป เพราะตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศหรืออนุสัญญามอนเตวิเดโอ ปี 1933 การเป็นรัฐที่สมบูรณ์ต้องมีทั้งประชากรถาวร ดินแดนที่ชัดเจน รัฐบาลที่มีอำนาจบริหารจริง และศักยภาพในการสร้างความสัมพันธ์กับรัฐอื่น
ในกรณีของกอทูเลนั้นยังคงติดด่านหินหลายประการ โดยเฉพาะเรื่องดินแดนที่ยังไม่นิ่งเนื่องจากสภาวะสงครามกลางเมืองที่เส้นเขตแดนอาจเปลี่ยนไปได้ทุกสัปดาห์ รวมถึงโจทย์ใหญ่เรื่อง “รัฐบาล” ที่ต้องพิสูจน์ว่าสามารถจัดเก็บภาษีและให้บริการสาธารณะแก่ประชาชนได้อย่างสม่ำเสมอจริงหรือไม่ ไม่ใช่เพียงแค่การตั้งชื่อตำแหน่งและออกแบบโลโก้รัฐบาลขึ้นมาใหม่เท่านั้น
จุดเปราะบางที่สุดของสาธารณรัฐใหม่แห่งนี้ คือความ “ซ้อนทับ” ของอำนาจในพื้นที่เมียวดี ซึ่งไม่ได้มีเพียงรัฐบาลเมียนมาเดิม แต่ยังมีกลุ่มสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNU) ที่เป็นกลุ่มกองกำลังหลักเคลื่อนไหวอยู่ก่อนแล้ว ซึ่งมีรายงานว่าฝั่ง KNU เองยังไม่ได้ให้การยอมรับสถานะอธิปไตยของกลุ่มเนอดา เมียะ อย่างเป็นทางการ
ความซับซ้อนนี้ส่งผลโดยตรงต่อผู้ประกอบการชายแดนและประชาชนในพื้นที่ที่ต้องเผชิญกับภาวะ “ภาษีซ้อน” และความไม่ชัดเจนว่าใครคือผู้กุมอำนาจตัดสินใจที่แท้จริง อีกทั้งทำเลทองอย่างเมียวดียังติดภาพลักษณ์เชิงลบเรื่องเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติและศูนย์สแกมเมอร์ขนาดใหญ่ ซึ่งกลายเป็นกำแพงสูงที่ขวางกั้นการยอมรับทางการทูตจากนานาชาติ โดยเฉพาะกลุ่มประเทศอาเซียนที่ยึดหลักการไม่แทรกแซงกิจการภายในเป็นสำคัญ
บทสรุปของ “สาธารณรัฐกอทูเล” ในวันนี้จึงเป็นเหมือนธงที่เพิ่งถูกปักลงบนผืนดินท่ามกลางพายุความขัดแย้ง แต่โลกจะยอมรับและเรียกขานธงผืนนี้ว่ารัฐเอกราชหรือไม่ ไม่ได้ตัดสินกันที่เพียงแค่คำประกาศบนเวที แต่อยู่ที่ว่ากลุ่มการเมืองใหม่นี้จะสามารถควบคุมพื้นที่ให้สงบ จัดการปัญหาอาชญากรรมเทาๆ และสร้าง “ฉันทามติ” ร่วมกับกลุ่มพี่น้องกะเหรี่ยงสายหลักได้จริงหรือไม่ หากไร้ซึ่งการยอมรับทั้งจากภายในและแรงกดดันทางการทูตจากภายนอก กอทูเลก็อาจเป็นได้เพียง “รัฐบนหน้ากระดาษ” ที่ยังต้องรอคอยวันที่จะมีตัวตนจริงๆ ในระบบโลกต่อไป
อ่านข่าวอื่นๆ ประกอบความเข้าใจ
ข้อมูลจาก
- AP News
- Thai PBS
- Karen News
- Montevideo Convention on the Rights and Duities of States
- CONDITIONS OF ADMISSION OF A STATE TO MEMBRSHIP IN THE UNITED NATIONS
ติดตาม The Thaiger บน Google News:





